กักตุนเงินเพื่อเลี้ยงลูก 221-240

 

บทที่ 221 วันที่สองร้อยยี่สิบเอ็ดของการกักตุนเงิน เพื่อเลี้ยงลูก 

เขาหายใจติดขัด ปลายนิ้วกำคอเสื้อของเคอจี่ไว้แน่น  

หลังจากส่งพวกของเจียงคุนไปที่โรงพยาบาลเรียบร้อย ลู่ลี่หรานก็ได้ย้อน กลับไปที่เรือเหาะตระกูลลู่  ส่วนเคอจี่ที่พึ่งได้สติก็ได้ทำการปฏิเสธที่จะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล กลางสตาร์ซิตี้แต่กลับยืนยันที่จะกลับไปยังเรือเหาะพร้อมกับลู่ลี่หรานแทน  

"โรงพยาบาลที่นี่รักษาอาการของผมไม่ได้" เคอจี่หันไปตอบคำถามกับลู่ลี่ หราน 

"ฉันเห็นด้วย" ลู่ลี่ชิงพยักหน้า "ทักษะการรักษาของแพทย์ที่นี่ล้าหลังกว่าที่ ดาวโซลโตหลายสิบปีแทนที่จะรักษาที่นี่ ผมคิดว่ารอกลับดาวโซลโตเพื่อตรวจ อาการโดยละเอียดดีกว่า" 

"ครับ แล้วอีกอย่างผมได้ติดต่อกับดร.โคลไว้แล้ว" เคอจี่พยักหน้ายืนยันให้ กับลู่ลี่หราน "เมื่อกลับไปถึงดาวโซลโต ทีมแพทย์เขาพร้อมจะรักษาทั้งผมและลู่ลี่ หรานทันที" 

ลู่ลี่ชิงที่ได้ยินแบบนั้นก็มีสีหน้าราวกับเข้าใจบางอย่าง เขาพึมพำกับตัวเอง ว่า "ไม่แปลกใจเลยที่ก่อนหน้าฉันชวนเขาไปเดท แต่กลับถูกปฏิเสธกลายเป็นว่าถูก นายชวนไปแล้ว" 

"…" เคอจี่ยิ้มโดยไม่พูด  

ชายทั้งสามเดินกลับไปที่เรือเหาะของตระกูลลู่ ทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไป ก็ เห็นเจ้าก้อนซาลาเปาน้อยลู่จือเชียนที่วิ่งเข้ามาหากพวกเขาด้วยขาที่สั้นป้อม  

เคอจี่และลู่ลี่ชิงรีบนั่งยองๆ ทั้งสองกางแขนออกกว้าง หวังจะได้รับการจู่ โจมจากลูกหมีน้อย  

แต่ทิศทางของลูกหมีกับตรงไปยังลู่ลี่หราน แขนอ้วนกลมโอบที่น่องของลู่ลี่ หรานไว้แน่น ใบหน้าขาวอวบคล้ายกับซาลาเปาเงยขึ้น ดวงตาสีฟ้าคลอไปด้วยหยาด น้ำตา "ปะป๋า!" 

ลู่ลี่หรานย่อตัวลง ก่อนจะช้อนเด็กชายไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง เขาแนบ ปลายจมูกบนแก้มขาวนุ่มนิ่มของลูกหมีน้อย มืออีกข้างก็ลูบหน้าอกของลูกหมี น้อย "ป๋าไม่เคยบอกหนูเหรอว่าห้ามวิ่งเร็วขนาดนี้" 

"ไม่เจ็บฮะ จ๋ายจ๋ายวิ่งได้! พี่สาวหมอบอกจ๋ายจ๋ายฮะ!" ใบหน้าขาวแดงขึ้น เล็กน้อยจากการวิ่งเมื่อกี้ "พี่สาวหมอบอกจ๋ายจ๋าย!" 

ลู่ลี่หรานหันไปส่งสายตาถามจินเฟยที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้เมื่อเห็น 

ว่าจินเฟยพยักหน้ายืนยัน เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจก่อนจะก้มหน้าพูดกับ เจ้าตัวเล็กว่า "เดียวพวกเราจะกลับบ้านเกิดของป๋า เมื่อถึงที่นั่น ป๋าจะพาจ๋ายจ๋ายไป ตรวจสุขภาพ เมื่อหนูตื่นขึ้นมา หนูจะกระโดดได้เหมือนเด็กคนอื่น" 

"ดีเลยฮะ~~" 

ลู่ลี่หรานลูบหน้าอกของเด็กชายพร้อมกับถามเสียงเบาว่า “ป๋าไม่เคยบอกหนู เหรอว่าห้ามวิ่งเร็วขนาดนี้” 

ใบหน้าขาวแดงขึ้นเล็กน้อยเพราะวิ่งเมื่อกี้ปากเล็กพูดเสียงเบาว่า “ไม่เจ็บ ฮะ จ๋ายจ๋ายวิ่งได้พี่สาวหมอบอกจ๋ายจ๋าย!” 

ลู่ลี่หรานที่ได้ยินแบบนั้นก็จ้องมองจินเฟยที่กำลังวิ่งมาถึง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่าย พยักหน้ายืนยัน เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจก่อนจะมองใบหน้าเล็กพร้อมกับ พูดว่า “เดียวพวกเราจะกลับบ้านเกิดของป๋า เมื่อถึงที่นั่นป๋าจะพาจ๋ายจ๋ายไปตรวจสุข ภาพ เมื่อหนูตื่นขึ้นมา หนูจะกระโดดได้เหมือนเด็กคนอื่น” 

“ดีเลยฮะ~~” เด็กชายลู่จือเชียนยิ้มอย่างไม่กังวลใจ เขานั่งตัวกลมบนลำ แขนของลู่ลี่หรานอย่างมีความสุข แขนทั้งสองข้างรั้งลำคอพร้อมกับซุกใบหน้าไว้บน ไหล่ของลู่ลี่หรานอย่างออดอ้อน 

การวิ่งและกระโดดมันจะสนุกตรงไหน? อยู่ในอ้อมกอดของปะป๋าดีกว่า เยอะ! 

ลู่ลี่หรานที่เห็นการอ้อนแบบนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ เขาก้มหน้า จูบบนหน้าผากขาวซีดของลูกหมีน้อยอีกครั้ง เมื่อเงยหน้าขึ้นสายตาของเขาก็หยุด จ้องไปที่เคอจี่และพี่ชายของตัวเองที่กำลังนั่งยองๆ อยู่บนพื้น คนทั้งคู่ต่างก็ส่งสาย ตาอิจฉามาที่เขา  

"……" ลู่ลี่หราน 

"หนูไม่ทักทายคุณลุงและคุณลุงคนสวยสักหน่อยเหรอ?" ลู่ลี่หรานถามเสียง เบา  

ลูกหมีน้อยที่ถูกถามแบบนั้นก็ต้องเงยหน้าขึ้นจากหน้าอกของลู่ลี่หรานอย่าง ไม่เต็มใจ เขายังอยากยึดติดกับพ่อของเขาให้มากที่สุด แต่สุดท้ายก็ต้องจำยอมพูด เสียงหวานว่า "จ๋ายจ๋ายคิดถึงครับ~" 

"ลูกหมีน้อยน้อยคิดถึงลุงมากแค่ไหน" ลู่ลี่ชิงพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ 

พร้อมกับบีบมืออ้วนกลมเบาๆ  

ในตอนแรกลูกหมีน้อยจะดึงมือออกเพราะกลัวว่าลู่ลี่ชิงจะบีบมือตัวเอง แต่ เมื่อถูกถามเขาก็กะพริบตาสองครั้งเพื่อครุ่นคิดถึงคำตอบ "จ๋ายจ๋ายคิดถึงมาก มาก จนไม่อยากกินข้าวด้วยซ้ำ" 

"….." ลู่ลี่ชิงไม่รู้ว่าควรจะซึ้งใจที่เด็กชายคิดถึงตัวเองมากขนาดนี้หรือว่า ควรจะสอนให้กินอาหารดีๆ ให้อิ่มดี  

ต่างจากจินเฟยที่ได้ยินลูกหมีน้อยพูด เขาก็อดยกมุมปากขึ้นไม่ได้ "คุณหนู อยากกินเค้กนมไหมครับ?" 

ทันใดนั้น ดวงตาของเด็กน้อยก็สว่างขึ้น และเขารีบยื่นมือออกไป 

ให้จินเฟยกอดเขา 

ลู่ลี่ชิง:"……" 

ลู่ลี่หราน: "……" 

เคอจี่ลอบตัดสินใจเงียบๆ ที่จะดึงตัวเชพขนมหวานที่โรงแรมสตาร์ซิตี้กลับ ไปที่ดาวโซลโตด้วย โดยตัดสินใจที่จะซื้อตัวในราคาสูง 

ลู่ลี่หรานลูบผมสีน้ำทองของลูกหมีน้อยด้วยความรู้สึกแปลกไป มันนุ่มนิ่ม จนให้ความรู้สึกที่ดีมาก ดูเหมือนว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านเจ้าก้อนซาลาเปาน้อยน้ำหนัก จะเพิ่มมากขึ้น 

"นี่หนูเรื่องมากเรื่องอาหารเหรอ" ลู่ลี่หรานหยิกแก้มยุ้ยอย่างหมั่นไส้  

ลูกหมีน้อยเม้มปากแน่นก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง เขาถูไถใบหน้าบนไหล่ของลู่ลี่ หราน มือทั้งสองเขากอดลำคอด้วยท่าทางออดอ้อน "จ๋ายจ๋ายกินง่าย! ทุกอย่าง อร่อยหมด! จ๋ายจ๋ายอยากให้ปะป๋ากับลุงจินเลี้ยงจ๋ายจ๋าย!!" 

ลู่ลี่หรานบีบปลายจมูกของลูกหมีน้อยพร้อมกับส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้  

ทุกคนต่างรวมตัวกันที่โต๊ะอาหาร ร่วมกินอาหารมื้อดึกเรียบง่าย ก่อนจะ แยกย้ายไปยังห้องพักของตัวเอง 

ลู่ลี่หรานหลับยาวไปถึงเย็นของอีกวัน เมื่อเขาลืมตาขึ้น สมองที่ควรโปร่งใส ก็มีอาการมึนงงอยู่เล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะนอนนานเกินไป  

แต่หลังจากปรับโฟกัสสายตาได้แล้ว เขาก็เห็นก้อนซาลาเปาขาวอวบนอน คว่ำอยู่ที่ปลายเตียง สายตากลมโตทั้งสองข้างจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ เมื่อเห็นว่าลู่ ลี่หรานตื่นแล้ว ร่างกลมอ้วนก็พุ่งเข้ากอดร่างเกร็งของลู่ลี่หราน ถูใบหน้าบนหน้าอก อย่างมีความสุข "ปะป๋าตื่นแล้ว!" 

ลู่ลี่หรานยิ้มเล็กน้อย เขาลูบไปยังก้อนกลมที่พุงของลูกหมีดูเหมือนว่าเจ้า ตัวน้อยของเขาจะได้รับการบำรุงจากจินเฟยและพี่ชายของเขามากเกินไป  

"ป๋าหลับไปนานแค่ไหนครับ" ลู่ลี่หรานถามพร้อมกับหาวออกมา เขาอุ้มลูก หมีน้อยขึ้นก่อนจะว่าร่างอวบนั้นไว้บนไหล่ข้างหนึ่งของตัวเอง จากนั้นก็เดินไปสวม รองเท้าแตะ แปรงฟันและล้างหน้าเพื่อให้สดชื่น  

ลูกหมีน้อยที่นั่งอยู่บนไหล่ของลู่ลี่หรานอย่างมั่นคงก็เตะเท้าทั้งสองขาใน อากาศอย่างมีความสุข แต่เมื่อได้ยินคำถามจากลู่ลี่หราน ร่างเล็กก็ชะงักไปเล็ก น้อย จากนั้นก็ค่อยประสานนิ้วพร้อมกับพูดว่า "พระอาทิตย์ขึ้นและตกอีกครั้ง นั่นก็ คือหนึ่งวันฮะ!" 

การปัดเศษขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องผิดเนอะ!  

"ปะป๋าเหนื่อยเหรอฮะ" ลูกหมีน้อยถามด้วยสีหน้ากังวล ใบหน้าอวบโน้ม แนบกับใบหน้าของลู่ลี่หราน  

ลู่ลี่หรานที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะออกมา เขาจ้องมองจ๋ายจ๋ายน้อยผ่านทาง กระจกด้วยสายตาเอ็นดู "ป๋าไม่เหนื่อยครับ ไม่เหนื่อยสักนิดหลังจากเห็นจ๋ายจ๋าย" 

"ถ้างั้นปะป๋าพาจ๋ายจ๋ายไปด้วย" เด็กชายลู่จือเชียนเสนอขึ้นทันที 

ลู่ลี่หรานหัวเราะเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหัว "ไม่ได้ครับ ที่ที่ป๋าไปมัน 

อันตราย ป๋าดูแลจ๋ายจ๋ายไม่ไหวหรอก" 

จ๋ายจ๋ายหุบตาลงอย่างหงุดหงิด "ตกลงฮะ…" 

ลู่ลี่หรานไม่ต่อประโยค เขาขยี้ผมของลูกหมีน้อยสองสามครั้ง ก่อนจะพา อีกฝ่ายออกไปข้างนอกห้อง  

จินเฟยอยู่ในห้องครัวเพื่อจัดเตรียมมื้อค่ำของวันนี้เมื่อเห็นลู่ลี่หรานเดิน ออกมาพร้อมกับลูกหมีน้อย เขาก็พูดทักทายออกมา "นายน้อยพักผ่อนเป็นยังไงบ้าง ครับ" 

"ดีมาก แล้วคนอื่นอยู่ที่ไหนกันล่ะ" ลู่ลี่หรานถามระหว่างเดินเข้าไปใน 

โซนห้องครัว เพื่อดูอาหารเย็นที่จินเฟยเตรียมไว้  

มื้อนี้มีทั้งกุ้งแม่น้ำ หมูผัดพริก เนื้อตุ๋น ปลากะพงผัดพริกเขียว ซุปเต้าหู้ ซุปกระดูก ข้าวโพดต้ม อาหารหลักคือข้าวและก๋วยเตี๋ยวรวมมิตร รวมถึงโจ๊กผัก ของลูกหมีน้อย  

"จัดเต็มมาก" ลู่ลี่หรานยกคิ้วถาม ปลายจมูกสูดกลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นและ ปลากะพงผัดพริกเขียวที่กำลังต้มอยู่ในหม้อ เพียงแค่ได้กลิ่นก็เรียกน้ำลายในท้อง ของเขาแล้ว  

"มีวัตถุดิบพอดีครับ แล้วอีกอย่างนายน้อยพึ่งกลับมาก็ต้องกินให้อิ่มสิ 

ครับ" จินเฟยยิ้มพร้อมกับหันมาตอบว่า "คุณชายใหญ่อยู่ในห้องทดลอง ส่วนท่าน นายพลอยู่ที่สนามฝึกซ้อมครับ" 

ลู่ลี่หรานพยักหน้ารับ ก่อนจะจูงมือลูกหมีน้อยเดินตามตัวเอง "งั้นฉันจะพา จ๋ายจ๋ายไปเดินก่อนนะ" 

"ครับนายน้อย" จินเฟยตอบรับด้วยน้ำเสียงอบอุ่น 

เมื่อเดินมาถึงสนามฝึกซ้อมที่อยู่ชั้นล่าง ก็พบว่าพื้นที่ตรงนี้มีขนาดเท่ากับ สนามฟุตบอล ผนังทั้งสี่ด้านล้วนทำจากวัสดุโลหะพิเศษแบบปิดสนิท ไม่ว่าจะมีเสียง ดังมากแค่ไหนก็ไม่ส่งเสียงออกไปภายนอก ถึงขนาดที่อาจจะเกิดการระเบิดเล็ก น้อย สถานที่แห่งนี้ก็ยังคงเป็นเสมือนกำแพงทองแดง 

แต่สภาพห้องฝึกซ้อมที่ทนทานกับมีสภาพที่เต็มไปด้วยรูพื้นก็ฉีกขาดและมี รอยบุบใหญ่ๆ อยู่ทุกที่ ราวกับว่าถูกยานอวกาศขนาดเล็กชน 

ลู่ลี่หรานตกใจจนวิ่งเข้าไปหาเคอจี่ที่นอนนิ่งอยู่กลางห้องฝึกซ้อม  

เคอจี่ที่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวก็ต้องลืมตาขึ้นด้วยความประหลาดใจ เขาลุก ขึ้นนั่งพร้อมกับถามว่า "คุณมาที่อะไรที่นี่ครับ" 

"…" ลู่ลี่หรานเม้มปากแน่นก่อนจะพูดว่า "ผมมาตามคุณไปกินข้าวเย็น" 

"ครับ" เคอจี่ตอบรับ ก่อนสายตาจะไปจ้องยังลูกหมีน้อยที่อยู่ในอ้อมแขน ของลู่ลี่หราน เขาถามเสียงเบาด้วยความกังวล "หนูกลัวไหมครับ" 

ลูกหมีน้อยส่ายหัวอย่างแรง ดวงตาสีฟ้าเต็มไปด้วยความสดใส "มันน่าทึ่ง มากฮะ!" 

เคอจี่อดหัวเราะไม่ได้จนเอนใบหน้าไปจูบที่แก้มของเด็กชาย  

แต่ลู่ซีเฉียนกับเบนหน้าหลบพร้อมกับรอยยิ้ม แถมกระซิบเสียงเบา 

ว่า "เหงื่อ เหงื่อ เหม็น เหม็น" 

"……." เคอจี่ 

ลู่ลี่หรานลอบยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตามองรอบตัว "พลัง จิตของคุณเหรอครับ?" 

"อืม มันอัดแน่นมากเกินไปจึงจำเป็นต้องปลดปล่อย" เคอจี่ตอบไม่เต็ม เสียง ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย "แต่ตอนนี้ผมรู้สึกดีมากขึ้นแล้ว" 

แต่เมื่อเคอจี่ลุกขึ้นร่างของเขาก็สั่นสะท้าน ก่อนที่ลู่ลี่หรานจะยื่นมือไปช่วย ประคอง เคอจี่ก็ทรุดลงบนพื้นอย่างแรง  

เด็กชายตาโตด้วยความตกใจจนเกือบจะร้องไห้ "คุณลุงคนสวย.." 

"ผมไม่เป็นอะไรครับ ขอนั่งนิ่งๆ สักครู่" เคอจี่มองลู่ลี่หรานพร้อมกับพูด ปลอบใจโดยไม่พยายามลุกขึ้นอีกครั้ง "คุณพาเจ้าตัวน้อยไปกินข้าวก่อนเถอะครับ เดียวผมขออาบน้ำแล้วจะตามไป" 

ลู่ลี่หรานเม้มปากแน่นก่อนที่จะตอบรับอีกฝ่าย จากนั้นเขาก็รีบไปยังห้อง โดยสารหลักโดยมีเด็กชายอยู่ในอ้อมแขน  

"จินเฟย! นายช่วยดูจ๋ายจ๋ายแทนฉันหน่อย ฉันมีเรื่องต้องทำ" เขารีบพูด กับจินเฟย 

"ครับ…" จินเฟยพยักหน้าตอบรับ 

เมื่อส่งลูกหมีน้อยให้กับจินเฟยแล้ว ลู่ลี่หรานรีบวิ่งกลับสนามฝึกซ้อนก็พบ กับเคอจี่ที่ยืนพิงกำแพง ลมหายใจหอบกระชั้นอย่างหนัก เหงื่อเย็นไหลเต็มไปหมด ทั้งปลายจมูก คางและลำคอ จนเสื้อสเวตเตอร์ที่สวมเปียกโชก  

ลู่ลี่หรานรีบเดินเข้าไปหาเคอจี่เพื่อดูอาการ  

เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว เคอจี่ก็ลืมตาขึ้นก็พบกับใบหน้าบูดบึ้งของลู่ลี่ หราน เขาจึงยิ้มขอโทษ "เจ้าตัวน้อยร้องเพราะกลัวหรือเปล่าครับ" 

"ไม่ครับ ลูกของเราไม่ใช่เด็กขี้แย" ลู่ลี่หรานเม้มปาก  

หัวใจของเคอจี่อุ่นวาบ ลูกของเรา…เขาอมยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะโน้มใบ หน้าจูบที่มุมปากของลู่ลี่หรานที่เม้มแน่นด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะค่อยๆ ป้อนจูบ ลึกซึ้งมากขึ้นทีละเล็กทีละน้อย 

ลมหายใจของลู่ลี่หรานหอบกระชั้นมากขึ้น ปลายนิ้วกอดแน่นที่คอเสื้อของ เคอจี่  

ช่องว่างของคนทั้งสองห่างกันเพียงคืบ หน้าผากอุ่นร้อนทั้งสองแนบชิดกัน รู้ เหมือนว่ารู้สึกลึกซึ้งจะก่อเกิดได้ตลอดเวลา  

"มียากระงับอยู่เสื้อโค้ตของผม…" เคอจี่กระซิบลอดไรฟัน "คุณช่วยเอามา ให้ผมหน่อย" 

ลู่ลี่หรานเปิดเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ปลายลิ้นเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว หลัง จากได้สติเขาก็รีบวิ่งไปที่เสื้อโค้ตทันที  

ในนั้นมีกระบอกฉีดยาที่มีโลโก้พิเศษเฉพาะพี่ชายของเขา ลู่ลี่หรานหันไป ถามเคอจี่ "คุณจะฉีดเองไหมครับ?" 

"ผมไม่เก่งเท่าคุณ" เคอจี่ตอบพร้อมกับรับกระบอกฉีดยา "แต่เดียวผมทำ เอง.." 

"…." ลู่ลี่หราน 

เคอจี่แทงกระบอกเข็มเข้าที่ลำคอของเขา ดวงตาสีฟ้าปิดแน่น  

ลู่ลี่หรานจ้องมองเส้นเลือดที่เปลี่ยนเป็นสีแดงจนตาเปล่ายังมองเห็น ราวกับ ว่าเส้นเลือดจะพุ่งออก เขาขมวดคิ้วแน่น เขารู้สึกว่าการฉีดยากระบอกนี้จะเจ็บมาก แค่ไหน  

เคอจี่สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะผ่อนลมอย่างเชื่องช้า อาการของเขาไม่สามารถ ซ่อนความเหนื่อยล้าของตัวเองได้ร่างกายอ่อนยวบจนล้มลงบนพื้น แต่ก็ถูกลู่ลี่ หรานรีบเข้าไปช่วยประคองไว้ทัน 

"อาการของคุณไม่ดีเลย คืนนี้คุณต้องพักผ่อนให้เต็มที่" ลู่ลี่หรานพูดเสียง ทุ้มลึกราวกับไม่ต้องการให้อีกฝ่ายปฏิเสธ "พรุ่งนี้พวกเราจะเปิดใช้งานพอร์ทัลกลับ ดาวบ้านเกิด" 

เคอจี่จ้องมองใบหน้าเคร่งเครียดของลู่ลี่หราน ก่อนจะหัวเราะเบาๆ "รับ ทราบครับรองกัปตัน"



บทที่ 222 วันที่สองร้อยยี่สิบสองของการกักตุนเงิน เพื่อเลี้ยงลูก 

เลือดกำเดาไหลไม่หยุดแล้ว ถ้ายังไหลอยู่อย่างนี้คงไม่สามารถเงยหน้า ขึ้นได้ตลอดชีวิต! 

หลังจากเว้นช่วงให้เคอจี่ฟื้นตัว ลู่ลี่หรานก็ช่วยประคองอีกฝ่ายออกจาก สนามฝึกซ้อม 

“ผมขอไปอาบน้ำสักหน่อย” เคอจี่พูดขอ ซึ่งลู่ลี่หรานก็ช่วยประคองอีกฝ่าย กลับห้องพัก  

แต่ระหว่างทางกับเจอเข้ากับลู่ลี่ชิงที่พึ่งออกจากห้องวิจัยโดยบังเอิญ  

ลู่ลี่ชิงที่เห็นแบบนั้นก็ต้องเบิกตากว้าง ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังริมฝีปากที่ บวมแดงของน้องชายตัวเอง “นี่พวกนายสองคน?” 

“ผมเพิ่งฝึกเสร็จกำลังจะไปอาบน้ำ พี่กินข้าวก่อนเลย เดียวผมจะตามไปที หลัง” ลู่ลี่หรานพูดพร้อมกับประคองเคอจี่เดินผ่านลู่ลี่ชิง โดยเคอจี่พูดคุยกับลู่ลี่ชิง เพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

“…?!” ลู่ลี่ชิง 

ลู่ลี่ชิงมึนงงไปครู่หนึ่ง แต่เมื่อได้สติจะหันไปห้าม ลู่ลี่หรานและเคอจี่ก็ปิด ประตูห้องพักไปแล้ว 

‘อาบน้ำต้องใช้สองคนช่วยเหรอ?’ ลู่ลี่ชิงสงสัย 

เช่นเดียวกันกับเคอจี่ที่ประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเข้ามาห้องลู่ลี่หรานก็ ผลักเข้าไปในห้องน้ำแล้ว เขาจึงยืนนิ่งพร้อมกับถามเสียงต่ำว่า “คุณอยากอาบน้ำ ด้วยเหรอ?” 

ลู่ลี่หรานเหลือบมองเคอจี่ด้วยสายตาแปลกๆ “ผมจะคอยดูเท่านั้น เผื่อว่า คุณหมดสติจะได้ช่วยทัน” 

“….” เคอจี่ 

เคอจี่ถอดเสื้ออย่างเชื่องช้า เขาค่อยๆ ปลดเข็มขัดก่อนจะรูดซิปกางเกง เผยให้เห็นลายเส้นนางเงือกที่คมชัดบริเวณเอวที่ถูกซ่อนไว้ในเสื้อผ้าชิ้นสุดท้าย  

ลู่ลี่หรานมองภาพตรงหน้า เขายอมรับว่ามีแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัวเกิดขึ้น ผู้ใหญ่ต้องแสดงความเห็นแก่ตัวอีกหรือเปล่า? ไม่ใช่เรื่องที่เห็นได้ชัดหรือ? 

ลู่ลี่หรานหรี่ตาลง เขาต้องยอมรับว่าท่านนายพลมีรูปร่างที่ดีเยี่ยม มีทุก อย่างที่ควรมีมันทำให้สมดุลทางจิตใจของเขาหนักแน่นขึ้น  

สายตาของเขาไล่ตามกล้ามเนื้อหน้าอกที่สวยงามไล่ลงไปยังกล้ามเนื้อหน้า ท้อง ก่อนจะไปหยุดจดจ้องที่เส้นนางเงือกที่ลากต่ำไปยังบริเวณที่นูนออกมา  

ดวงตาของลู่ลี่หรานเป็นประกาย แต่ขาทั้งสองข้างถอยห่างออกไปเล็กน้อย 

“คุณ…” เคอจี่เปล่งเสียงต่ำ ดวงตาของเขาล้ำลึก มุมปากของเขายกขึ้นสูง เล็กน้อย 

เคอจี่เคลื่อนตัวเข้าไปหาโดยที่เข็มขัดที่ถูกปลดยังติดที่สะโพก  

ดวงตาสีน้ำตาลทั้งสองข้างสะท้อนภาพใบหน้าของท่านนายพลที่ขยายเด่น ชัด ในใจเขากระวนกระวายเรียกร้องว่าพื้นที่ตรงนี้แคบเกินไป  

จมูกโด่งสูงรู้สึกร้อนสลับเย็น แต่ก่อนที่ลู่ลี่หรานจะยกมือขึ้นปิดจมูก ก็มีมือ ของเคอจี่ยื่นมากดแผ่วเบา  

“จมูกคุณเลือดออก” เคอจี่เช็ดหยดเลือดที่ไหลจากจมูกโด่งด้วยนิ้วหัวแม่ มือ ช่วยมืออีกข้างก็หยิบกระดาษทิชชูสองสามแผ่นชุบน้ำเย็น ก่อนจะนำมาประกบที่ ส้นจมูกของลู่ลี่หราน พร้อมกันนั้น เขาก็เชิดปลายคางของอีกฝ่ายเบาๆ ส่งสัญญาณ ให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้น 

เคอจี่ใช้มืออีกข้างจับท้ายทอยของลู่ลี่หรานเพื่อห้ามเลือด ในขณะเดียวกัน ดวงตาสีฟ้าเหล็กมีรอยยิ้มกึ่งหยอกล้อ “ดูเหมือนอากาศจะร้อน…” 

“……..” ลู่ลี่หราน 

ลู่ลี่หรานเร่งรีบออกจากห้องน้ำภายใต้สายตาล้อเลียนของเคอจี่ แต่ก็ยังพูด ต่อว่า “รีบล้างตัวนะครับ เดียวผมรออยู่หน้าประตู” 

ประตูบานเลื่อนปิดลงอย่างแรง ลู่ลี่หรานรีบหยิบกระดาษเช็ดออกมาเพื่อ เช็ดเลือดที่ใบหน้าตัวเอง ในเวลาเดียวกัน เขาก็หงุดหงิดที่ควบคุมตัวเองไม่ได้  

ไร้ประโยชน์จริงๆ! 

หลังจากเลือดกำเดาหยุดแล้ว เขาก็เดินไปรอบๆ สองสามครั้งด้วยความเบื่อ หน่าย หลังจากผ่านไปกว่าสิบนาทีเขาก็อดถามคนข้างในว่า “คุณโอเคไหม เป็นอะไร หรือเปล่า” 

“เข้ามาได้ครับ” เคอจี่ตอบรับจากด้านในห้องน้ำ  

ลู่ลี่หรานชะงักเล็กน้อย ใบหูของเขาแดงขึ้นโดยไม่รู้ตัว 

หลังจากลังเลอยู่สองวินาทีแต่ก็จำใจที่เลื่อนประตูหน้าน้ำเปิดออก ก็เห็น เคอจี่ที่สวมเสื้อเชิ้ต ยืนเป่าผมที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยดน้ำไหลผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวผ่าน บริเวณไหล่และหน้าอก  

มันมีความรุ่มร้อนบางอย่างที่ไม่อาจบรรยายได้ทำให้ลู่ลี่หรานต้องรีบเบือน สายตาหลบ  

เลือดกำเดาไหลไม่หยุดแล้ว ถ้ายังไหลอยู่อย่างนี้คงไม่สามารถเงยหน้าขึ้น ได้ตลอดชีวิต! 

เคอจี่ลอบยกมุมปาก ก่อนจะหยิบขวดน้ำหอมสปอร์ตขึ้นมาฉีดที่ข้อมือตัว เอง 

เปลือกตาทั้งสองข้างของลู่ลี่หรานกระตุก “จำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลย เหรอ?” 

“ผมอยากให้จ๋ายจ๋ายประทับใจ” เคอจี่ตอบ 

ลู่ลี่หรานสำลัก ดูเหมือนว่าท่านนายพลของเขาจะกังวลถึงพฤติกรรมของลูก หมีน้อยเมื่อครู่ 

ทั้งสองพากันไปที่ห้องกินข้าวก็ประจวบกับที่จินเฟยนำอาหารเย็นจานสุด ท้ายวางไว้บนโต๊ะพอดี 

“มาทันพอดีอาหารก็ครบแล้ว คนก็คบแล้ว เริ่มกินกันดีกว่า” ลู่ลี่ชิง 

กระแอมในลำคอก่อนจะพูดขึ้น 

ลูกหมีน้อยขยับตัวขึ้นไปนั่งบนตักของลู่ลี่หรานด้วยความคุ้นชิน หลังจากที่ ลู่ลี่หรานอุ้มเขาขึ้นมา ลูกหมีน้อยขยับปลายจมูกเมื่อกลิ่นหอมสดชื่นจากตัวของ เคอจี่ ลูกหมีน้อยก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ “หอมจัง!” 

เคอจี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะยื่นมือไปยีผมนุ่มของลูกหมีน้อย ด้วยความเอ็นดู 

ลู่ลี่ชิงมองไปทางน้องชายของตัวเอง ก็พบว่าอีกฝ่ายยังสวมเสื้อผ้าชุดเดิม และมีสีหน้าอ่อนโยน 

ดูเหมือนว่า..เขาเพิ่งไปอาบน้ำจริงๆ  

หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ลู่ลี่หรานก็พูดขึ้นมาว่าจะเปิดใช้งานพอร์ทัลเพื่อ กลับไปยังดาวบ้านเกิดของเขาในวันพรุ่งนี้ 

แม้ว่าลู่ลี่ชิงจะประหลาดใจ แต่เขาก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว “เห็น ด้วย! น้องและจ๋ายจ๋ายต้องกลับไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยเร็วที่สุด ยิ่งเร็ว เท่าไหร่ก็ยิ่งดี” 

“วันนี้ผมกับบรอนเต้มีประชุม เดียวผมจะให้เขาแจ้งกับนายท่านลู่ให้รู้”  เคอจี่ตอบ 

ลู่ลี่หรานพยักหน้ารับ 

“งั้นก็เหลือแต่การวางตำแหน่งเครื่องเทเลพอร์ตให้ตรงกับยอดหอคอยที่เก็บ หินตระกูลไว้” ลู่ลี่ชิงพูดต่อ “พี่ได้ลองวิเคราะห์โครงสร้างของพอร์ทัลนี้แล้ว ยิ่ง สัญญาณแรงขึ้น การระบุตำแหน่งก็จะแม่นยำมากขึ้น” ลู่ลี่ชิงพูดต่อ 

“เอาตามที่พี่ใหญ่คำนวณได้เลยครับ” ลู่ลี่หรานไม่คัดค้าน จากนั่นก็มอง สลับระหว่างจินเฟยและลู่ลี่ชิง “ผมพาคนเดียวทางเข้าไปในพอร์ทัลได้ครั้งละสอง คน พวกพี่..” 

“ไม่ต้องคิดมาก!” ลู่ลี่ชิงโบกมือ “ทิ้งพ่อบ้านตัวน้อยไว้กับพี่ก็ได้เพราะฝีมือ ทำอาหารของเขาอร่อยดี” 

“จินเฟยไม่ได้ทำอาหารให้พี่โดยเฉพาะ” ลู่ลี่หรานแย้งขึ้น  

“พี่ก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง ยังไงก็ตาม พี่สัญญาว่าน้องกลับมาเขาจะอยู่ใน สภาพสมบูรณ์มีเขาบางทีการวิจัยของพี่อาจจะเสร็จเร็วขึ้น” ลู่ลี่ชิงหันไปพูด กับจินเฟย “เข้าใจที่ฉันหมายถึงไหม? การมีคนกินข้าวด้วยก็ดีกว่ากินข้าวคนเดียว ใช่ไหมล่ะ?” 

“…” จินเฟยยิ้มเขินอาย  

ลู่ลี่หรานอดส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะหันไปพูดกับจินเฟยว่า “งั้นฉัน ขอฝากพี่ชายไว้กับนายชั่วคราว ยิ่งการวิจัยของเขาใกล้เสร็จ เขาก็ยิ่งหมกตัวไม่ออก มากินข้าว นายไม่ต้องใส่ใจไปเรียกเขาออกมากินข้าว เมื่อเขาหิวเดียวเขาก็ออกมา เอง ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงเวลานั้นพี่ชายของฉันจะอารมณ์ร้ายมาก ดังนั้นนายก็ไม่ต้อง สนใจเขา” 

ลู่ลี่ชิงยกมุมปาก “พี่ยังอยู่ตรงนี่” 

“ผมรู้” ลู่ลี่หรานตอบอย่างไม่ใส่ใจ 

“…..” ลู่ลี่ชิง 

“นายน้อยไม่ต้องกังวลเลยครับ” จินเฟยหัวเราะ 

เด็กชายลู่ซีเฉียนที่มีโจ๊กผักเต็มปากจึงทำได้เพียงใช้สายตาสีฟ้าเหล็กกลมโต มองสลับไปสลับมาระหว่างผู้ใหญ่ทุกคน ก่อนจะเข้าใจสถานการณ์จึงเอ่ยปากถาม เสียงเบาว่า “ลุงจินจะไม่ไปกับพวกเราเหรอฮะ?” 

“ลุงจินกับคุณลุงจะไม่ไปกับเราครับ จะมีจ๋ายจ๋าย ปะป๋าและคุณลุงคนสวย ที่จะกลับบ้านไปเยี่ยมคุณปู่ก่อน” ลู่ลี่หรานหันไปพูดกับลูกชายตัวน้อย “ส่วน ลุงจินและคุณลุงจะตามมาอีกสองวัน หนูโอเคไหม” 

“ฮะ!” 

“จ๋ายจ๋ายอยากเจอคุณปู่ไหมครับ” ลู่ลี่หรานถามอีกครั้ง 

“อยากเจอฮะ” จ๋ายจ๋ายพยักหน้า แต่ก็มีสีหน้าลังเลเล็กน้อย “แต่จ๋ายจ๋ายก็ คิดถึงลุงจินและคุณลุงด้วย” 

ลู่ลี่ชิงมีความสุขเป็นอย่างมากที่ตัวเขาถูกเพิ่มในความสำคัญของลูกหมี น้อย 

จินเฟยพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ผมก็คิดถึงคุณชายน้อยด้วยเหมือนกัน” 

เด็กชายโอบรอบคอของจินเฟยพร้อมกับเอนตัวทับบนไหล่ของลู่ลี่ชิง นี่เป็น ช่วงเวลาที่ครอบครัวอบอุ่น เด็กชายไม่อยากแยกจากกันความอบอุ่นนี่ 

ลู่ลี่หรานทำได้เพียงบนหัวของลูกหมีน้อยเท่านั้น ต่างจากลู่ลี่ชิงที่รู้สึกทุกข์ใจ มากขึ้น เขารีบกลับไปในห้องทดลองพร้อมกับสัญญากับตัวเองว่าจะเร่งทำการทด ลองครั้งสุดท้ายให้เสร็จภายในหนึ่งสัปดาห์ 

คืนนั้นเอง เคอจี่ก็ได้ติดต่อกับบรอนเต้เขาได้แจ้งข่าวการกลับบ้านในวัน พรุ่งนี้ 

“ระบบนำทางระหว่างดวงดาวยังฟื้นฟูเสร็จแล้วเหรอ?” บรอนเต้ถามด้วย ความสงสัย “ถึงแม้ว่าจะฟื้นฟูเสร็จแล้ว แต่ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวันจากดาว รกร้างมาถึงดาวโซลโต…แต่นายบอกว่าจะถึงพรุ่งนี้?!” 

“เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอด” เคอจี่ตอบ “ฉีเฟิงและฉีไป่ยังต้องอยู่ที่ดาวรก ร้าง เพราะทหารที่นี้ยังต้องพึ่งความช่วยเหลือจะพวกเขา หากเกิดอะไรขึ้นก็สามารถ รายงานฉันได้โดยตรง” 

“อืม ฉันเข้าใจแล้ว” บรอนเต้พยักหน้าเห็นด้วยความคิดของเคอจี่ โดยไม่ ถามอะไรเพิ่ม  

“อีกอย่าง แจ้งให้คุณลู่เซี่ยเรื่องกำหนดการมาถึงพรุ่งด้วย“ เคอจี่พูดต่อ “ บอกด้วยว่าลู่ลี่ชิงยังต้องอยู่ที่ดาวรกร้าง” 

“..ตกลง” บรอนเต้ไม่เข้าใจว่าเคอจี่และคนอื่นทำอะไรอยู่ จึงขยับริมฝีปาก และถามว่า “นี่เรียกว่าอะไรนะ ขีดจำกัดหนึ่งต่อหนึ่ง?” 

“….” 

เคอจี่ไม่คิดที่จะตอบ เขาตัดสายบรอนเต้ทันที 

… 

.. 

วันรุ่งขึ้น ลู่ลี่หรานและเคอจี่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูเทเลพอร์ต โดยมีเปลเด็ก น้อยที่ถูกประดิษฐ์โดยลู่ลี่ชิง สะพายที่หน้าอกของลู่ลี่หราน ดูเหมือนว่าทุกอย่าง พร้อมแล้ว  

[ระบบ: ตรวจสอบคำยืนยันของโฮสต์ที่จะเปิดใช้งานพอร์ทัล ข้อกำจัด ปัจจุบัน สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ครั้งละสองคน ยืนยันผู้โดยสาร ลู่ซีเฉียน(ลูก หมี) และเคอจี่(ผู้ใหญ่) ยืนยันค่าธรรมเนียม 45 ล้านคะแนนความนิยม ยืนยันจุด ลงจอด ยอดหอคอยตระกูลลู่บนดาวโซลโต โฮสต์ได้โปรดยืนยันความถูกต้อง!] 

เสียงระบบดังขึ้นในหัวของลู่ลี่หราน เขาสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะตอบรับใน ใจว่า “ยืนยัน” 

[ระบบ: ยืนยัน! ยอดความนิยมคงเหลือของโฮสต์ปัจจุบันคือ 37.4 ล้าน และความทนทานของพอร์ทัลที่เหลืออยู่คือ 2/5! (ตรวจพบว่ามีค้อนเหล็กหล่อใหม่ 3 อันในอุปกรณ์ประกอบของโฮสต์ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับกาวที่แข็งแรงเพื่อคืนความ ทนทานของพอร์ทัลได้!] 

ลู่ลี่หรานเดินไปจับลูกบิดประตูก่อนจะค่อยๆ เปิดออก สิ่งแรกที่เขาเห็นก็ คือหินประจำตระกูลมินาเรตที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็ก แสงออร่าที่ส่องประกายเลือนราง 

สองพี่น้องตระกูลลู่ต่างก็มองด้วยความตกตะลึง โดยไม่รู้เลยว่าด้านหลัง ประตูคืออีกด้านหนึ่ง! 

ลู่ลี่หรานจ้องมองแผ่นหลังเหยียดตรงที่หันหลังให้เขา ร่างนั้นยืนนิ่งสนิทราว กับเฝ้ารอบางอย่าง  

ลู่ลี่หรานเกิดอาการกังวล เขาจ้องมองไปยังลู่ลี่ชิง “พี่ ผม..” 

“กลับบ้านนะ หรานหราน” ลู่ลี่ชิงยิ้มให้น้องชายของตัวเอง เขาเดินเข้าไป กอดอีกฝ่ายก่อนจะยกมือยี้เส้นผมของลู่ลี่หราน “ในที่สุดน้องก็ได้กลับบ้านแล้ว” 

“ฮึก..ครับ” ลู่ลี่หรานรู้สึกเหมือนมีก้อนอยู่ในลำคอ พร้อมกับรู้สึกถึงแรง ผลักหลังของเขาเบาๆ จากด้านหลัง พี่ชายของเขาผลักส่งให้เขาเดินผ่านประตู 

เคอจี่ที่เห็นแบบนั้นก็เดินตามลู่ลี่หรานไป  

เพียงชั่วพริบตา พอร์ทัลกลืนกินคนทั้งสามเข้าไป พวกเขาก็เห็นเพียง 

แวบ ๆ เห็นภาพที่ลู่ลี่หรานกอดร่างของลู่เซียนแน่นก่อนพอร์ทัลก็กลับคืนสู่รู ปลักษณ์เดิม 

ลู่ลี่ชิงเช็ดน้ำตาออกจากหางตาพร้อมกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก  

“นายดูพ่อของฉันสิเฮ้อ..อายุมากกว่าฉันแท้ๆ แต่กับควบคุมตัวเองได้น้อย กว่าฉัน“ ลู่ลี่ชิงแสร้งทำตัวผ่อนคลาย “จิ๊จิ๊ดูฉันเป็นตัวอย่าง! ตอนที่ฉันเจอ หรานหรานครั้งแรกยังไม่แสดงออกถึงความตื่นเต้นขนาดนั้นเลย” 

จินเฟยยิ้มโดยไม่พูดอะไร แต่ในหัวของเขายังจำภาพที่ลู่ลี่ชิงวิ่งลงจากเรือ เหาะครั้งแรกได้เรียกได้เลยว่ามันเป็นวิดีโอคลาสสิกแห่งศตวรรษนี้  

บนโลกออนไลน์ยังคงตัดภาพนั้นทำเป็นมีนอยู่เลย  

แต่จินเฟยตัดสินใจไม่บอกเรื่องนี้กับลู่ลี่ชิง เพราะเขากลัวว่าชายคนนี้จะ โกรธจนเส้นเลือดในสมองแตก 

“จริงด้วย! ฉันกลับไปที่ห้องทดลองดีกว่า” ลู่ลี่ชิงลอบยี้ดวงตาแดงของตัว เอง พร้อมกับชิ่งหนีไปทันที 

ฮือฮือฮือ..น้องขายของฉันจากอ้อมอกของเขาไปอีกแล้ว!



บทที่ 223 วันที่สองร้อยยี่สิบสามของการกักตุนเงิน เพื่อเลี้ยงลูก 

"ผมอยากกลับบ้านพร้อมกับคุณลุงคนสวยของผม!" 

หากมีใครถามลู่ลี่หรานถึงความรู้สึกของการเดินทางข้ามดวงดาว เขาคง ตอบอย่างชัดเจนไม่ได้มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขาก้าวผ่านประตูธรรมดาทั่ว ไป  

แต่มีความรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดเล็กน้อย เหมือนกับมีมือผลักเขาจากด้าน หลัง พร้อมกับมีอีกแรงที่ดูดร่างเขาจากด้านหน้า 

ในช่วงเวลาอึดใจเดียว ลู่ลี่หรานก็ได้เดินทางข้ามระยะทางผ4? ็หลายร้อย ล้านปีแสง การเดินทางจากดาวรกร้างสู่ดาวบ้านเกิดของเขาก็เสร็จสิ้น  

เขาจ้องมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยด้วยสายตาว่างเปล่า แผ่นหลังนี้อยู่ห่างจาก เขาเพียงเอื้อมมือ แต่บรรยากาศรอบตัวของเขาเหมือนหยุดนิ่ง  

จนกระทั่งเด็กน้อยในอ้อมแขนของเขาอ้าปากกว้างพ่นฟองอากาศใส 

เล็กๆในปากของเขา มันแตกออกพร้อมกับเสียง 'ปุบ' เรียกสติของลู่ลี่หรานในทัน ที  

ลู่ลี่หรานก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเรียกลู่เซี่ยด้วยเสียงเบาที่ลอดริมฝีปาก บาง "...พ่อ!" 

ลู่เซี่ยที่ได้ยินเสียงเรียก เขาก็รีบหันหลังกลับทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นลูกชายคน เล็กดวงตาของเขาก็แจ่มใสขึ้น "หรานจ๋าย!" 

ใบหูของลู่ลี่หรานก็ร้อนขึ้นมาทันทีเขาเคยได้ยินชื่อเรียกนี้เมื่อตอนเป็นเด็ก ซึ่งมันก็นานมาแล้ว  

แต่ร่างของเขาก็รู้สึกผ่อนคลายเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของลู่เซี่ย อ้อมกอดที่เขารู้ สึกปลอดภัยมาเสมอ  

ไหล่ของเขาคลายลง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากฝังใบหน้าของ เขาบนไหล่กว้างนั้น ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว  

"ปู่ คุณปู่——" ไม่รู้ว่า เวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่ดูเหมือนลูกหมีน้อยที่อยู่ ตรงกลางเหมือนไส้แซนวิทก็ร้องตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว แต่ก็ดึงความสนใจ ของลู่เซี่ย  

ลู่เซี่ยถอยออกเล็กน้อย เขาจ้องมองก้อนเกี๊ยวขาวนุ่มที่เหมือนกับจำลองลู่ลี่ หรานในวัยเด็กที่ถูกบีบอยู่ตรงกลาง 

ผมที่ถูกจัดมาอย่างดีโดยจินเฟย ในตอนนี้ดูยุ่งเหยิงไปหมด ทำให้ลูกหมี น้อยเหมือนคนไร้เรี่ยวแรงแต่กลับดูน่ารักเป็นอย่างยิ่ง  

ลู่เซี่ยอ้าปากกว้างสลับกับหุบไปมาหลายวินาทีแต่ก็หลุดประโยคที่สั่นเครือ ว่า "จ๋ายจ๋ายน้อย เรียกปู่อีกได้ไหม" 

"คุณปู่!" เด็กชายลู่จือเชียนตะโกนเสียงดังพร้อมยื่นคอขึ้นราวกับแสดงให้ เห็นว่าตัวเองอยู่ตรงนี้  

ลู่เซี่ยยื่นมือออกอย่างมีความสุข ก่อนจะถามด้วยความไม่แน่ใจว่า "ขอปู่ กอดหนูหน่อยได้ไหม?" 

"ได้ฮะ!" จ๋ายจ๋ายส่งมือให้ลู่เซี่ย 

ลู่เซี่ยรีบกอดลูกหมีน้อยทันทีพร้อมกับกอดร่างของลู่ลี่หรานด้วยความยิน ดี "พ่อเตรียมทุกอย่างไว้ให้ลูกแล้ว กลับบ้านกับพ่อนะ" 

ในขณะที่เดิน ลู่เซี่ยพูดเสียงต่ำกับลู่ลี่หรานเพื่อสอบถามว่าเป็นมาในช่วงไม่ กี่ปีที่ห่างกัน "ลูกต้องทุกข์ทรมานมากข้างนอกมาหลายปีใช่ไหม? มันเป็นเพราะ สงครามสัญญาณการติดต่อของดาวโซลโต้ก็ถูกปิดกั้นจนไม่สามารถติดต่อกับภาย นอกได้แต่พี่ชายของลูกก็ได้พยายามทุกทางเพื่อจะหาทางอื่น..." 

ลู่ลี่หรานจึงปัดตกเรื่องบางอย่าง เขาไม่อยากให้พ่อของเขาโทษตัวเองจึง มุ่งเม้นไปกับการพูดถึงเรื่องของลูกหมีน้อย  

"อาจจะเป็นเพราะคลอดก่อนกำหนด" ลู่เซี่ยได้ยินแบบนั้นจึงพูดว่า "ทำให้ หลานอาจจะขาดสารฟีโรโมนอัลฟ่าในระหว่างตั้งครรภ์พ่อได้ติดต่อกับแพทย์โรคหัว ใจชั้นนำในโซลโต้แล้ว ดังนั้นลูกอย่ากังวลไปเลย" 

ลู่ลี่หรานพยักหน้า "ผมอยากพาจ๋ายจ๋ายไปตรวจสุขภาพก่อน และอยากรู้ ผลโดยเร็วที่สุด" 

"ตกลง งั้นเราแวะไปที่โรงพยาบาลกันก่อน พ่อได้โทรบอกให้เขาได้เตรียม ตัวไว้แล้ว" ลู่เซี่ยตอบรับคำขอลูกชายคนเล็กทันที  

เคอจี่ที่ได้ยินแบบนั้น ก็รีบใช้ประโยชน์จากสถานการณ์เขาจึงรีบพูดทัน ที "คุณลู่ครับ คุณจะไปโรงพยาบาลไหน ผมได้ติดต่อโคลแวะมาตรวจอาการของลู่ลี่ หรานไว้ก่อนหน้า" 

ลู่เซี่ยที่เหมือนจะเพิ่งสังเกตเห็นเคอจี่ เขาจึงแสร้งยิ้มปลอมๆ อย่างสุข 

ภาพ "โอ้! เด็กหนุ่มตระกูลเคอก็อยู่ที่นี่ด้วย" 

เปลือกตาทั้งสองข้างของลู่ลี่หรานกระตุก พ่อของเขาทำตัวเหมือนผู้อาวุโส ต่อผู้เยาว์โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับสถานะของตนในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของ สหพันธ์เลย 

ลู่ลี่หรานจึงแสร้งไอเบาๆ ในลำคอพร้อมกับส่งสายตาบางอย่างให้กับพ่อตัว เอง ซึ่งทำให้ลู่เซี่ยลอบถอนหายใจ  

ลู่เซี่ยจึงละทิ้งการข่มขู่ในตอนแรกไว้ชั่วคราว น้ำเสียงและท่าทางก็เปลี่ยน เป็นมิตรมากขึ้น "ตกลง งั้นให้เขามารอที่โรงพยาบาลทหารที่ 9 ก็พอ เครื่องมือ ตรวจสอบที่นั่นล้วนเป็นเทคโนโลยีหลักและล้ำสมัยที่ครอบครัวลู่จัดหามาให้ โดยตรง ไว้ใจพวกเขาได้" 

"ครับ" เคอจี่ตอบรับอย่างสุภาพก่อนจะรีบติดต่อโคลทันที 

แต่เมื่อสบสายตากับลู่ลี่หราน เขาจึงยิ้มบางๆ ตอบอีกฝ่าย  

ลู่ลี่หรานมองสลับระหว่างเคอจี่และพ่อของตัวเอง การเดินก็ช้าลงไปสอง ก้าว ก่อนจะยื่นมือไปกุมมือของเคอจี่เบาๆ เดินเคียงข้างกับเคอจี่  

ลู่เซี่ยที่เห็นการกระทำของลูกชายคนเล็กจากหางตา เขาก็อดกำมือแน่นด้วย ความโกรธไม่ได้  

เจ้าเด็กตระกูลเคอเทซุปอีฟชนิดใดลงในลูกของตัวเอง? นี่มันง่ายขนาดนั้น เลยเหรอ? ลูกของเขาต้องทนทุกข์ทรมานมาหลายปีอ่า... เขาโกรธมาก 

ลู่เซี่ยยังคงสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจก็คิดว่าจะต้องคุยกับเจ้าเด็กตระกูล เคอเป็นส่วนตัว 

กลุ่มคนได้เดินทางมาถึงโรงพยาบาลทหารที่ 9 

ซึ่งโคลยังเดินทางมาไม่ถึง ลู่ลี่หรานจึงขอให้ทำการตรวจร่างกายของ 

ลู่จือเชียนก่อน  

ลูกหมีน้อยคุ้นเคยกับการตรวจร่างกาย ดังนั้นเมื่อแพทย์ผู้ทำการตรวจพา ตัวเขาออกไปเพียงลำพังจึงไม่มีอาการตื่นตระหนักแต่อย่างใด แถมเขายังโบกมือ อย่างตื่นเต้นให้กับปะป๋าและคุณปู่ของเขาอีกด้วย  

"รอจนกว่าจ๋ายจ๋ายจะออกมานะ!" เด็กชายพูดเตือน 

"ครับ หนูไม่ต้องกลัวนะลูก คุณหมอใจดีและมือเบามาก ปู่ได้เตรียมขนม ไว้ให้จ๋ายจ๋ายแล้ว พอออกมาหนูจะได้กินทันที!" ลู่เซี่ยนั่งยองๆ ต่อหน้าลูกหมีน้อย เขายกมือลูบเส้นผมนุ่มอย่างอ่อนโยน แต่ในใจกับรู้สึกไม่สบายใจ  

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ลูกหมีน้อยของตระกูลลู่จะต้องประสบกับความอยุติ ธรรมเช่นนี้? 

เด็กชายลู่จือเชียนที่เห็นแบบนั้น เขาก็ปล่อยมือจากหมอ แตะใบหน้าของ ลู่เซี่ยและกระซิบปลอบใจว่า "จ๋ายจ๋ายไม่กลัว คุณปู่ไม่ต้องกังวลนะ รอจนกว่า จ๋ายจ๋ายจะออกมา!" 

หลังจากพูดจบ เขาก็ยิ้มอย่างสดใสให้ลู่เซี่ย ก่อนจะรีบจับมือหมอไว้กระตุ้น เขาด้วยเสียงต่ำ "คุณลุงหมอ! ไปกันเร็ว!" 

หมอตกตะลึง ในฐานะหมอมาหลายปีนี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องเผชิญสถาน การณ์เช่นนี้แถมยังเป็นลูกของตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดของโซลโต้ด้วย เขาไม่กล้าที่จะ ประมาท ดังนั้นเขาจึงต้องมองไปที่ลู่ลี่หราน หลังจากรับสายตายืนยันจากลู่ลี่ หรานแล้ว เขาจึงได้พาลูกหมีน้อยไปที่ห้องตรวจ 

ลู่เซี่ยไม่คิดว่าจะถูกเด็กอายุสามหรือสี่ขวบจะมาปลอบตัวเอง ร่างของเขา แข็งทื่อจนกระทั่งเห็นเด็กน้อยหายไปที่มุมทางเดิน จากนั้นเขาก็รับมันกลับคืนอย่าง ไม่เต็มใจ 

"ไม่ต้องกังวลครับ ไม่เป็นอะไรหรอก" ลู่ลี่หรานวางมือบนไหล่ของลู่เซี่ย  

ลู่เซี่ยยกมือลูบใบหน้าข้างที่ถูกลูกหมีน้อยแตะก่อนหน้า ความรู้สึกตอนนี้ทั้ง ขบขันและเศร้าใจเล็กน้อย "เขาเหมือนลูกมาก" 

"ผมเป็นคนคลอดและเลี้ยงเขามา แน่นอนว่าเขาจะต้องเหมือนผม" ลู่ลี่ หรานรับคำชมนี้ไว้อย่างเต็มใจ  

ลู่เซี่ยมองรอยยิ้มภูมิใจของลู่ลี่หราน สุดท้ายก็อดส่ายหัวพร้อมกับหัวเราะ ออกมา "พ่อหมั่นไส้ลูกมาก" 

"จริงด้วย พี่ชายอาจจะไม่ได้กลับมาเร็วๆ นี้เขาต้องรอให้ผมย้อนกลับไป รับครั้งหน้า" ลู่ลี่หรานพูด  

"ไม่เป็นไร" ลู่เซี่ยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "พี่ชายของลูกพาคนไปตั้งมาก ไม่ สำคัญหรอกว่าจะกลับสิบวันหรือครึ่งเดือน อย่ากังวลเรื่องเขาเลย" 

ลู่ลี่หรานสำลักและอดหัวเราะไม่ได้ "พี่ใหญ่จะต้องร้องไห้แน่ หลังจากได้ยิน เรื่องนี้" 

"เขาชินกับมันมานานแล้ว" ลู่เซี่ยตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ 

"...." ลู่ลี่หราน  

พ่อและลูกชายคนเล็กพูดหยอกล้ออย่างสนุกสนาน โดยเริ่มจากการหยอก ล้อพี่ชายคนโต จากนั้นจึงถามไถ่ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของกันและกันในช่วงไม่กี่ปี ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นฝั่งที่ลู่เซี่ยถามเสียมากกว่า 

จนกระทั่งเคอจี่พาโคลเดินเข้ามาหาคนทั้งสอง จึงช่วยลู่ลี่หรานจากกรคาด คั้นของพ่อตัวเองไว้ได้ 

เพราะยิ่งลู่เซี่ยได้รับฟังมากเท่าไหร่ ใบหน้าของเขาก็ม่วงมากขึ้นเท่านั้น ทำ ให้เมื่อเผชิญหน้ากับเคอจี่อีกครั้ง ใบหน้าของเขายิ่งมืดมนมากขึ้นกว่าเดิม 

"นี่คือดร.โคล เขามีวิจัยพิเศษในสาขาฟีโรโมนและพลังจิต ทั้งสองสิ่งนี้เชื่อม โยงกัน และเหมาะสมอย่างยิ่งหากเขาจะตรวจร่างกายทั้งหมดอย่างละเอียด" เคอจี่ที่ เห็นแบบนั้นก็รีบพูดกับลู่ลี่หรานทันที "เนื่องจากตอนนี้จ๋ายจ๋ายก็เข้าไปตรวจอาการ เหมือนกัน ผมว่าคุณทั้งสองเริ่มตรวจสอบกันเถอะ" 

ลู่ลี่หรานตอบรับพร้อมกับพูดทักทายโคลสั้นๆ 

หมอเบต้าหนุ่มดูสง่างามและอ่อนโยน เขาสวมกรอบแว่นสี่เหลี่ยมสีดำแต่ กลับไม่ทำให้ใบหน้าดูไม่น่ารังเกียจเลย 

"สวัสดีครับคุณลู่ เราเข้าห้องตรวจเพื่อเริ่มต้นกันเถอะ" โคลยิ้มเล็กน้อย 

หลังจากลู่ลี่หรานเดินตามโคลเข้าไปยังในห้องตรวจ ก็เหลือเพียงลู่เซี่ยและ เคอจี่ตามลำพังในทางเดินของโรงพยาบาล 

เคอจี่เหงื่อออกเล็กน้อยที่ฝ่ามือ เขาเหยียดหลังตรงโดยไม่รู้ตัวก่อนจะเผชิญ หน้ากับลู่เซี่ยด้วยท่าทางจริงจังปนกับอาการประหม่า ราวกับว่ารอรับการสอบสวน  

"คุณลู่มีอะไรจะพูดกับผมไหมครับ" เคอจี่เป็นคนทำลายความเงียบขึ้นมา ก่อน  

ลู่เซี่ยหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า "ตามฉันมา" 

... 

.. 

ไม่รู้ว่าทั้งสองพูดคุยอะไรกัน แต่เมื่อลู่ลี่หรานและลู่เซี่ยออกมาพร้อมกัน พวกเขาก็เห็นเคอจี่และลู่เซี่ยกำลังนั่งรออยู่ในแถวเดียวกันอย่างสบายใจ 

ลู่ลี่หรานเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะกวาดสายตามองสลับระหว่างพ่อและเคอจี่ด้วย ความอยากรู้เขาไม่รู้ว่าทั้งสองมีความเห็นตรงกันอย่างไรถึงมีท่าทางสันติภาพกันชั่ว ครู่ 

"ท่านนายพลครับ ถึงตาท่านแล้ว" โคลออกมา 

เคอจี่กำลังเดินตามโคลเข้าไปในห้องตรวจ แต่ก็หันมาพูดกับลู่ลี่ 

หรานว่า "คุณกลับไปก่อนเถอะครับ เมื่อผลออกมาแล้ว ผมจะเอากลับไปให้คุณ" หลังจากพูดจบ เคอจี่ก็เดินตามโคลเข้าไปในห้องตรวจ 

ลู่ลี่หรานขมวดคิ้วจ้องมองประตูห้องตรวจที่ปิดอยู่ เขาเม้มปากแน่นก่อนจะ พูดกับลู่เซี่ย "พ่อพาจ๋ายจ๋ายกลับบ้านก่อน ผมจะรอเขาตรวจเสร็จแล้วจะตามกลับ บ้านทีหลัง" 

ลู่เซี่ยยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าถามลูกหมีน้อยว่า "จ๋ายจ๋ายอยาก กลับบ้านไหม หรือว่าจะรอด้วยกัน?" 

"ผมอยากกลับบ้านพร้อมกับคุณลุงคนสวยของผม!" เด็กชายลู่จือเชียนตอบ ทันที  

ลู่เซี่ยชะงักก่อนจะมองลู่ลี่หรานด้วยสายตาประหลาดใจ "หลานยังไม่รู้ 

เหรอ...?" 

"มันเป็นการตัดสินใจของเคอจี่ครับ" ลู่ลี่หรานตอบ  

ลู่เซี่ยก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว การที่เด็กน้อยมีพ่ออีกคนแบบไม่คาดคิดเป็น เรื่องที่ยากจะยอมรับ จะดีกว่าหากค่อยๆ ปรับตัวและยอมรับกันอย่างมั่นคง  

เนื่องเคอจี่ใส่ใจกับความรู้สึกของลูกหมีน้อย ทำให้ตัวเขาในสายตาของ ลู่เซี่ยดูดีขึ้นมา "เนื่องจากเราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน จึงควรที่จะต้องกลับบ้าน ด้วยกัน ทำไมต้องแยกกันกลับด้วยล่ะ" 

จากนั้น ลู่เซี่ยก็ป้อนขนมที่เตรียมไว้ให้ลูกหมีน้อย พร้อมกับพูดชวนด้วย รอยยิ้ม "หนูไปรอกับปู่กันเถอะ" 

ลู่ลี่หรานประหลาดใจ เพราะดูเหมือนว่าพ่อของตัวเองญาติดีกับเคอจี่ตอน ไหน  

...แม้ว่าจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าก็ตาม  

เมื่อเคอจี่เดินออกจากห้องตรวจสอบพลังจิต เขาก็เห็นคนสามคนจาก 

ตระกูลลู่รออยู่ข้างนอก เขาจึงชะงักด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างมาก  ลู่ลี่หรานรีบลุกขึ้นเดินเข้าไปหาเคอจี่อย่างรวดเร็ว "คุณเป็นยังไงบ้าง?" 

ลู่ลี่หรานเหลือบมองไปภายในห้องตรวจที่จัดไว้เป็นพิเศษ ก็พบว่าภายใน ห้องเต็มไปด้วยยุ่งเหยิงราวกับเพิ่งผ่านพายุมา ยากที่จะจินตนาการว่าการทดสอบ ทางจิตใจธรรมดาๆ จะกลายเป็นการก่อจลาจลได้อย่างไร 

โคลพยายามยิ้มปลอมๆ อย่างอ่อนโยน "เอ่อ..คือว่า ความเสียหายที่นี่ควร ได้รับการคุ้มครองจากประกันภัยใช่ไหมครับ" 

เคอจี่ไอออกมาเล็กน้อย เขาเดินไปยืนบังสายตาของลู่ลี่หรานก่อนจะหันไป พูดกับโคลอย่างใจเย็น "อย่ากังวล ฉันจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง" 

"ครับ" โคลถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะพูดต่อทันทีว่า "ผมจะรีบ วิเคราะห์ให้เสร็จภายในคืนนี้และจะส่งผลให้ท่านในวันพรุ่งนี้" 

ไม่นานหลังจากโคลของแยกตัว ผลตรวจของลู่จือเชียนก็ออกมา 

คุณหมอเจ้าของอาการรีบเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว "อาการของคนไข้ดีขึ้น อย่างน่าประหลาดใจ แต่ก็ยังต้องได้รับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด ทางเราจะจัดเตรียม ห้องและบุคลากรให้เตรียมพร้อม คุณต้องการคุยเรื่องนี้ไหมครับ" 

แม้ว่าจะเป็นไปตามที่ลู่ลี่หรานคิดไว้แต่เขาก็อดประหม่าไม่ได้ฝ่ามือของ เย็นเฉียบ



บทที่ 224 วันที่สองร้อยยี่สิบสี่ของการกักตุนเงิน เพื่อเลี้ยงลูก 

[สถานะปัจจุบัน : ไม่มั่นคงอย่างยิ่ง เกิดจลาจลได้ง่าย] 

ฝ่ามือที่เย็นเฉียบของลู่ลี่หราน ถูกเคอจี่กุมไว้ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านฝ่ามือ ทำให้ลู่ลี่หรานรู้สึกคลายกังวล 

ลู่ลี่หรานสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเงยหน้าจ้องมองลู่เซี่ยและเคอจี่ "ถ้าอย่าง นั้น นัดวันผ่าให้เร็วที่สุด แต่วันนี้เราจะกลับบ้านกัน" 

"ได้ครับ" นายแพทย์ตอบรับ "ถ้างั้นรบกวนญาติของคนไข้เชิญมาที่ห้อง ตรวจของผม ผมจะได้แจ้งถึงข้อควรระวังและความเสี่ยงของการผ่าตัดครั้งนี้ให้ ทราบ จากนั้นผมจะได้จัดการขั้นตอนการรักษาตัวในโรงพยาบาล" 

"ครับ ขอบคุณครับ" ลู่ลี่หรานพยักหน้า  

ทันทีที่ลู่ลี่หรานออกเดิน เคอจี่และลู่เซี่ยก็เดินตามเขามาติดๆ เมื่อเห็นแบบ นั้นนายแพทย์ก็พูดว่า "ความจริงแล้ว แค่ญาติคนเดียวของคนไข้ก็พอแล้วครับ" 

"ไม่เป็นไร เราอยากฟังด้วย" นายแพทย์ยิ้มกว้างจนทำให้ไม่อาจจะปฏิเสธ ได้และยิ่งชายร่างสูงที่ไร้ความรู้สึกแต่กลับแผ่ความกดดันที่มองไม่เห็นอีกด้วย 

นายแพทย์กลืนน้ำลาย เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชิญทั้งหมดเข้าไปภาย ในห้องทำงานของตัวเอง ห้องทำงานของหมอมีขนาดเล็ก แต่ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเล็กลง ไปอีก 

"จากอาการของคนไข้ควรได้รับการผ่าตัดภายในอายุสามขวบ แต่ยังโชคดีที่ อายุของคนไข้ไม่ห่างกันมาก และโรคยังอยู่ในการควบคุมและอาการก็ช้ามาก มี แนวโน้มที่จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผมคิดว่าการผ่าตัดครั้งนี้มีโอกาสที่จะสำเร็จสูง และการใช้ชีวิตหลังจากการผ่าตัดของคนไข้จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก…" คุณ หมอได้พูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น 

ลู่ลี่หรานพยักหน้ารับเป็นระยะ ในที่สุดเขาก็เซ็นยินยอมรับการผ่าตัด 

ขั้นตอนแรกของการผ่ามีการตรวจร่างกายอีกครั้ง แต่ก็พบว่าเด็กน้อยมี เลือดไหลออกมามากและอาการเจ็บก็เหมือนจะกำเริบขึ้นอีกครั้ง เมื่อถึงเวลานอน พักรักษาตัวในหอผู้ป่วย เขาก็ดูอ่อนแรง  

ลู่ลี่หรานนั่งเงียบๆข้างเตียงของลูกหมีน้อย วอลล์เปเปอร์สีเหลืองห่านและ สติกเกอร์การ์ตูนทำให้ห้องดูเหมือนห้องเล่นมากขึ้น ยกเว้นเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้า หัวใจที่เย็นเฉียบ โดยมีเคอจี่และลู่เซี่ยยืนอยู่ที่ปลายเตียง 

เด็กชายเอียงคอมองผู้ใหญ่สามคนที่ที่ยืนและนั่งอยู่รอบๆ เขา 

เขาอมยิ้มก่อนจะถามลู่ลี่หรานด้วยสีที่อ่อนโยน "ปะป๋า ผมขอนอนกลางวัน ได้ไหมฮะ?" 

"ครับ" ลู่ลี่หรานพยักหน้ารับ จากนั้นก็เอื้อมมือไปลูบหน้าผากอันนุ่มนวล ของเด็กน้อย "ไม่ต้องกลัวนะ" 

"จ๋ายจ๋ายไม่กลัว" เด็กชายยิ้มแล้วก้มตา เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วลูบฝ่ามือ ของลู่ลี่หราน "ป๋าก็ต้องไม่กลัวด้วยฮะ" 

ลู่ลี่หรานประหลาดใจ ความกังวลและความกลัวของเขานั้นชัดเจนขนาดนั้น เลยเหรอ? 

เขาจึงรีบปรับสีหน้าของตัวเอง ก่อนจะยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ "ตกลงครับ" 

เคอจี่เดินไปทางข้างเตียงของลูกหมีน้อย จากนั้นก็ยื่นเหรียญเกียรติยศทาง ทหารซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรมสูงสุดทางทหารและยัดมันลงในฝ่ามือเล็กๆ ของเด็กชาย 

ลู่ลี่หรานจ้องมองเคอจี่ด้วยสายตาประหลาดใจ  

เด็กชายก็จ้องมองเหรียญในมือด้วยความอยากรู้อยากเห็น เหรียญ 

เกียรติยศนั้นแวววาวและประดิษฐ์ขึ้นอย่างสวยงามมาก เขาชอบมันทันทีและกระซิบ ว่า "สวยมากฮะ" 

"เหรียญนี้เป็นตัวแทนของความกล้าหาญ ความแข็งแกร่งและการไม่ยอม แพ้" เสียงของเคอจี่ต่ำและอ่อนโยน ขณะที่เขานั่งยองๆ ครึ่งตัวอยู่ตรงหน้าเด็ก น้อย ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยขณะมองดูความสุขใจที่เบิกบานของเด็กน้อย "ลุงขอ มอบให้จ๋ายจ๋าย หนูจะกล้าหาญ แข็งแกร่งและไม่ยอมแพ้ไม่ว่าจะเจอกับความยาก ลำบากใดๆ ก็ตาม เข้าใจไหมครับ" 

เด็กชายลู่จือเชียนที่ได้ยินว่าสิ่งนี้เป็นของตัวเอง ก็พยักหน้าอย่างมีความสุข ทันที "จ๋ายจ๋ายจะเป็นคนที่กล้าหาญที่สุด!" 

ลู่ลี่หรานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เขาโน้มตัวไปจูบบนหน้าผากของลูกหมี 

น้อย "ใช่แล้วครับ หนูเป็นลูกของพ่อจริงๆ" 

เด็กชายรู้สึกภูมิใจมาก 

ในไม่ช้า เวลาเยี่ยมตอนเย็นก็ผ่านไป นางพยาบาลเคาะหน้าต่างกระจกใส ด้านนอกหอผู้ป่วยเพื่อเตือนผู้ใหญ่ทั้งสามคนว่าถึงเวลาต้องออกมาแล้ว 

ลู่ลี่หรานไม่ทางเลือกอื่น เขาปล่อยมือจากลูกชายของตัวเองก่อนจะแสร้งยิ้ม ผ่อนคลาย "ป๋ารออยู่ข้างนอกนะ ราตรีสวัสดิ์จ๋ายจ๋ายของป๋า" 

"ราตรีสวัสดิ์ฮะป๋า!" เด็กน้อยโบกมือเล็กน้อย แต่ดวงตายังจ้องมองไปทางผู้ ใหญ่ทั้งสามคนออกจากห้องไปโดยไม่กะพริบตา 

ไฟหน้าในห้องผู้ป่วยถูกปิดลง เหลือเพียงไฟกลางคืนที่ติดอยู่กับพื้นส่อง สว่างสลัวๆ 

เด็กชายลู่จือเชียนที่อยู่ในคนเดียวในห้องผู้ป่วย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มโตของ เขาเบิกกว้าง ไม่นานก็มีหยาดน้ำตาคลออย่างรวดเร็ว  

'อืออืออือ..อยากกอดป๋า อดทนหน่อยนะ' 

เด็กชายกุมเหรียญไว้ในมือแน่นราวกับว่ามันทำให้เขารู้สึกปลอดภัย  

ลู่ลี่หรานนั่งอยู่นอกห้องผู้ป่วยพิเศษของเด็กน้อย นี่เป็นเพียงการสังเกต อาการก่อนผ่าตัดและการรักษาตัวในโรงพยาบาลตามปกติแต่สิ่งนี้กลับทำให้เขารู้ สึกทรมาน เขาก้มหัวและปิดตาลงราวกับเหนื่อยล้าและซึมเศร้าอย่างมาก 

"ไม่ต้องกังวล มีคนเฝ้าอยู่หลายคน หมอที่รับผิดชอบการผ่าตัดเป็นผู้เชี่ยว ชาญในสาขานี้เขาผ่าตัดคนไข้ในอาการเดียวหันมาหลายร้อยเคสไม่เคยมีการผิด พลาด และอาการของลู่จือเชียนก็ดีกว่าที่คาดไว้มาก ดังนั้นเขาจะไม่เป็นไร" 

ลู่ลี่หรานคลายมือที่กำแน่น เขาเอนหัวซุกบนไหล่ของเคอจี่ และก็พูดเสียง แผ่วเบาว่า "ผมรู้แต่ผมก็รู้สึกไม่ดีอยู่ดี" 

เคอจี่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลูบแผ่นหลังของลู่ลี่หรานเบาๆ "ผมรู้แต่ผม อยู่ตรงนี้" 

ลู่เซี่ยจ้องมองคนสองคนที่นั่งกอดกันเพื่อมอบกำลังใจให้กัน เขาลอบถอน หายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปเตรียมของจำเป็นที่จะต้องใช้อีกไม่กี่วันข้างหน้า  

การผ่าตัดของลู่จือเชียนกำหนดไว้ตอนตีห้า เด็กน้อยถูกผลักเข้าห้องผ่าตัด ในขณะที่เขายังนอนหลับอย่างสบาย ลู่ลี่หรานเห็นว่าเขายังคงถือเหรียญไว้ในมือ อย่างแน่นหนา 

หลังจากที่แพทย์วิสัญญีฉีดยาสลบแล้ว นางพยาบาลก็เอาเหรียญออกจาก มือของเด็กน้อยและส่งคืนให้กับลู่ลี่หรานที่กำลังเฝ้าอยู่ข้างนอก 

ลู่เซี่ยที่ได้สั่งให้พ่อบ้านจำเตรียมอาหารง่ายๆ มาให้ "ลูกต้องกินให้มากที่ สุด อย่าปล่อยให้พ่อต้องกังวลเรื่องเด็กน้อยและเรื่องผู้ใหญ่ทั้งสองคน" 

ลู่ลี่หรานพยักหน้า เขารับกล่องข้าวตอบรับเสียงเบาว่า "ขอบคุณครับพ่อ" ลู่เซี่ยลูบผมของลู่ลี่หรานแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "ขอบคุณสำหรับอะไร" 

ลู่ลี่หรานเม้มริมฝีปาก มีหลายสิ่งหลายอย่างที่พ่อของเขาสมควรได้รับความ ขอบคุณ แต่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้ในที่สุด เขาเพียงแค่จับเอวของพ่อและเอน ตัวพิงตัวพ่ออย่างเงียบๆ 

หัวใจของลู่เซี่ยเจ็บปวด เขาตบไหล่ของลู่ลี่หรานเบาๆ โดยไม่พูดอะไร 

การผ่าตัดกินเวลานานเกือบสิบชั่วโมง ระหว่างนั้น โคลมาตรวจสอบรายงาน การตรวจร่างกายของคนทั้งสองมามอบให้กับลู่ลี่หรานและเคอจี่ แต่เมื่อเห็นว่าทั้งคู่ ไม่ให้ความสนใจ เขาจึงทำเพียงมอบเอกสารและยาควบคุมพื้นฐานที่ต้องรับ ประทานไว้ส่วนเรื่องที่มีรายละเอียดมากกว่านี้เขาจะหารือในรายละเอียดในโอกาส อื่น 

ลู่เซี่ยหยิบกระดาษรายงานออกมาอ่าน ก็พบว่าในส่วนของลูกชายตัวเองถูก ทำเครื่องหมายไว้ 

[ผู้รับการทดสอบ: ลู่ลี่หราน] 

[พลังฟีโรโมน: S] 

[ความแข็งแกร่งทางจิตใจ : S] 

[สถานะปัจจุบัน : ไม่เสถียร] 

ตามมาด้วยคำศัพท์ยาว แต่ในย่อหน้าสุดท้ายมีการแนะนำการวินิจฉัยและ แผนการรักษา  

ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ รับประทานยาควบคู่กับการชะลอและลดความถี่ ในการใช้สารยับยั้ง งดการใช้สารที่ทำให้เป็นกลาง และงดการทำเครื่อง หมายอัลฟาชั่วคราวเพื่อบรรเทาอาการ (แม้ว่าการทำเครื่องหมายอัลฟาชั่วคราวจะ ช่วยบรรเทาสถานการณ์ปัจจุบันได้แต่จะทำให้โอเมก้าต้องพึ่งพาฟีโรโมนอัลฟามาก ขึ้น) หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ขอแนะนำให้เข้ารับการรักษาโดยละเอียดอีก ครั้ง  

หลังจากที่ลู่เซี่ยอ่านทั้งสิบบรรทัดอย่างรวดเร็ว เขาก็ขมวดคิ้วก่อนจะอ่านผล การตรวจของเคอจี่  

[ผู้รับการทดสอบ: เคอจี่] 

[พลังฟีโรโมน: S] 

[ความแข็งแกร่งทางจิตใจ: SSS] 

[สถานะปัจจุบัน : ไม่มั่นคงอย่างยิ่ง เกิดจลาจลได้ง่าย] 

[การวินิจฉัยและแผนการรักษาที่แนะนำ: รับประทานยาเสริมด้วยการฉีด ยา ผลการควบคุมที่ดีที่สุดที่คาดหวังได้คือให้พลังจิตอยู่ในสภาวะหลับสนิทเพื่อให้ เกิดผลคงที่ ห้ามใช้พลังจิตโดยเด็ดขาด ห้ามอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อย่างรุนแรง และ…] 

ลู่เซี่ยไม่คาดคิดว่าสถานการณ์ของเคอจี่จะมาถึงจุดนี้เขาเคยได้ยินมาว่า พลังจิตของเคอจี่กำลังมีปัญหาอยู่ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ดังนั้นเขาจึงคิดว่ามันเป็นแค่ปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น 

ลู่เซี่ยขมวดคิ้วจ้องมองไปทางเคอจี่ ซึ่งดูเหมือนว่าเคอจี่ก็สังเกตเห็นสายตา ของอีกฝ่าย เขาจ้องมองไปยังกระดาษในมือของลู่เซี่ย  

เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัวเล็กน้อยให้กับลู่เซี่ย  

ทั้งสองรีบหาข้ออ้างออกจากห้องรอผ่าตัด 

"ผมรู้อาการของตัวเองดีครับ" เคอจี่เป็นคนพูดขึ้นมาก่อน เขามองลู่เซี่ยด้วย สายตาจริงจัง "ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง" 

"นายจะทำยังไง" ลู่เซี่ยถาม "ปฏิบัติตามการวินิจฉัยและแผนการรักษาข้าง ต้นอย่างนั้นเหรอ การปล่อยให้พลังจิตของนายหลับ? แต่นั่นเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่ สุดของนาย..." 

เคอจี่พูดขัดลู่เซี่ย "สิ่งท้ายที่สุดที่กาแล็กซี A69 ต้องการตอนนี้คืออาวุธ อย่างฉัน ตอนนี้เราได้พาสันติภาพกลับมาแล้ว สิ่งที่พวกเขาต้องการคือความเจริญ รุ่งเรือง ผมเชื่อว่าจะมีการขับเคลื่อนได้แม้ว่าจะไม่มีผมก็ตาม การขู่ขวัญของกองทัพ สงครามของรัฐบาลกลางก็เพียงพอที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดบางอย่างใน ช่วงเวลาที่ไม่ใช่สงคราม" 

"นอกจากนี้เรายังมีคุณอยู่" เคอจี่จ้องมองลู่เซี่ย อาวุธที่ตระกูลลู่จัดหามา ให้เป็นหลักประกันที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับกองทัพสงครามของรัฐบาลกลาง 

ลู่เซี่ยเงียบไปหลังจากได้ยินเรื่องนี้ก่อนจะพูดต่อว่า "เนื่องจากนายวางแผน ไว้แล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก เอาสำเนายาที่โคลจัดให้ส่งมาให้ฉัน ฉันจะได้ส่งให้ ทีมเภสัชและเคมีภัณฑ์ตรวจสอบเพิ่มเพื่อลดผลข้างเคียงให้เหลือน้อยที่สุด" 

"ครับ ขอบคุณมาก" เคอจี่ยิ้มเล็กน้อย  

ทั้งสองกลับไปยังในห้องรอผ่าตัด เคอจี่ยืนซ้อนหลังลู่ลี่หราน จากนั้นก็ ค่อยๆ วางแขนลงบนไหล่ของลู่ลี่หราน ราวกับส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายพิงตัวเขา 

"ผ่านไปสิบชั่วโมงแล้วที่เขาเข้าไป" ลู่ลี่หรานกระซิบ "ผมค้นหาข้อมูล การผ่า ตัดปกติใช้เวลาแปดถึงสิบเอ็ดชั่วโมง…" 

"ไม่ต้องกังวล ตราบใดที่พยาบาลไม่ออกมา ก็ไม่มีปัญหา" ลู่เซี่ยพูดปลอบ ลูกชาย 

ในขณะที่พูดคุยกันอยู่ ป้ายไฟที่ประตูห้องผ่าตัดก็ดับลงทันที 

ลู่ลี่หรานยืนขึ้นด้วยความกังวล จนหัวของเขากระแทกปลายคางของเคอจี่ แต่เขาไม่มีเวลาตรวจดูอาการของเคอจี่ เพราะเขาเห็นศัลยแพทย์ออกมา เขาก็รีบ ตรงเข้าไปหาอีกฝ่าย  

"การผ่าตัดประสบความสำเร็จและผ่านไปด้วยดีคนไข้ต้องอยู่ในห้องรอจน กว่าฤทธิ์ยาสลบจะหมดก่อนจึงจะออกมาได้แนะนำให้ญาติเข้ามาเยี่ยมอีกครั้งใน อีก 2 วันเพื่อให้คนไข้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่" 

ลู่ลี่หรานถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะพูดขอบคุณอีกฝ่าย  หลังจากที่ศัลยแพทย์เดินออกไป เขาก็ล้มลงบนเก้าอี้ด้วยอาการอ่อนแรง  

"ไม่เป็นไร อย่ากังวล ทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ" ลู่เซี่ยโอบกอดลูกชาย เขา จ้องมองไปยังดวงตาแดงของลู่ลี่หรานด้วยความเศร้า ลูกหมีของเขาต้องผ่านความ เจ็บปวดมาเป็นเวลานาน แถมต้องแบกรับภาระทางจิตใจอันหนักอึ้งนี้เพียงลำพังมา เป็นเวลาสามปีในที่สุดเขาก็สามารถปล่อยวางได้  

ลู่ลี่หรานพยักหน้า ก่อนจะพูดด้วยเสียงแหบพร่า "ลูกของผมผ่านมาอย่าง หนัก เขาคู่ควรกับการเป็นลูกของครอบครัวเราจริงๆ ครับ" 

ลู่เซี่ยหัวเราะดังลั่น ก่อนจะมองไปยังท่านผู้บัญชาการที่ยืนอยู่ข้างๆ มุมปาก ของเขาเลือดไหล หลังจากถูกคำพูดของลู่ลี่หรานโจมตีเมื่อกี้ "งั้นยีนของผู้บัญชาการ ก็ไม่ส่งผลเลยสักนิด" 

ลู่ลี่หรานเช็ดน้ำตาที่หางตาของตัวเอง ใบหูของเขาแดงเล็กน้อยก่อนจะ 

กระซิบพูดเสียงเบาว่า "ต้องมีส่วนสิครับ" 



บทที่ 225 วันที่สองร้อยยี่สิบห้าของการกักตุนเงินเพื่อเลี้ยงลูก

"แล้วคุณวางแผนจะทำเมื่อไหร่?" 

สองวันต่อมา เด็กชายลู่จือเชียนก็ถูกย้ายไปยังห้องพักผู้ป่วยเดี่ยว 

แม้ว่าลูกหมีน้อยจะน้องเกือบยี่สิบชั่วโมงทุกวัน แต่ทุกครั้งที่ลืมตาขึ้นก็จะ เห็นปะป๋า คุณปู่หรือไม่ก็คุณลุงคนสวยอยู่ข้างเตียงเสมอ  

ลูกหมีน้อยที่ใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ก็ยิ้มจนตาหยีถามเสียงแผ่วเบาว่า "จ๋ายจ๋ายจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่" 

"ไม่นานครับ หนูต้องอยู่ต่ออีกประมาณหนึ่งสัปดาห์แต่ว่าลุงจินและคุณลุง จะมาเยี่ยมจ๋ายจ๋าย" ลู่ลี่หรานกระซิบตอบพร้อมกับพับมุมผ้าห่มของจ๋ายจ๋าย  

"ตกลงฮะ" จ๋ายจ๋ายตอบรับอย่างยินดีจากนั้นก็ย่นจมูกพร้อมกับหาวออก มา "จ๋ายจ๋ายคิดถึงลุงจินและคุณลุง" 

"เมื่อลุงจินและคุณลุงกลับมา ป๋าจะบอกพวกเขานะครับ ป๋าคิดว่าพวกเขาจะ ต้องมีความสุขมาก" ลู่ลี่หรานยิ้มพร้อมกับลูบหัวลูกชายอย่างอ่อนโยน 

"ฮะ" 

หลังจากอาการของลูกหมีน้อยคงที่แล้ว ลู่ลี่หรานและเคอจี่ก็ได้กลับบ้านเพื่อ พักผ่อนในเวลากลางคืน  

ตลอดสามวันที่ผ่านมาที่พวกเขามายังดาวโซลโต้พวกเขาใช้เวลาทั้งหมดอยู่ ในโรงพยาบาลโดยไม่ได้กลับบ้านเลยสักครั้ง  

ไม่ต้องพูดถึงการนอนบนเตียงเดียวกัน  

เดิมทีเคอจี่คิดว่าตัวเองจะถูกส่งกลับหลังจากส่งลู่ลี่หรานที่หน้าประตูบ้าน ของตระกูลลู่ แต่ไม่คาดคิดว่าหัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลลู่จะยิ้มกว้างเชื้อเชิญให้เขา กินของว่างตอนเที่ยงคืน 

เคอจี่จ้องมองไปทางลู่ลี่หรานด้วยสายตาสงสัย แต่ลู่ลี่หรานก็ยักไหล่ก่อนจะ พูดด้วยรอยยิ้ม "เขาเตรียมส่วนของคุณไว้แล้ว อย่าให้มันเสียเปล่า" 

ไม่เพียงแต่ได้กินของว่างตอนดึกเสร็จ แต่เคอจี่ยังได้รับอนุญาตให้พักค้าง คืน 

คำพูดหัวหน้าพ่อบ้าน "นายท่านบอกว่าคุณชายคงไม่มีเวลาทำความสะอาด บ้าน คุณชายสามารถพักผ่อนที่ตระกูลได้หนึ่งคืน" 

มันเป็นเรื่องจริงที่เคอจี่ไม่ได้กลับตระกูลเคอเป็นเวลานานแล้ว เนื่องจากเขา เป็นเพียงคนเดียวที่มีชีวิตอยู่ ทำให้เขาส่งคนรับใช้ทั้งหมดกลับบ้าน แม้แต่หัวหน้า พ่อบ้านเก่าแก่ก็สมัครใจที่จะกลับบ้านตนเองเช่นกัน เพราะเข้าใจถึงสถานการณ์น่า วิตกกังวลในตอนนั้น ทำให้บ้านหลักตระกูลเคอถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนา  

แต่เคอจี่ยังมีคอนโดหรูอยู่ในดาวโซลโต้ซึ่งเขาได้จ้างให้คนมาทำความ สะอาดเป็นประจำและยังได้ไหว้วานให้บรอนเต้เข้าไปดูเป็นครั้งคราว แต่ว่า... 

เคอจี่ก้มหน้ารับอย่างยินดีพร้อมกับพูดกับหัวหน้าพ่อบ้านอย่างสุภาพ 

ว่า "ขอบคุณครับ" 

ด้วยความยินยอมจากลู่เซี่ย กล่องถุงยางอนามัยหลายกล่องก็ถูกจัดวางไว้ บนโต๊ะข้างเตียงในห้องนอนของลู่ลี่หรานอย่างรอบคอบ โดยมีทุกขนาดให้เลือก สรร  

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโน๊ตที่ถูกเขียนจากลายมือของลู่เซี่ยว่า "ปฏิบัติตาม คำแนะนำของหมอ ห้ามทำเครื่องหมายชั่วคราวโดยเด็ดขาด" 

"......" ลู่ลี่หราน  

เสียงฝีเท้าของเคอจี่ที่เดินขึ้นมาชั้นบน เขาจึงรีบยัดถุงยางสองกล่องลงใน ลิ้นชักก่อนจะปิดลิ้นชักด้วยท่าทีนิ่งสงบ "ห้องรับแขกไม่ได้ถูกจัดไว้คุณนอนกลับ ผมได้ไหมครับ" 

"ได้ครับ เตียงกว้างพอ ไม่แออัด" เคอจี่มองไปที่เตียงของลู่ลี่หราน  

ลู่ลี่หรานมองไปที่เตียงก็ต้องหุบปาก เทียบกับพื้นที่ที่พวกเขาสองคนนอน ในป่าแล้ว สถานที่แห่งนี้น่าจะใหญ่กว่านี้ถึงสองเท่า  

เขาแสร้งไอเบาๆ ก่อนจะรีบหยิบเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ แต่ก็ไม่วาย พูดว่า "คุณทำตามสบายเลยครับ ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อน" 

"ครับ..." 

ลู่ลี่หรานรีบถอดเสื้อผ้า จากนั้นก็พุ่งตัวเข้าไปอยู่ใต้ฝักบัว เสียงน้ำก็ดังขึ้น 

แต่ไม่นานก็มีเสียงของเคอจี่ดังขึ้นมาจากด้านนอกของประตู "ผมต้องการ ชาร์จเครื่องสื่อสาร คุณมีสายชาร์จที่นี่ไหม" 

"มันอยู่ในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง" ลู่ลี่หรานตอบรับ  

"อืม.." 

มีเสียงลิ้นชักถูกเปิดออกด้านนอก ลู่ลี่หรานตระหนักถึงบางสิ่งในทันใดก่อน จะรีบตะโกนออกมาว่า "รอก่อน ผมจะไปเอามาให้!" 

ลู่ลี่หรานรีบปิดฝักบัว เขาหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาพันรอบเอว จากนั้นรีบ วิ่งออกไปที่ประตูทันที 

แต่ทันทีที่เขาออกมา เขาก็เห็นเคอจี่ยืนอยู่หน้าโต๊ะข้างเตียง โดยมีลิ้นชัก เปิดอยู่ และมีโน้ตเล็กๆ ที่พ่อของเขาเขียนไว้อยู่ในมือ  

"....." ลู่ลี่หราน  

เคอจี่มองลู่ลี่หรานพร้อมรอยยิ้มที่ไม่เหมือนรอยยิ้ม แต่เขาเห็นว่าลู่ลี่ 

หรานตัวเปียกโชกและยังวิ่งออกมาด้วยเท้าเปล่า เขาจึงขบขันเล็กน้อย "กลับเข้าไป เร็วเข้า ตอนนี้คุณเปียกไปทั้งตัว" 

ลู่ลี่หรานตอบรับด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนหันหลังกลับเข้าห้องน้ำอย่างเกร็งๆ 

เขาจ้องมองตัวเองผ่านกระจกหน้าเคาร์เตอร์ของห้องน้ำ และเมื่อนึกถึงข้อ ความในโน๊ตทั่วทั้งตัวของเขาก็แดงอย่างเห็นได้ชัด  

ลู่ลี่หรานสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะลูบใบหน้าและลำคออย่างแรง พร้อมกับ พูดเสียงแผ่วเบาปลอบตัวเอง "พวกเราก็เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ก็แค่ฉากเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง" 

หลังจากปรับอารมณ์ตัวเองได้เขาก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาข้างนอก  

เคอจี่จัดการเก็บกวาดของทั้งหมดไว้ในลิ้นชักเรียบร้อยแล้ว และยังนั่งบน เก้าอี้ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม พลิกดูหนังสือราวกับว่าเขาไม่ได้จริงจังกับเหตุการณ์นี้เลย 

"อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ" เคอจี่ปิดหนังสือก่อนจะมองไปทางลู่ลี่หราน  

ลู่ลี่หรานพูดเสียงแห้งๆ ว่า "คุณจะอาบน้ำไหม?" 

"ดีเลยครับ ผมขอยืนชุดของคุณหน่อย ดูเหมือนผมกับคุณจะไซส์เดียว กัน" เคอจี่ตอบรับอย่างไม่ใส่ใจขณะที่เดินไปที่ห้องน้ำ  

ลู่ลี่หรานรีบค้นตู้เสื้อของตัวเองทั้งที่ใบหูแดงก่ำ  

เขาไซส์เดียวกันกับเคอจี่? คาดว่าเสื้อชั้นในของเขาน่าจะคล้ายกับกางเกงรัด รูปของเคอจี่ ท้ายที่สุดแล้ว ความแตกต่างของขนาดระหว่างอัลฟ่าและโอเมก้าก็มี อยู่ 

แม้ว่าเขาจะไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าตัวเองเหมือนโอเมก้าทั่วไปก็ตาม 

ลู่ลี่หรานเกาคาง หยิบเสื้อผ้าเปลี่ยนทั้งหมดขึ้นมา มองไปที่กางเกงที่รัดรูป และหลังจากทำท่าทางบางอย่างในใจ เขาก็เปลี่ยนมันอย่างเงียบๆ เป็นกางเกงมุม เหลี่ยม ซึ่งปลอดภัยกว่า 

ลู่ลี่หรานยัดเสื้อผ้าที่เขาเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเข้าไปในอ้อมแขนของเคอจี่ "เข้า ไป เข้าไป" 

เคอจี่อดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นปลายหูแดงของลู่ลี่หราน แต่ก็ถูกผลักเข้าไป ในห้องน้ำทันที  

เขาแตะปลายจมูกของเขาทำให้เกิดอันตราย 

เมื่อเคอจี่ออกมาจากห้องน้ำ เขาก็เห็นลู่ลี่หรานที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงในมือ ถือหนังสือเกี่ยวกับการรักษาฉุกเฉินบาดแผลในป่า 100 ประเภท แต่ดวงตาเหม่อ ลอยไม่มองไปยังตัวหนังสือ 

เคอจี่กระแอมในลำคอ เดินไปอีกด้านหนึ่งของเตียง ใช้มือเท้าบนเบาะนุ่ม ของเตียง ก่อนจะจ้องมองลู่ลี่หรานด้วยรอยยิ้ม "คุณประหม่าหรือเปล่า" 

ลู่ลี่หรานเหมือนพึ่งได้สติเขามองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าเหล็กของที่ยิ้มแย้ม ของเคอจี่ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหดตัวกลับอย่างไม่รู้ตัว "ทำไมผมถึงประหม่า ไม่ใช่ว่า เราไม่เคยหลับนอนด้วยกันครั้งแรก" 

เคอจี่จ้องมองลู่ลี่หรานด้วยรอยยิ้ม "งั้นผมขอขึ้นเตียงนะ? แต่ความจริง แล้วผมนอนบนพื้นก็ได้" 

ลู่ลี่หรานรีบจ้องมองเคอจี่ แต่สายตากับหยุดที่ลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงอยู่ใกล้ๆ เคอจี่ เขาหายใจไม่ทั่วท้องจึงรีบเบือนหน้าหนี "ทำไมต้องนอนบนพื้นด้วยล่ะ ก็ไม่ใช่ ว่าไม่มีที่สำหรับคุณนี่" 

เมื่อได้ยินแบบนั้น เคอจี่จึงไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเลื่อนเข้าไปใต้ผ้าห่มก่อนจะ ถามว่า "คุณจะอ่านหนังสือต่อไหม" 

"ผมไม่อ่านแล้วครับ" ลู่ลี่หรานรีบปิดหนังสือในมือ จากนั้นก็วางมันไว้บน โต๊ะข้างเตียงก่อนจะซุกตัวใต้ผ้าห่ม "ไฟอยู่ทางคุณ ถ้าจะนอนก็ปิดด้วยนะ" 

เคอจี่ตอบรับก่อนจะเอี้ยวไปปิดไฟ พริบตาห้องก็มืดสนิทในทันทีมีเพียง ลมหายใจแผ่วเบาของคนสองคนเท่านั้น 

หลังจากผ่านไปไม่กี่นาทีเคอจี่ก็ได้ยินเสียงลมหายใจที่สับสนวุ่นวายจากคน ข้างตัว เขาจึงหันไปทางลู่ลี่หรานก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "คุณยังไม่นอน เหรอ"  

ภายใต้แสงจันทร์ที่พร่ามัว ลู่ลี่หรานหันด้านข้างจ้องมองโครงร่างของเคอจี่ที่ เลือนราง  

แม้จะเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน แต่ลู่ลี่หรานก็สามารถนึกใบหน้าของเคอจี่ได้ อย่างชัดเจนแม้ว่าจะหลับตา เขาไม่เชื่อเลยว่าเคอจี่จะไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลยหลังจาก เห็นสิ่งของในลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง 

เคอจี่ยื่นมือไปกุมมือของลู่ลี่หรานด้วยความลังเล แม้แต่เสียงที่เปล่งออกมา ก็แหบเล็กน้อย "ฝันดีนะครับ" 

ดวงตาของลู่ลี่หรานเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย 'แค่นอนเท่านั้นเหรอ? นี่เขา 

กระตือรือร้นมากไปหรือเปล่า?!' 

ลู่ลี่หรานอยากจะดึงมือกลับ แต่ก็ถูกมือของเคอจี่กุมแน่น "นอนให้เต็มอิ่ม เถอะ คุณไม่ได้นอนเต็มที่มาสองสามวันแล้ว" 

เคอจี่จ้องมองริมฝีปากบางที่เผยให้เล็กน้อยของลู่ลี่หราน เขาชะงักเล็ก 

น้อย "ในอนาคตเรามีเวลาเหลือเฟือ หลังจากนี้เราจะลองทีละอย่างก็ได้" "..." ลู่ลี่หรานสำลัก เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรไปพักหนึ่ง  

——ดูเหมือนว่าแม้แต่เสียง “อืม” ก็ยังดูไม่ถูกต้อง 

เคอจี่ที่เห็นว่าลู่ลี่หรานซื่อสัตย์และประพฤติตัวดีเขาจึงพูดเสริมว่า "นอก จากนี้ผมอยากประทับตราไว้กับคุณอย่างทางการ ดังนั้นเวลานี้จึงไม่เหมาะเท่า ไหร่" 

เสียงแหบทุ้มของเคอจี่ดังก้องในหัวของลู่ลี่หราน ทำให้เขาต้องขดตัวราวกับ ว่ามีกระแสไฟฟ้ากำลังวิ่งซ่านไปทั่วตัว มันวิ่งพล่านราวกับว่ามันพร้อมที่จะระเบิด ออกมาจากหัวจรดเท้า 

"ผม..ผมจะนอนแล้ว" ลู่ลี่หรานพูดอย่างรวดเร็ว 

"ครับ..ราตรีสวัสดิ์" เคอจี่ตอบพร้อมกับอมยิ้ม 

ในขณะที่เคอจี่คิดว่าลู่ลี่หรานหลับไปแล้ว เขาก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาจากร่างที่ นอนหลับตา "แล้วคุณวางแผนว่าจะทำเมื่อไหร่?" 

ลมหายใจของเคอจี่ขาดช่วง คลื่นความร้อนแผ่ซ่านจะเกือบจะเอาชนะความ ตั้งใจของเขา  

เคอจี่สูดหายใจเข้าลึกสองสามครั้งเพื่อให้ร่างกายที่ถูกกระตุ้นสงบนิ่ง ก่อน จะเปล่งเสียงแหบอย่างช่วยไม่ได้ว่า "อย่าก่อเรื่องครับ" 

"...." ลู่ลี่หราน  

ท่ามกลางค่ำคืนที่เงียบสงบ แต่ในความคิดของคนทั้งสองกับไม่เงียบสงบ เลยสักนิด ไม่นานลู่ลี่หรานก็รู้สึกว่าเสียงของเขายวบขึ้นเล็กน้อย เขาจึงลืมตาก็พบ กับร่างของเคอจี่ที่ลุกขึ้นจากเตียงเดินตรงเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มีเสียงน้ำ ดังขึ้น  

"...." 

ผ่านไปสิบนาทีเคอจี่ก็เดินกลับมานอนที่เตียงอีกครั้ง ชายคนนั้นก็ขึ้นเตียง พร้อมกับอากาศเย็นๆ พัดผ่านรอบตัวเขา 

"...." ลู่ลี่หราน  

... 

.. 

สามวันต่อมา ก็มีแขกที่ไม่คาดคิดสองคนมาที่โรงพยาบาล  

จินเฟยและลู่ลี่ชิงรีบเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างรีบร้อน ซึ่งบังเอิญเป็นจังหวะ ที่ลู่ลี่หรานกำลังเฝ้าลูกหมีน้อยพอดีเมื่อลู่ลี่หรานเห็นคนทั้งสอง เขาก็ต้องพูดเสียง สูงอย่างไม่คาดคิด "พวกนาย?!" 

ลู่ลี่ชิงยิ้มกว้าง เขาเดินเข้าไปกอดลู่ลี่หราน "การทดลองของพี่ประสบความ สำเร็จ แม้จะต้องจ่ายสูงไปหน่อย แต่ก็ทันกับที่ลูกหมีน้อยของพวกเราออกจากโรง พยาบาล" 

จินเฟยพยักหน้าเห็นด้วย สายตาของเขายังจับจ้องไปยังลูกหมีน้อยที่กำลัง นอนหลับสนิท ก่อนจะถามลู่ลี่หรานเสียงต่ำว่า "คุณชายน้อยเป็นยังไงบ้างครับ" 

"ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีคาดว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลในสัปดาห์หน้า"  ลู่ลี่หรานยิ้มให้กับจินเฟย "แล้วสถานการณ์ที่ดาวรกร้างก่อนที่นายจะจากมาเป็นยัง ไงบ้าง ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีใช่ไหม" 

"ครับ แต่เจียงคุนพยายามติดต่อคุณก่อนหน้า แต่เมื่อติดต่อคุณไม่ได้เขาก็ มาหาผม เขามอบเงินสามแสนเหรียญดวงดาวโดยบอกว่าเป็นในส่วนของคุณ"  จินเฟยตอบ 

ลู่ลี่หรานได้ยินแบบนั้น เขาก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ว่า น่าจะ เป็นส่วนแบ่งจากเปลือกงูยักษ์ที่เขาขายไปก่อนหน้านี้  

"เขาเป็นคนซื่อตรงกว่าที่คิดไว้" ลู่ลี่หรานยิ้มพร้อมกับพยักหน้า  

"มีอีกเรื่อง ผู้จัดการแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดของคุณยังติดต่อมาหาผม เขา สอบถามว่าคุณจะเปิดการถ่ายทอดสดอีกครั้งเมื่อไหร่ ผมจึงตอบไปว่าต้องของเลื่อน การออกอากาศไปก่อน" 

"อืม.." ลู่ลี่หรานขานรับในลำคอ "ฉันลืมบอกเขาไป แต่ก็นะสัญญาณถ่าย ทอดสดระหว่างดาวเคราะห์นั้นอ่อนเกินไป ฉันกลัวว่าในอนาคตระยะการถ่ายทอด สดจะถูกจำกัดให้อยู่แค่ดาวเคราะห์ดวงเดียวกันเท่านั้น อีกอย่างด้านดาวรกร้างเพิ่ง เริ่มพัฒนา บัญชีถ่ายทอดสดของฉันคาดว่าจะ..." 

ลู่ลี่ชิงที่ได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นว่า "มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เมื่อฝุ่นมวลสารมืด จากการระเบิดของเนบิวลากระจายออกไปหมด พี่ใหญ่จะส่งสัญญาณเสริมให้น้อง ซึ่งในตอนนั้นการถ่ายทอดสดข้ามดาวเคราะห์ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป" 

ลู่ลี่หรานอดหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ "ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นเพื่อการถ่ายทอด สด..." 

"บังเอิญว่าชื่อนิติบุคคลของแพลตฟอร์มนั้นก็เปลี่ยนไป แต่โดยพื้นฐานแล้ว มันก็ถือว่าอยู่ในเครือตระกูลลู่ ซึ่งทางเรามีแนวทางที่จะพัฒนาให้สามารถรับปริมาณ การใช้งานได้มากโดยร่วมมือกับผู้ประกาศข่าวจากดาวเคราะห์ต่างๆ" ลู่ลี่ชิงพร้อม รอยยิ้ม "ซึ่งการถ่ายทอดสดของน้องก็ 

“มีบางอย่าง บังเอิญว่าชื่อนิติบุคคลของแพลตฟอร์มนั้นก็เปลี่ยนไป แต่โดย พื้นฐานแล้วมันก็ถือว่าอยู่ในเครือตระกูลลู่ เมื่อถึงเวลานั้น เราจะบูรณาการ แพลตฟอร์มถ่ายทอดสดบนดาวเคราะห์ดวงอื่น ฉันคิดว่าเราสามารถรับปริมาณการ ใช้งานได้มากโดยร่วมมือกับผู้ประกาศข่าวจากดาวเคราะห์ต่างๆ” Lu Liqing  กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฉันคิดว่าการถ่ายทอดสดของน้องมีโอกาสที่ดีและน้องยังช่วย พัฒนาคนอื่น แต่แน่นอน น้องลืมไปได้เลยที่จะออกไปข้างนอกอีก อยู่บ้านเฉยๆ อย่าสร้างความวุ่นวาย เข้าใจไหม" 

"...." ลู่ลี่หราน  

ก็นะ ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นพี่ชายของเขา คนที่คาดคิดทุกอย่างไว้ล่วงหน้ากว่า เขาไปหลายก้าว 

ลู่ลี่หรานจึงหันไปพูดกับจินเฟยต่อ "นอกเหนือจากที่ฉันเพิ่งพูดไป ตอนนี้ ที่สลัมในดาวรกร้างเป็นยังไงบ้าง หลังจากที่ทหารเข้าไปแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อย ไหม?" 

"ที่นั่นไม่เลวเลยครับ ผมได้ยินมาว่ามีการเกณฑ์กำลังคนเข้ามาทำงานก่อ สร้าง และมีคนในพื้นที่จำนวนมากเข้าร่วมด้วย พวกเขาดูเป็นคนดีและประพฤติตัว ดี" จินเฟยตอบตามตรงแต่ก็ยังพูดต่อว่า "แต่มีบางอย่างเกิดขึ้นที่อีกฟากหนึ่ง ตรง ค่ายหมายเลขหนึ่งบนธารน้ำแข็งอาร์ร็อก ดูเหมือนว่าที่นั่นจะมีการถูกโจมตีจากสิ่งมี ชีวิตที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ไม่มีใครถ่ายรูปมันเก็บไว้ได้จึงทำให้ผู้คนต่างก็ตื่นตระหนก ไปพักหนึ่ง" 

เมื่อได้ยินแบบนั้นเปลือกตาของลู่ลี่หรานก็กระตุก เขาจำได้ว่าพื้นที่ตรงนั้น อยู่ใกล้กับหนองน้ำป่าผี 

"ดูเหมือนว่า 'การช่วยเหลือ' ของฟางเย่จะไปปลดปล่อยปีศาจจากใต้ดิน ออกมา" ลู่ลี่หรานยกมุมปาก 




บทที่ 226 วันที่สองร้อยยี่สิบหกของการกักตุนเงิน เพื่อเลี้ยงลูก 

[ภารกิจตรวจจับ: จ้าวแห่งไฟ มังกรยักษ์ที่ซุ่มซ่อนอยู่บนพื้นดิน] 


"นี่ไม่ใช่ว่าน้องจะเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งเหยิงของที่นั่นอีกใช่ไหม?" ลู่ลี่ชิงมองน้องชายด้วยสายตากังวล  

"ทำไมผมจะต้องไปสนใจด้วยล่ะครับ" ลู่ลี่หรานขมวดคิ้ว  

"คือพี่.." ลู่ลี่ชิงอดถอนหายใจด้วยความโล่งอก "พี่เห็นว่าน้องมีสีหน้ากังวล มากก็เท่านั้น" 

"ที่ผมสนใจก็เพราะที่ดาวดวงนั้นยังมีทหารของรัฐบาลกลางประจำการอยู่ก็ เท่านั้นเอง" ลู่ลี่หรานหัวเราะ ก่อนจะพูดต่อย่างไม่ใส่ใจ "ส่วนคนอื่นก็ถือว่าเป็น ความโชคร้ายของพวกเขาที่ดึงเอาคนบริสุทธิ์คนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง แถมที่นั่นก็มี ระบบตอบสนองวิกฤตและกองกำลังป้องกันตนเอง พวกเขาสามารถจัดการ กับ 'อุบัติเหตุ' เหล่านี้ได้ทำไมผมต้องใส่ใจด้วยล่ะ" 

ลู่ลี่ชิงที่ได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ เขาพยักหน้าเห็นด้วยกับน้องชายของตัว เอง "พี่ก็คิดแบบนั้น แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยน่าเชื่อถือแต่ก็ยังมีคนอีกจำนวน หนึ่งที่พอจะไหว อย่างเช่นนายพลเซียวเหว่ยแห่งกรมอาชญากรรมข้ามชาติถือว่าเขา เป็นใช้ได้เลย" 

ลู่ลี่หรานได้ยินแบบนั้นก็นึกถึงตอนที่ตัวเขาถูกกองกำลังป้องกันตนเองดวง ดาวรกร้างปิดล้อมในครั้งก่อน ตัวเขาในตอนนั้นก็ได้รับความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย  

ในตอนที่พวกผู้ใหญ่พูดคุยกัน เด็กน้อยที่ก่อนหน้าหลับก็ตื่นแล้ว ลูกหมี น้อยจ้องมองด้วยดวงตากลมโตแฝงประกายตื่นเต้น  

หลังจากไม่มีใครสังเกตว่าตัวเองตื่นแล้ว ลูกหมีน้อยเรียกร้องความสน ใจ "ลุงจิน! คุณลุง!" 

จินเฟยและลู่ลี่ชิงรีบพุ่งตัวไปยืนข้างเตียง "จ๋ายจ๋ายตื่นแล้วเหรอครับ? หนู เป็นยังไงบ้าง?" 

ลูกหมีน้อยตอบรับด้วยรอยยิ้ม เขาอารมณ์ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับสองวัน ก่อน 

ทั้งหมดอยู่เล่นกับลูกหมีน้อยจนกระทั่งนางพยาบาลเข้ามาบอกว่าหมดเวลา เยี่ยมแล้ว ทำให้ทั้งหมดต้องออกจากห้องโดยไม่เต็มใจ แต่ก็ยังพูดทิ้งท้ายว่าจะกลับ มาหาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น 

… 

.. 

ตั้งแต่ที่ลู่ลี่ชิงกลับมา ลู่เซี่ยก็ใช้เวลาอยู่กับลูกหมีน้อยเต็มที่โดยโยนงานช่วย ใหญ่ที่บริษัทให้กับลู่ลี่ชิง มันเป็นการกดดันพี่เขยอย่างหนัก 



บิ๊ก舅⼦ – /Dàjiùzi/พี่เขย 

พี่ชายของภรรยา 

เราไม่รู้ว่าทำไมรูปประโยคนี้ถึงได้เขียนแบบนี้หรือว่านี่ เป็นมุมมองของเคอจี่ดังนั้นนักเขียนจึงเขียนถึงลู่ลี่ชิงว่าเป็นพี่ เขย...แต่เราไม่แน่ชัดในเรื่องนี้ 




ลู่ลี่ชิง : ฉันอยากอยู่กับจ๋ายจ๋าย! 

ลู่เซี่ย : ฉันก็อยากอยู่กับจ๋ายจ๋ายเหมือนกัน! 

พี่เขยตายในรอบเดียว 

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์หลังจากมีการตรวจซ้ำหลายครั้งจนได้ผลการยืนยัน เรียบร้อย ภายใต้สายตากระตือรือร้นของจ๋ายจ๋าย คุณหมอก็พูดพร้อมกับรอยยิ้มว่า เด็กชายจะได้ออกจากโรงพยาบาลในวันรุ่งขึ้น 

คุณหมอและนางพยาบาลมีการเตรียมเค้กเพื่อสุขภาพ รวมถึงของขวัญและ ของเล่นมากมายให้กับลูกหมีน้อย 

ด้วยความที่ลูกหมีน้อยป้อยอด้วยปากที่หวานและความน่ารัก เห็นได้ชัดว่า ในตอนนี้ลูกหมีน้อยกลายเป็นมาสคอตของโรงพยาบาลไปเรียบร้อย 

นอกจากนี้ลู่เซี่ยได้เตรียมการจัดเตรียมปาร์ตี้มือค่ำของคนชั้นสูงเพื่อ ประกาศให้คนทั้งดาวโซลโตรู้ว่าตระกูลลู่มีสมาชิกใหม่ นั่นก็คือจ๋ายจ๋ายน้อย 

น่าเสียดายที่ลู่ลี่หรานรู้เรื่องก็สั่งระงับทันที 

ภายใต้สายตาสับสนทั้งพ่อและพี่ชาย ลู่ลี่หรานพูดว่า “จ๋ายจ๋ายพึ่งออกจาก โรงพยาบาล ให้เขาได้พักสักหน่อย เรื่องนี้ค่อยว่ากันวันหลัง” 

"พ่อรู้" ลู่เซี่ยยังคงต่อสู้ "เรื่องนี้คงไม่จัดขึ้นในเร็ววัน เพราะเราต้องเตรียม การให้เต็มที่ แถมนี้ยังเป็นจ๋ายจ๋ายน้อยคนแรกของตระกูลลู่เรา หลังจากใช้ชีวิตอยู่ ข้างนอกมานานในที่สุดเขาก็ได้กลับบ้าน เราก็ต้องใช้โอกาสนี้เพื่อไม่ให้คนอื่นดูถูก เรา" 

"พี่เห็นด้วย!" ลู่ลี่ชิงส่งเสียงจากด้านหลัง "นี่เป็นครั้งแรกหลังจากจบสงคราม ที่ครอบครัวเรามีอะไรให้เลี้ยงฉลอง น้องกลับบ้านอย่างปลอดภัยแถมยังมีตัวน้อย เพิ่มมาอีกคน ทำไมไม่ปล่อยให้เรา ‘ฉลองกัน’ ล่ะ" 

"….." ลู่ลี่หราน 

เขามองสลับระหว่างพี่ชายและพ่อของตัวเอง สุดท้ายก็ต้องยอมจำนงตกลง ว่า "ตกลงครับ" 

"ว่าแต่ เคอจี่อยู่ไหน" ลู่ลี่ชิงถาม "พี่ไม่ได้เจอเขามาหลายวันแล้ว เขาไปไหน กัน?" 

"ดูเหมือนว่าเขาจะยุ่งกับงานฉลองใหญ่" ลู่ลี่หรานตอบ "เขากลับบ้านดึกทุก วัน ผมจึงไม่ค่อยเจอเขาเท่าไหร่ ผมเดาว่าหลังจากวันนี้คงดีขึ้น" 

"ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เฮ้จริงด้วย!" ลู่ลี่ชิงอุทานเบาๆ เขาเกือบลืมไปแล้วว่า วันนี้เป็นวันจัดงานเฉลิมฉลองการสิ้นสุดสงครามที่กินเวลามาร่วมสิบปี 

ลู่ลี่ชิงจึงเปิดทีวีพร้อมกับถามน้องชายว่า "แล้วน้องจะทำยังไงต่อ ตอนนี้ สงครามก็จบแล้ว น้องไม่ต้องกลับเข้าร่วมกองทัพแล้วใช่ไหม" 

"เอ่อ..ผมไม่มีแผนที่จะกลับไป ผมได้ส่งใบปลอดประจำการไปยังหน่วย กลางแล้วครับ" ลู่ลี่หรานชะงักก่อนจะก้มหน้าพูดอย่างใจเย็น "ช่วงนี้ผมอยากใช้ เวลากับลูกหมีน้อยก่อนดีกว่า แถมจินเฟยที่เคยช่วยผมดูแลลูกหมีน้อยแต่ผมก็ไม่ เคยใช้เวลากับเขาจริงๆ ส่วนเรื่องอื่นผมว่าเราค่อยคุยทีหลัง" 

ลู่ลี่หรานหรี่ตาลงอย่างเกียจคร้าน "ผมสามารถอยู่บ้านอย่างขี้เกียจได้ใช่ไหม ครับ พี่ชาย!" 

"ต้องอย่างนั้นแน่นอน" ลู่ลี่ชิงตอบทันที "น้องจะขี้เกียจได้นานเท่าที่ต้อง การ ตระกูลลู่ของเราใหญ่โตมาก มากพอที่จะเลี้ยงน้องกับลูกหมีน้อยได้สิบเจ็ดสิบ แปดตัวด้วยซ้ำ น้องสามารถขี้เกียจได้มากเท่าที่ต้องการ!" 

จินเฟยถือจานผลไม้เดินเข้ามา เขาสังเกตเห็นสีหน้าของลู่ลี่ชิงที่เด่นชัดบน หน้าผากว่า 'BRO-CON' 

"ฮ่าฮ่า.." ลู่ลี่หรานหัวเราะ  

เมื่อเห็นจินเฟยเดินเข้ามา เขาก็เรียกให้อีกฝ่ายนั่งดูทีวีด้วยกัน "ท่านผู้ บัญชาการจะออกมาในภายหลัง" 

"เขาเป็นคนที่เจอทุกคืน มันจะคุ้นไหมที่น้องจะตื่นเต้นขนาดนั้น?" ลู่ลี่ชิงยก มุมปาก  

"พี่ไม่เข้าใจ" ลู่ลี่หรานอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น "มันแตกต่างกัน" พี่ชายของเขากลอกตาขึ้น  

"พี่จะกลับห้องทดลอง" ลู่ลี่ชิงลุกขึ้นยืน แต่กลับถูกลู่ลี่หรานรั้งไว้  

"ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงครึ่งครับ พี่โอเคไหม" ลู่ลี่หรานเงยหน้ามองพี่ชายตัว เอง "ท่านผู้บัญชาการจะออกมาเร็วๆ นี้มาดูด้วยกันหน่อย" 

"...." 

ลู่ลี่ชิง: กินแอมเวย์บนหัวเหรอครับ? 

เขาไม่อยากเห็นผู้ชายที่ลักพาตัวน้องชายของเขาออกทีวี 

"ในกรณีที่เขาไม่สามารถกลับมาทันเวลาทานอาหารเย็น…" ลู่ลี่ชิงเม้มปาก จ้องมองน้องชาย ก่อนจะพูดเป็นนัยว่า "น้องไม่รู้สึกสงสารพี่ชายของน้องบ้าง เหรอ" 

ลู่ลี่หรานชะงัก แต่ก็ได้ยินจินเฟยที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดว่า "ผมสามารถเตรียม อาหารให้กับคุณและแถมส่งให้ถึงหน้าประตูห้องวิจัย เหมือนที่ทำตอนอยู่ดาวรก ร้าง คุณสามารถออกมาทานได้เมื่อหิว" 

"...." ลู่ลี่ชิง  

ลู่ลี่หรานเดินไปโอบไหล่จินเฟย "ไม่แปลกใจเลย ในวันที่พี่ชายของฉันกลับ มา เขาดูไม่เหนื่อยล้าเลยทั้งที่ทำงานล่วงเวลาเพื่อสร้างพอร์ทัล กลายเป็นว่าความดี ทั้งหมดเป็นของนาย" 

ลู่ลี่ชิงหรี่ตาลงเมื่อนึกถึงฝีมือของจินเฟยเทียบกับอาหารของพ่อครัวที่ตระกูล ลู่ เขาก็ตอบทันทีว่า  

"ถ้าอย่างนั้น ฉันจะอยู่ดูเป็นเพื่อนถึงแม้ว่าจะไม่เต็มใจก็เถอะ" ลู่ลี่ชิงลอบ กลืนน้ำลายก่อนจะบอกเมนูที่ตัวเองอยากกิน "จินเฟย ฉันอยากกินปลาที่นายทำเมื่อ คราวก่อน ปลาที่ไม่มีก้างและทอดจนเป็นสีน้ำตาลทอง" 

ภายใต้สายตาไม่พอใจของน้องชาย ลู่ลี่ชิงรีบพูดเสริมขึ้นว่า "รบกวนนาย มากไปหรือเปล่า? ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ..." 

ทัศนคติที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจริงใจ 

มุมปากของลู่ลี่หรานกระตุก: เก่งเรื่องสั่งจริงๆ นะ  

“ไม่เป็นไรเลยครับ” จินเฟยยิ้มเล็กน้อย “คุณชายน้อยพึ่งพอว่าอยากกิน จานนี้พอดีเดียวผมกับพ่อบ้านจะทำเมนูนี้เป็นมื้อเย็นวันนี้แล้วนายน้อยอยากกิน อะไรครับ” 

“ฉันไม่เรื่องมาก ทุกเมนูที่นายทำก็มีรสชาติดีสำหรับฉันแล้ว” 

“ถูกต้อง!” ลู่ลี่ชิงเสริมทันที “วันนี้พี่ว่าจะพักงานวิจัยไว้ก่อน เดียววันนี้พี่จะ กลับไปกินมื้อเย็นด้วยละกัน” 

“พี่อยากกินอาหารก็พูดมาตามตรง” ลู่ลี่หรานเย้ยหยัน  

ลู่ลี่ชิงสำลักจนหน้าแดงขึ้นมาทันที  

ในตอนนี้รายการทีวีเต็มไปด้วยเรื่องไร้สาระจากพิธีกร แต่เมื่อถึงเวลาขบวน พาเหรดทหารก็มีเสียงเพลงประกอบก็น่าตื่นเต้นขึ้นทันที 

ทั้งลู่ลี่หรานและจินเฟยต่างก็ให้ความสนใจพร้อมกัน ในตอนนี้ไม่มีใครสน ใจที่จะยื่นแก้วน้ำหรือกระดาษทิชชูให้ลู่ลี่ชิงเลย คนทั้งคู่ต่างก็สนใจกับรายการทีวี เพียงอย่างเดียว 

ลูกหมีน้อยก็วิ่งเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็นด้วยขาที่สั้นป้อม เด็กชาย มัวแต่สนใจกับเสียงเพลงที่น่าตื่นเต้นในทีวีจนละเลยคุณลุงที่อยู่ข้างๆ  

"...." ลู่ลี่ชิง  

ในรายการถ่ายทอดสดมีซูเปอร์เมกาของผู้บังคับบัญชาได้พุ่งเข้าไปข้างหน้า บินนำหน้าเรือรบและเมกาปืนใหญ่หนักทั้งหมดไว้ด้านหลัง  

ยักษ์ใหญ่เหล็กสีน้ำเงินที่สูงสามชั้นสูงตระหง่านราวกับผู้เฝ้าดูอันเงียบงัน เบื้องหลังมีเรือรบและปืนใหญ่หนักที่เคลื่อนตัวช้าๆ ใต้ท้องเรือก็ดูไม่มีนัยสำคัญและ ควรค่าแก่การกล่าวถึง 

ภาพยิ่งใหญ่ที่ผู้คนบนดาวโซลโตเฝ้ามองต่างก็ร้องด้วยความตื่นเต้นว่า "ผู้ 

กู่ 

บัญชาการ! ผู้บัญชาการ! ผู้บัญชาการ!" 

ท่ามกลางเสียงร้องกู่ดังลั่น ซูเปอร์เมกาก็หันกลับมาพร้อมกับเรือรบ หุ่น ยนต์ปืนใหญ่หนัก และทหารที่อยู่ด้านหลังเขาก็หันกลับมาเผชิญหน้ากับฝูงชนทั้ง หมด 

เหล่าทหารในเรือรบและหุ่นยนต์ค่อยๆ ออกจากห้องโดยสาร โดยเบื้องหลัง มีหุ่นยนต์ซูเปอร์ยกมือขวาขึ้นราวกับแสดงความเคารพแบบทหารมาตรฐาน พร้อม กับฉากเบื้องหลังมีทะเลสีเขียวทหารอันกว้างใหญ่ เหล่าทหารเดินตามผู้บัญชาการ และแสดงความเคารพต่อที่นั่งของประชาชนทั้งหมด  

"ขอให้สันติภาพจงเจริญ" นายทหารทุกนายตะโกนพร้อมกัน  

เหล่าคนดูต่างก็ได้รับผลกระทบจากบรรยากาศนี้เช่นกัน พวกเขาจึงตะโกน ดังลั่นว่า "สันติภาพจงเจริญ!" 

คนเหล่านี้ต่างก็เป็นคนที่สูญเสียมากมายจากสงคราม พวกเขาต่างก็กู่ร้อง พร้อมกับร้องไห้กล้องโดรนถ่ายสดจับภาพคนเหล่านั้นไว้ทีละคน  

ลู่ลี่หรานสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเปล่งเสียงเบาว่า "ขอให้สันติภาพจงเจริญ" 

เด็กชายลู่จือเชียนเฝ้ามองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น เขาอดไม่ได้ที่จะชี้ ไปยังหุ่นยนต์ยักษ์บนทีวีพร้อมกับเรียกร้องว่า "ว้าว-ว้าววว มันช่างสง่างามมาก!" 

ลูกหมีน้อยโอบกอดน่องของลู่ลี่หรานด้วยใบหน้าแดงก่ำที่เต็มด้วยความตื่น เต้น ก่อนจะซุกใบหน้าบนต้นขาเพื่อระบายความร้อนบนใบหน้า  

ลู่ลี่ชิงที่เห็นแบบนั้นก็ต้องยอมรับว่าภาพนี้สร้างแรงบันดาลใจได้มากทีเดียว เขายอมรับว่าภาพตรงหน้าทำให้หนังศีรษะของเขาชา ขนลุกไปทั้งตัวจนอยากจะ ตะโกนคำขวัญตามไปด้วย 

เขาจ้องมองไปยังเหล่าแฟนคลับสามคนที่กำลังหลงใหลอย่างช่วยไม่ได้จะ เบนความสนใจยื่นนิ้วไปจิ้มหน้าท้องอ้วนๆ ของจ๋ายจ๋าย "จ๋ายจ๋ายน้อยชอบผู้บัญชา การคนนั้นหรือเปล่า?" 

ลูกหมีน้อยพยักหน้าทั้งที่ใบหูแดง เสียงที่พูดออกมาก็เสียงเบา "ชอบฮะ" ลู่ลี่ชิงจึงถามอีกครั้ง "หนูอยากรู้จักเขาไหมครับ?" 

"อยากฮะ!" ดวงตาของลูกหมีน้อยเปล่งประกายขึ้นมาทันทีเขาพยักหน้า แรงๆ ก่อนจะถามลุงของตัวเองว่า "คุณลุงรู้จักเหรอฮะ?" 

"ครับ เดียวคุณลุงจะชวนเขามากินมื้อเย็นที่บ้านคืนนี้ดีไหม" ลู่ลี่ชิงถามด้วย ใบหน้าเยาะเย้ยราวกับเขาเป็นเทพเจ้า  

"สุดยอดเลยฮะ!" ลูกหมีน้อยตบมือดัง "คุณลุงสุดยอดจริงๆ!!" 

ลู่ลี่ชิงปลื้มใจมาก  

ลู่ลี่หรานที่ได้ยินแบบนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้เขามองพี่ชายตัวเองพร้อมกับวาง มือบนหัวของลูกหมีน้อยที่เกยอยู่บนเข่าของเขา "จ๋ายจ๋ายก็ชอบท่านผู้บัญชาการ เหมือนกันเหรอครับ?" 

"ฮะ" ลูกหมีน้อยพยักหน้า  

"ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ที่ป๋าชอบเขาเหมือนกัน" ลู่ลี่หรานหัวเราะ เบาๆ "งั้นคืนนี้ผู้บัญชาการมาหนูต้องบอกชอบเขานะ โอเคไหม" 

"โอเคฮะ!" เด็กชายตอบรับอย่างกระตือรือร้น  

… 

.. 

ในตอนเย็น เคอจี่ที่เสร็จจากงานเฉลิมฉลองก็กลับมากินมื้อเย็นที่ตระกูลลู่  

ทันทีที่เขาก้าวเข้าไปในประตูบ้าน เขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้า น้อย โดยถือพุลกระดาษหลากสีสันวิ่งเข้ามาใส่พร้อมกับเสียง 'ปัง' กระดาษหลากสี ฟุ้งกระจาย 

"อ่า..คุณลุงคนสวยนี่เอง จุดผิดเลย.." ลูกหมีน้อยเงยหน้าขึ้นอย่างช่วยไม่ ได้  

ลู่ลี่หรานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาเลิกคิ้วขึ้นโดยไม่พูดอะไร ทำเพียงมองลูก หมีน้อยที่ช่วยหยิบกระดาษที่ติดอยู่บนตัวของเคอจี่ทิ้ง  

ลูกหมีน้อยเหลือบมองเลยไปด้านหลังเคอจี่พร้อมกับพึมพำด้วยเสียงเบา ว่า "ทำไมเขาถึงยังไม่มาอีก" 

"ในที่สุดทุกคนก็มาพร้อมกันแล้ว! จินเฟยเตรียมโต๊ะอาหารได้เถอะ!" ลู่ลี่ชิง ที่รอเคอจี่กลับบ้านก็ส่งเสียงดังขึ้นพร้อมกับเดินไปที่ห้องครัว ในตอนนี้เขาหิวมาก หิวจนไม่อาจจะรอพ่อบ้านแก่ๆ มาเสิร์ฟอาหารเสียด้วยซ้ำ เขาจึงพับแขนเสื้อขึ้นแล้ว กินอาหารจากจินเฟยหัวหน้าเชฟสองสามคำก่อนเสิร์ฟ 

ลูกหมีน้อยอ้าปากกว้างเมื่อได้ยินแบบนั้น ก่อนจะหุบปากเดินไปดึงแขนเสื้อ ของลู่ลี่หรานด้วยความเศร้า "ปะป๋า…ผู้บัญชาการไม่มาเหรอฮะ?" 

เคอจี่ที่ได้ยินก็มองลู่ลี่หรานด้วยความสงสัย  

ลู่ลี่หรานไม่คิดที่จะตอบ เขาอุ้มลูกหมีน้อยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะเดิน เข้าไปหาเคอจี่ "จ๋ายจ๋ายครับ ทักทายท่านผู้บัญชาการอย่างเป็นทางการหน่อยสิ ครับ" 

"..0.0" เด็กชายลู่ซีเฉียน 

"คุณลุงคนสวย..?" ลูกหมีน้อยมองเคอจี่ด้วยสายตาว่างเปล่าโดยไม่มี ปฏิกิริยาใดๆ ตอบสนอง 

ลู่ลี่หรานหัวเราะลั่น เคอจี่ยื่นมือไปอุ้มลูกหมีน้อยไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง ก่อนจะหัวไปถามลู่ลี่หรานด้วยน้ำเสียงขบขันว่า "จู่ๆ เกิดอะไรขึ้นครับ?" 

"วันนี้เขาดูขบวนพาเหรดทหารจึงสนใจคุณ" ลู่ลี่หรานเลิกคิ้วขึ้น 

เคอจี่ได้ยินแบบนั้นก็โน้มใบหน้าไปหัวเราะข้างหูของลู่ลี่หรานเบาๆ "แล้วคุณ ล่ะครับ?" 

ลู่ลี่หรานชะงักโดยที่ใบหูของเขาเริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ เขาเบนหน้าไปแสร้งไอ เบาๆ "ผมด้วยครับ" 

"คุณลุงคนสวยเป็นท่านผู้บัญชาการเหรอฮะ?" เด็กชายยังคงดิ้นรน "แต่ เหมือนว่าจะไม่ใช่.." 

เคอจี่หันไปสบสายตากับลู่ลี่หรานเล็กน้อย จากนั้นเขาก็อุ้มลูกหมีน้อยเดิน ไปทางประตูวิลล่า ก่อนจะเดินตรงไปยังสวนโล่งๆ  

"รอดูนะครับ ว่านี่คืออะไร?" เคอจี่ใช้พลังจิตเรียกซูเปอร์เมกาออกมา 

ซูเปอร์เมกาที่สูงเท่ากับตัวคฤหาสน์ของตระกูลลู่ ปรากฏขึ้นจากอากาศ บางๆ ด้านหลังเคอจี่ สายลมแรงพัดผ่านใบหน้าลูกหมีน้อยทำให้ผมของเด็กชาย กระดกขึ้น 

"ว้าว! โอ้—" ลูกหมีน้อยเปิดปากกว้างด้วยความตื่นเต้น  

"หนูอยากจับมือกับมันไหมครับ?"เคอจี่ยิ้มให้  

ลูกหมีน้อยพยักหน้าอย่างแข็งขัน 

ยักษ์เหล็กยืดนิ้วออกอย่างเชื่องช้าด้วยความระวัง ไม่นานก็ถูกฝ่ามือเล็กทั้ง สองข้างของลูกหมีน้อยจับไว้ 

"สวัสดีฮะ!" จ๋ายจ๋ายน้อยยิ้มให้กับยักษ์เหล็ก 

ลู่ลี่หรานเดินเข้าไปหาทั้งสอง เขาเงยหน้ามองซูเปอร์เมกาแล้วพูดเบาๆ ว่า "ไม่เจอกันนานเลยนะ" 

ยักษ์เหล็กส่งเสียงอู้อี้ด้วยความสุข จากนั้นมันก็ยื่นมืออีกข้างออกมาอย่าง รักใคร่แตะสัมผัสที่กำปั้นของลู่ลี่หราน 

เคอจี่รับรู้ได้ว่าหุ่นยนต์คู่กายของเขาดูจะเต็มใจที่จะเข้าใกล้คนของตระกูลลู่ ทั้งสอง 

"คุณลุงคนสวยคือท่านผู้บัญชาการ.." ลูกหมีน้อยอ้าปากกว้างเล็กน้อย พร้อมกับกอดลำคอของเคอจี่แน่นซุกใบหน้าอวบเข้าที่ไหล่ของเคอจี่ "เยี่ยม! ยอด เยี่ยมไปเลย!" 

"หนูยังจำได้ไหมว่าก่อนหน้านี้พูดว่าอะไร" ลู่ลี่หรานพูดพร้อมกับหัวเราะเล็ก น้อยพร้อมกับหยิกแก้มอวบ "หนูอยากพูดอะไรกับท่านผู้บัญชาการ" 

เคอจี่ได้ยินแบบนั้นก็เลิกคิ้วเล็กน้อย เขาหันไปถามลู่ลี่หรานด้วยความสน ใจ "จ๋ายจ๋ายอยากพูดอะไรกับผมครับ?" 

"มันจะดีหากให้เจ้าตัวพูดเอง" ลู่ลี่หรานเอียงตา  

เด็กชายลู่จือเชียนเตะขาสั้นไปมาด้วยความเขินอาย เขาจ้องมองไปยังพ่อ ของเขา  

"จ๋ายจ๋ายชอบท่านผู้บัญชาการและจ๋ายจ๋ายก็ชอบคุณลุงคนสวยด้วย ดีจัง เลยที่ทั้งสองคนเป็นคนเดียวกัน จ๋ายจ๋ายชอบมันเลย!" ลูกหมีน้อยพูดรัวเร็วก่อนจะ ซุกใบหน้าที่ไหล่ของเคอจี่ มือป้อมทั้งสองยกขึ้นปิดปากแต่ก็ยังยกยิ้มทะเล้นให้กับลู่ ลี่หราน  

เคอจี่ตกตะลึง เขาลืมกระทั่งว่าจะต้องเดินต่อ เขาจ้องมองลู่ลี่หรานด้วยสาย ตาว่างเปล่าราวกับต้องการให้อีกฝ่ายยืนยันคำพูดของลูกหมีน้อย  

ลู่ลี่หรานยิ้มพร้อมกับพยักหน้ายืนยัน 

เคอจี่สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะอดไม่ได้ที่จะถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "แล้วถ้า ลุงจะเป็นพ่อของจ๋ายจ๋ายอีกคน เพราะลุงชอบจ๋ายจ๋ายและปะป๋าของหนูพวกเราจะ มาเป็นครอบครัวเดียวกันได้ไหม" 

ลูกหมีน้อยยิ้มจนตาเป็นรูปเสี้ยวพระจันทร์เด็กชายพยักหน้ารับอย่างไม่คิด มาก "ดีเลยฮะ!" 

เป็นทั้งพ่อและคุณลุงคนสวยที่เขาโปรดปราน ครอบครัวควรจะอยู่ด้วยกัน ตลอดไป และนั่นก็เป็นเรื่องดี! 

เด็กชายหอมแก้ม คอจี่กับลู่ลี่หรานอย่างดีใจ พร้อมกับเรียกร้องให้พ่อทั้ง 

เ 

สองหอมแก้มทั้งสองข้างของตัวเอง  

"เยี่ยมเลยฮะ! ปิดผนึกเรียบร้อยแล้ว! พวกคุณเป็นพ่อของจ๋ายจ๋ายแล้ว!"  เด็กชายลู่จือเชียนตบมือดังด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับประกาศอย่างเป็นทางการ 

เคอจี่และลู่ลี่หรานหันหน้ามองกัน พวกเขาทั้งคู่อดไม่ได้ที่จะจูบกัน 

มือหนาลูบที่ต้นคอของลู่ลี่หราน กระซิบเสียงเบาว่า "พวกเราก็เสร็จเรื่องของ สหพันธ์แล้ว ถึงเวลาที่เราต้องทำธุระของเราแล้ว" 

ลู่ลี่หรานรู้สึกขำกับคำพูดของเคอจี่ เขาขยับตัวถอยห่างเล็กน้อยก่อนจะพูด ว่า "ได้ครับ" 

---ลู่ลี่ชิงไม่รับรู้เลยสักนิดว่าในตอนที่เขากำลังโลภกับอาหาร ก็ได้มีการ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น  

โดยมีจินเฟยยินยอมให้ลู่ลี่ชิงปั่นป่วนให้ครัว ทั้งกินและดื่มอย่างเต็มอิ่มจน กระทั่งถูกพ่อบ้านชราที่ทนไม่ได้ไล่ออกไป  

... 

.. 

เรื่องทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เคอจี่และลู่ลี่ หรานยังคงกินยาตามที่นายแพทย์โคลจัดให้อย่างสม่ำเสมอและยังไปเข้ารับการ ตรวจซ้ำเป็นประจำ 

เนื่องจากพลังจิตของเคอจี่ที่แข็งแกร่งเกินไปและยังควบคุมไม่ได้ในตอนนี้ ทำให้แผนการรักษาเดิมที่จะรวบพลังจิตของทั้งสองฝ่ายเข้ารวมกันจึงถูกระงับไว้ชั่วคราว การรักษาขั้นแรกก็ถึงบังคับให้พลังจิตเข้าสู่การหลับไหลชั่วคราว เฝ้ารอจนกว่ามันสงบแล้วค่อยปลุกมันขึ้น  

อาการป่วยของเคอจี่และลู่ลี่หรานจำเป็นจะต้องได้รับการรักษาและการปรับ ตัวในระยะยาว และแถมอาจจะไม่เห็นผลในทันทีแต่โชคดีที่คนทั้งคู่ยังมีเวลาเหลือ เฟือ 

หนึ่งสัปดาห์ต่อมามีข่าวรายงานว่าฝุ่นมวลสารมืดในเนบิวลาที่กำลังระเบิดใน อวกาศระหว่างดวงดาวได้กระจายตัวออกไป เผยให้เห็นกาแล็กซีทางช้างเผือกที่มี ความคมชัดสูงเป็นพิเศษเป็นครั้งแรกในรอบเวลานาน 

นอกจากนี้ลู่ลี่ชิงยังได้งัดตัวจากการจำศีลในห้องวิจัย เขาได้ประกาศว่า สัญญาณที่ได้รับการปรับปรุงข้ามดาวเคราะห์ของเขาได้บรรลุหน้าที่ที่คาดหวังไว้ทั้ง หมดแล้ว 

"น้องลองพยายามติดต่อกับดาวรกร้างดู" ลู่ลี่ชิงกระตุ้นให้น้องชายของเขา ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่  

ลู่ลี่หรานขมวดคิ้ว เขาจะติดต่อกับใครที่ดาวรกร้าง เขาไม่รู้จักใครเลยสัก คน... 

เขาหรี่ตาลง จากนั้นก็หยิบเครื่องสื่อสารจากดาวรกร้างขึ้นมา เขาชาร์จมัน สักพักแล้วเปิดมัน  

ทันทีที่เครื่องถูกเปิดขึ้น ก็มีการแจ้งเตือนว่ามีข้อความ 999+ ปรากฏขึ้นทัน ที  

"...." ลู่ลี่หราน  

ลู่ลี่ชิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ  

และในเกือบเวลาเดียวกัน เสียงจากระบบก็ดังขึ้นในหัวของลู่ลี่หราน มันดู เหมือนจะหลับใหลมาเกือบเดือนก็กระโดดออกมาเพื่อแสดงการมีอยู่ของมัน 

[ระบบ: ยินดีต้อนรับกลับมาครับโฮสต์! ทางเราตรวจพบว่าโฮสต์ได้บรรลุ เงื่อนไขพื้นฐานในการเปิดโลกอารยธรรมขั้นสูงแล้ว! ตอนนี้เราได้ค้นหาภารกิจที่ เหมาะสมสำหรับโฮสต์ที่จะรับ! ได้โปรดรอสักครู่——] 

ลู่ลี่หรานตาโต  

ดูเหมือนว่าเขาจะลืมไปแล้วว่าตัวเขามีระบบนี้อยู่ เพราะตั้งแต่ที่เขาเดินทาง ออกจากดาวรกร้างแล้ว ระบบนี้ก็เหมือนจะถูกทิ้งไว้ที่นั่นเช่นกัน 

[ระบบ: ระบบตรวจพบภารกิจที่เหมาะสมแล้ว] 

[ภารกิจตรวจจับ: จ้าวแห่งไฟ มังกรยักษ์ที่แฝงตัวอยู่บนพื้นดิน (การละทิ้ง ภารกิจถือเป็นการสิ้นสุดภารกิจ ผู้ดำเนินภารกิจจะได้รับโทษฐานถอดเสื้อผ้า)] 

[ภารกิจตรวจจับเริ่มต้นขึ้นแล้ว: จ้าวแห่งไฟ มังกรยักษ์ที่แอบซ่อนตัวอยู่ บนพื้น! โปรดอ่านรายละเอียดภารกิจอย่างละเอียด โฮสต์!] 

ไม่ว่าลู่ลี่หรานจะต้องการเปิดหน้าต่างภารกิจหรือไม่ หน้าต่างนั้นก็ได้ 

ป๊อปอัปขึ้นมาตรงหน้าของเขา  

[ภารกิจตรวจจับ: จ้าวแห่งไฟ มังกรยักษ์ที่แฝงตัวอยู่บนพื้นดิน (การละทิ้ง ภารกิจถือเป็นการสิ้นสุดภารกิจ ผู้ดำเนินภารกิจจะได้รับโทษฐานถอดเสื้อผ้า) ] 

[สถานที่ภารกิจ: ภูเขาไฟร็อกแซนน์] 

[ระดับความยากของภารกิจ: ★★★★] 

[รายละเอียดภารกิจ: ดำเนินการท้าทายเอาชีวิตรอดที่กินเวลาอย่างน้อยสาม วันและกลับสู่โลกที่เจริญแล้วได้สำเร็จ ห้ามใช้ในช่วงสุดท้าย] 

[รางวัลภารกิจพื้นฐาน: สกุลเงินสากลหนึ่งล้านเหรียญ (สามารถใช้สำหรับ อารยธรรมกาแล็กซีขั้นสูง) (รางวัลจะสะสมตามสัดส่วนจำนวนวันของการเอาชีวิต รอด) ] 

[รางวัลภารกิจเพิ่มเติม: ไม่ทราบ] 

ลู่ลี่หรานสูดหายใจเข้าลึก  

ภารกิจสี่ดาว! 

ระบบยังส่งเสียงอื้ออึงในหัวของลู่ลี่หราน  

[ระบบ: ทางเราตรวจพบว่าโฮสต์ครอบครองอุปกรณ์ประกอบฉาก [คู่มือ ความรู้ดาวเคราะห์ชั้นสูง] ทั้งหมดจะมอบฟังก์ชันการแก้ปริศนาพื้นฐานให้กับระบบ โดยอัตโนมัติ] 

[ระบบ: หน่วยเงินรวมของกาแล็กซี A69 คือเหรียญดาว สกุลเงินนี้ไม่ สามารถใช้ในอารยธรรมกาแล็กซีขั้นสูงได้ในขณะนี้เว้นแต่จะตรงตามระดับการรับรู้ ของอารยธรรมกาแล็กซีขั้นสูง (0/10000) ! การรับรู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความนิยม ของการถ่ายทอดสดของโฮสต์ดังนั้นโฮสต์ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป!] 

[ระบบ: ระบบตรวจพบว่าโฮสต์กำลังผูกติดอยู่กับแพลตฟอร์มถ่ายทอดสด ของดาวรกร้าง โฮสต์ต้องการเปลี่ยนแปลงหรือไม่] 

"มันต่างกันยังไง?" ลู่ลี่หรานถามอย่างไม่รู้ตัว  

[ระบบ: มันก็ไม่ได้แตกต่างกันมากครับ] 

"งั้นก็อย่าเปลี่ยนมัน" ลู่ลี่หรานตอบ หลังจากพูดจบ เขาก็เหมือนจะตระ หนักได้ว่า ตัวเขายอมรับกับแผนการทั้งหมดที่ระบบจัดเตรียมไว้ให้แล้ว 

ตัวของเขาแข็งทื่อ แต่ก็ต้องยอมรับว่าลึกๆ เรารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ตัวเขา อยู่บ้านนานเกินไปแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ละเลยเรื่องการฝึกซ้อม แต่จิตใจของเขา กำลังเรียกร้องจากการกระตุ้นเล็กน้อย  

[ระบบ: ตกลงครับ ทุกอย่างถูกผูกไว้กับโฮสต์โดยอัตโนมัติสำหรับ 

แพลตฟอร์มถ่ายทอดสดอารยธรรมกาแล็กซีขั้นสูง ทำให้สามารถถ่ายทอดสดข้าม แพลตฟอร์มกาแล็กซีได้โฮสต์ยังสามารถโต้ตอบกับผู้ชมและแฟนๆ ที่สะสมไว้ใน อดีตได้!] 

ลู่ลี่หรานสูดหายใจเข้าลึก "จะต้องออกเดินทางเมื่อไหร่ แล้วจะเดินทางยัง ไง" 

[ระบบ: อย่างช้าสุดภายในสามวัน โฮสต์สามารถใช้พอร์ทัลเพื่อค้นหาดาว เคราะห์เป้าหมายได้โดยตรง!] 

ระบบตอบรับอย่างมีความสุข 

[ระบบ: โฮสต์โปรดใส่ใจความทนทานของพอร์ทัลในกรณีที่ใช้! ขีดจำกัด การใช้งานของพอร์ทัลระหว่างกาแล็กซีคือ: ทุกๆ สองสัปดาห์สามารถรองรับผู้โดย สารได้ครั้งละสองคน และการใช้งานแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่าย 30 ล้านคะแนนความ นิยมต่อคน! ฟรีสำหรับการใช้งานครั้งแรก!] 

ลู่ลี่หรานถอนหายใจด้วยความโล่งอก นี่มันเป็นราคาตั๋วที่แพงจริงๆ ... 

"นายช่วยรวบรวมสำเนาข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของสถานที่ตั้งภารกิจและ แสดงให้ฉันดูได้ไหม" ลู่ลี่หรานพูดต่อ  

[ระบบ: ยินดีครับโฮสต์!] 

"ช่วยเตรียมสำเนาอุบัติเหตุทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง และกรณีสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นด้วย" 

[ระบบ: ยินดีครับโฮสต์!] 

"ที่นั่นมีการถ่ายทอดสดในลักษณะนี้บ้างไหม?" 

[ระบบ: ไม่ใช่ตอนนี้ครับ] 

ลู่ลี่หรานพยักหน้า 'ดังนั้นพวกเขาจึงควรอดทนกับเนื้อหาสดที่ไม่เคยเห็นมา ก่อนของเขามากกว่านี้ใช่ไหม?' 

ลู่ลี่หรานปรับตัวเข้ากับโหมดทำงานได้อย่างรวดเร็ว แต่เขาก็พึ่งตระหนักได้ ว่าควรจะต้องอธิบายให้ทุกคนฟัง 

"กาแล็กซีขั้นสูง! น้องหมายถึงอะไร น้องจะไปไหน!" เสียงของลู่ลี่ชิงสูงขึ้น แปดองศา เขาเกือบจะกระโดดลุกขึ้น  

แต่ระบบกับตอบคำถามนั้นในใจของลู่ลี่หรานแทน  

[ระบบ: กาแล็กซี KE-158 หนึ่งในกาแล็กซีขั้นสูงที่รู้จักกันในปัจจุบัน] "กาแล็กซี KE-158" ลู่ลี่หรานตอบอย่างรวบรัด 

ลู่ลี่ชิงนิ่งเล็กน้อย ตัวเขารับรู้ถึงการมีอยู่กาแล็กซีแห่งนี้แถมยังเคยส่งดาว เทียมสำรวจเข้าไปในกาแล็กซีนั้นด้วย 

ผลก็ถูกตอกลงไป 

ความประทับใจของลู่ลี่ชิงเกี่ยวกับกาแล็กซีนั้นมีเพียง 'ไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง' 

"จากระบบแปลกของน้องอีกแล้วเหรอ" ลู่ลี่ชิงแทบกระโจนด้วยความ 

โกรธ "พี่น่าจะแยกมันออกตั้งแต่น้องกลับมา!" 

"ถ้าจะเอามันออกก็ต้องรู้ว่ามันมัดผมไว้ที่ไหน" ลู่ลี่หรานพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเม้มปากแน่นระหว่างมองไปยังพ่อของตัวเอง "จ๋ายจ๋ายสามารถอยู่ที่บ้านนี้ได้ ไหมครับ ผมอาจจะต้องไปที่นั่นสองถึงสามสัปดาห์" 

"นานขนาดนั้นเลยเหรอ?!" ลู่ลี่ชิงกระโดดขึ้นอีกครั้ง "ถ้าอย่างนั้นงานเลี้ยง ต้อนรับก็ต้องเลื่อนออกไปอีกแล้ว" 

"ผมกลับมาได้ทันแน่นอน" ลู่ลี่หรานตอบ "แค่ใช้สิ่งที่พี่มีอยู่ตอนนี้ไปก็พอ" "นั่นมันของเคอจี่.." ลู่ลี่ชิงอ้าปากก่อนจะหุบลงก่อนจะจบประโยค  

"ของเคอจี่? มันคืออะไร?" ลู่ลี่หรานถามพี่ชายด้วยความสงสัย  

ลู่ลี่ชิงสำลัก ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเบาว่า "...เคอจี่รู้เรื่องนี้ไหม เขาคงไม่ สบายใจหากปล่อยให้น้องไปที่กาแล็กซีอื่นเพียงลำพัง ถึงน้องจะตีฉันจนตาย พี่ก็ยัง ไม่เชื่อ" 

"..." ลู่ลี่หรานนิ่งเงียบ เรื่องนี้เขายังไม่ได้บอกเคอจี่เลย  

เขาเพิ่งรู้ถึงภารกิจ ซึ่งมันค่อนข้างจะกะทันหัน 



บทที่ 227 วันที่สองร้อยยี่สิบเจ็ดของการกักตุนเงิน เพื่อเลี้ยงลูก 

"ผมอยากได้ยินคุณประกาศความเป็นเจ้าของของคุณอีกครั้ง" 


ในตอนที่เคอจี่กลับมา ลู่ลี่หรานก็พูดคุยถึงภารกิจใหม่ที่ได้รับ  

"คุณจะไปที่กาแล็กซีอื่นเหรอครับ" เคอจี่ขมวดคิ้ว "ข้อมูลที่เรามีเกี่ยวกับ กาแล็กซี KE-158 แทบจะเป็นศูนย์การที่จะเร่งรีบไปที่นั่นอันตรายเกินไป" 

"ผมไม่มีทางเลือกอื่นมากนัก" ลู่ลี่หรานตอบ เขาโอบรอบลำคอของเคอจี่ พร้อมกับกระซิบบอก "ผมจะต้องเดินทางผ่านในสามวัน นี่อย่างช้าที่สุด" 

"แล้วจะไปนานแค่ไหน" เคอจี่ถาม  

"ดูเหมือนว่าจะประมาณสองถึงสามสัปดาห์" 

เคอจี่ได้ยินแบบนั้นก็ถามต่อว่า "แล้วงานเลี้ยงวันเกิดของจ๋ายจ๋ายล่ะ?" 

มันเป็นเรื่องบังเอิญที่วันเกิดครบสี่ขวบของลูกหมีน้อยก็อีกไม่กี่วัน ดังนั้น พวกเขาจึงตกลงที่จะจัดงานวันเกิดพร้อมกับงานปาร์ตี้ประกาศตัวของลูกหมีน้อยคน ใหม่ของตระกูลลู่  

"ผมจะรีบกลับมา" ลู่ลี่หรานรีบตอบ  

"อืม.." เคอจี่ถอนหายใจ "ผมไม่สบายใจที่จะปล่อยให้คุณไปไกลนานขนาด นั้น ผมจะไปกับคุณ" 

"แล้วงานที่สหพันธ์ควรทำอย่างไร" ลู่ลี่หรานชะงัก แม้ว่าเขาจะแสร้งถาม แบบนั้น แต่ดวงตาของเขากลับเป็นประกาย  

"ยังไงบรอนเต้ก็ลาพักร้อนมาหนึ่งเดือนเต็มแล้ว ถึงเวลาที่เขาควรจะกลับมา ทำงานได้แล้ว" เคอจี่พูดขณะเดียวกันก็มองไปในดวงเปล่งประกายของลู่ลี่หราน เขา เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยกมุกปากขึ้น "บรอนเต้คุ้นเคยกับตำแหน่งผู้บังคับบัญชา รักษาการอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่จะรับตำแหน่งต่ออีกสองหรือสามสัปดาห์" 

ลู่ลี่หรานแสร้งไอ จากนั้นก็พูดเสียงต่ำว่า "พี่ใหญ่ได้ปรับปรุงสัญญาณดาว เทียมจากเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว มันสามารถส่งสัญญาณข้ามดาวเคราะห์ธุรกิจข้ามระบบ อาจจะอยู่ไม่ไกล" 

"ไม่มีปัญหา เรื่องของรัฐบาลกลางผมจัดการเอง" เคอจี่ยิ้มพร้อมกับโอบเอว ของลู่ลี่หรานแน่น ถูปลายจมูกกับเข้าจมูกโด่งรั้นของลู่ลี่หรานเบาๆ "สถานการณ์ ตอนนี้เป็นช่วงหลังสงคราม ลอร์ดแห่งสหพันธรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบในการสร้างและ ดำเนินงานดาวเคราะห์ในเรื่องนี้ผมได้เขียนแบบแปลนโดยละเอียดไว้แล้ว มัน เพียงพอที่จะให้บรอนเต้ดำเนินการตามภารกิจในพิมพ์เขียวเหล่านี้ในนามของผม" 

ลู่ลี่หรานพยักหน้ารับ แม้ว่าเขาฟังดูมันจะยุ่งยากมากก็ตามเถอะ  

แต่เขาเชื่อว่า เสนาธิการที่ทรงอำนาจที่สุดมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับงานนี้ - 

"อีกแล้วเหรอ?!" เสียงแหลมสูงของบรอนเต้ดังขึ้นในหูของเคอจี่ "ฉันว่า นายกลายเป็นหมาไปแล้ว!!! ฉันลางานเพียงเดือนเดียว เดือนเดียวเท่านั้น ตอนนี้ นายกลับจะมาวิ่งหนีอีกแล้วเหรอ?!" 

เคอจี่มองดูเพื่อนของเขาที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ผ่านวิดีโอคอล เขารออย่าง เงียบๆ ให้บรอนเต้บ่นจบก่อนจึงพูดออกมา 

"ในช่วงสงคราม.." เคอจี่จ้องเข้าไปในตาของบรอนเต้ "สหพันธ์ไม่สามารถ ดำรงอยู่ได้หากไม่มีฉัน ทำให้ฉันต้องสละคู่ครองของฉันไป แต่ตอนนี้มันเป็นช่วง หลังสงคราม สหพันธ์เติบโตเพียงพอที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้โดยไม่มีฉัน และ ฉันไม่สามารถทิ้งคู่ครองของฉันได้อีกต่อไป" 

"...." 

"บรอนเต้นายเป็นคนที่ฉันไว้ใจมากที่สุด ฉันจะโล่งใจหากให้นายทำหน้าที่ เป็นตัวแทนของสหพันธ์" เคอจี่พูดเสียงเบา  

บรอนเต้ที่ไม่ค่อยถูกมองอย่างจริงจังจากเคอจี่มากนัก เขาอดรู้สึกเขินอาย อย่างช่วยไม่ได้แต่ก็พูดด้วยเสียงฮึม "ฉันรู้ฉันไม่ได้พูดเสียหน่อยว่าจะไม่ช่วย แต่ ก็นะ คุณชายน้อยของตระกูลลู่ของนายน่ะวิ่งหนีเก่งเกินไป เขาดูไม่เหมือน โอเมก้าเลย..." 

"เขาเก่งมาก และฉันก็ชอบมากด้วย" เคอจี่พูดขัดอีกฝ่ายพร้อมกับยิ้ม "สิ่งที่ เขาทำนั้นมีความหมายมาก" 

ในตอนที่จินเฟยกลับมาจากดาวรกร้าง เขายังได้นำข่าวเกี่ยวกับกลุ่มนักเดิน ทางติดอยู่ในทะเลทรายเป็นเวลาเจ็ดวันกลับมาด้วย กลุ่มคนเหล่านั้นทั้งหมดรอด ชีวิต และถูกทีมค้นหาและกู้ภัยเข้าช่วยเหลือ 

นี่มันเป็นเหมือนปาฏิหาริย์ที่น่าเหลือเชื่อ แม้แต่ทีมค้นหาและกู้ภัยดาวรกร้าง ก็ไม่เคยเห็นใครรอดชีวิตในทะเลทรายได้เจ็ดวันมาก่อนเลย 

ในระหว่างสัมภาษณ์หัวหน้ากลุ่มได้พูดว่าพวกเขาได้ใช้วิธีเก็บน้ำแบบเดียว กับลู่ลี่หรานใช้ในห้องถ่ายทอดสด ซึ่งมันช่วยไม่ให้ภาวะอาการฮีทสโตรกและการ ขาดน้ำ ซึ่งนี่เป็นสาเหตุต้นๆ ของการเสียชีวิตของผู้คนในทะเลทราย พวกเขาได้ประ คับประคองจนในที่สุดสามารถเอาชีวิตรอดมาได้จนกระทั่งทีมค้นหาและกู้ภัยมาถึง 

ไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะสามารถเอาชีวิตรอดได้จริง จนกระทั่งพวกเขา ได้รับการช่วยเหลือโดยใช้วิธีเอาชีวิตรอดที่กล่าวถึงในการถ่ายทอดสด 

ทันทีที่ข่าวนี้ถูกเปิดเผย จำนวนผู้ติดตามในห้องถ่ายทอดสดของลู่ลี่หรานก็ เพิ่มขึ้นมาก จนถึงตอนนี้จำนวนผู้ติดตามใหม่เพิ่มขึ้นเป็นหมื่นคนในทุกวัน  

เมื่อได้ยินแบบนั้น บรอนเต้ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าจะ มีคนได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดสดที่คุณชายน้อยของตระกูลลู่สร้างขึ้น  

เขาจึงพยักหน้าเล็กน้อย "นั้นเป็นเรื่องดีจริงๆ" 

เคอจี่หัวเราะอย่างภาคภูมิใจ มันน่าหมั่นไส้จนบรอนเต้อดกลอกตาไม่ได้  

"แต่คำถามที่สำคัญก็คือการเดินทางไปยังกาแล็กซี KE-158 นั่นยากลำบาก มากในการเดินทางระหว่างดวงดาว จนถึงตอนนี้พวกเรายังไม่มีวิธีการเดินทางอย่าง ปลอดภัย หรือว่าลู่ลี่ชิงมีกุลอุบายใหม่อะไรขึ้นมาอีก" บรอนเต้ถามอีกครั้ง 

ที่บรอนเต้พูดก็ไม่น่าที่จะเป็นไปไม่ได้การเคลื่อนย้ายระยะไกลลู่ลี่ชิงก็เคย ทำมาก่อน ซึ่งบรอนเต้เข้าใจว่าเคอจี่และลู่ลี่หรานกลับมาที่ดาวโซลโตก็น่าจะเป็นวิธี เดียวกัน  

"นายแน่ใจใช่ไหมว่าจะปลอดภัย? ไม่ใช่ว่าทำได้เพียงส่งออกไปแต่กลับมา ไม่ได้ล่ะ" บรอนเต้พูด  

เคอจี่ไม่อธิบายมาก เขาเพียงแต่ตอบว่า "ฉันเชื่อในเทคโนโลยี" 

"ตกลง" บรอนเต้ก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับ "ฉันจะยอมรับหน้าที่แทนนาย สองสัปดาห์ห้ามเกินกว่านี้!" 

"ตกลง.." เคอจี่หัวเราะเบาๆ "ฉันจะนำของขวัญมาให้นายเมื่อฉันกลับมา" "ใครจะไปสนใจล่ะ!" บรอนเต้สาปแช่งด้วยรอยยิ้ม 

"โอ้..นายไม่ต้องการมันจริงเหรอ นายไม่อยากรู้เกี่ยวกับกาแล็กซี KE-158  ว่ามีอารยธรรมขั้นสูงลึกลับที่เราไม่เคยสำรวจอะไรบ้าง" เคอจี่ย้อนถาม  

"...." บรอนเต้ 'บ้าเอ่ย! มันน่าล่อใจมาก' 

"นายนี้มันน่ารำคาญจริงๆ นะ" บรอนเต้สวนกลับ  

เคอจี่ก่อนจะเข้าสู่ประเด็น เขาใช้เวลาสักพักในการปรับปรุงแผนงานของ รัฐบาลกลางบางส่วน จากนั้นก็พูดคุยกับบรอนเต้อย่างระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องต่อไป และแผนสำรอง 

ในตอนนี้ทุกอย่างก็พร้อมแล้ว.. 

กำหนดการเดินทางก็คือวันถัดไป นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่เซี่ยเห็นลู่ลี่หรานเรียก ใช้พอร์ทัล ในคราวที่แล้วเขาทำเพียงแต่จ้องมองลูกชายของตัวเอง ไม่ได้สนใจ พอร์ทัลเลยสักนิด เมื่อเห็นมันในครั้งนี้เขาก็ถามลู่ลี่หรานด้วยความสนใจเป็นอย่าง มาก "พ่อสามารถรื้อมันออกหลังจากใช้งานได้ไหม?" 

'ผมก็ถามหรานหรานแบบนี้เหมือนกัน! หรานหรานบอกว่าไม่' ลู่ลี่ชิงยิ้ม เยาะ 

"พ่อ.." ลู่ลี่หรานไอออกมา "ผมยังอยากกลับมา" 

"...งั้นฉันจะรอลูกกลับมาแล้วค่อยรื้อมันออก" ลู่เซี่ยตอบตามนั้น 

ลู่ลี่หรานกล่าวว่าใช่ 

เคอจี่และลู่ลี่หรานยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า ลูกหมีน้อยที่ได้ยินว่าพ่อทั้งสอง ของเขาจะออกเดินทางไกล ตั้งแต่เขายังเล็กปะป๋ามักจะเดินทางไกลเป็นครั้งคราว แต่ครั้งนี้ลูกหมีน้อยรู้สึกว่าปะป๋าของเขาใช้เวลาอยู่บ้านมากเกินคาด 

"จ๋ายจ๋ายจะดูป๊าในห้องถ่ายทอดสด!" เด็กชายลู่จือเชียนโบกมือขณะที่ลู่ลี่ หรานก้าวเข้าไปในพอร์ทัล  

ลู่ลี่หรานหยุดชะงักเล็กน้อย แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร ร่างของเขาก็ถูก แรงดูดจากพอร์ทัลดึงเข้าไป 

การถ่ายทอดสดแบบ Cross-Galaxy ยังไม่ได้เริ่มใช่ไหม? 

ลู่ลี่ชิงก็ตกใจเช่นกัน เขาสามารถแก้ปัญหาการเพิ่มสัญญาณระหว่างดาว เคราะห์ภายในกาแล็กซี A69 ได้แต่ที่นั่นคืออีกกาแล็กซีหนึ่ง...ระดับความยากที่ แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง! 

ลู่ลี่ชิงมองจินเฟยอย่างขอความช่วยเหลือ 'ลูกหมีน้อยเชื่อฟังจินเฟยมากที่ สุด!' 

จินเฟยที่เห็นแบบนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดว่า "จ๋ายจ๋าย สถาน ที่ที่คุณป๋าไปในครั้งนี้ไกลออกไปนิดหน่อย สัญญาณถ่ายทอดสดอาจจะไม่ดีนัก" 

จ๋ายจ๋ายน้อยเอียงคอด้วยความสงสัยก่อนจะตอบรับด้วยน้ำเสียงหวาน ว่า "คุณลุงกับคุณปู่จัดการได้ไม่ต้องกังวลนะลุงจิน!" 

จินเฟยได้ยินแบบนั้นก็ชะงัก เขามองลู่ลี่ชิงด้วยสายตา 'ไร้หนทาง' 

ลู่ลี่ชิงหันไปมองพ่อของตัวเอง แต่เขากับได้ยินลู่เซี่ยได้ตกลงแทนเขาเสีย แล้ว "ครับ คุณลุงของหลานจัดการได้" 

"????" ลู่ลี่ชิง  

ลูกหมีน้อยจ้องมองลู่ลี่ชิงด้วยสายตาปรารถนา จนสุดท้ายลู่ลี่ชิงยอมแพ้ใน เสี้ยววินาทีเขาฝืนยิ้มออกมา "ลุงจะพยายามเต็มที่ ลุงจะกลับไปที่ห้องทดลอง ก่อน" 

"คุณลุง สู้สู้!" ลูกหมีน้อยปรบมือให้เขา 

... 

.. 

ทางด้านหลังประตูทางเข้า 

ลู่ลี่หรานและเคอจี่ต่างก็ตกมาอยู่บนดาวดวงนี้ทีละคน  

[ระบบ: ยินดีต้อนรับโฮสต์สู่ดาวพายุ ตรวจพบว่าเกาะภูเขาไฟโรแซนน์ตั้ง อยู่บริเวณเหนือสุดของดาว ล้อมรอบด้วยทะเลทางตะวันตกเฉียงใต้และเขตป่าไม้ ทางตะวันออก คลื่นทะเลในปัจจุบันแรงมาก ขอแนะนำให้โฮสต์เดินทางโดยเครื่อง บินเพื่อไปที่นั่นโดยเร็วที่สุด] 

หลังจากลู่ลี่หรานได้ยิน เขาก็รีบจัดเรียงข้อมูลบางส่วนที่เขาเคยอ่านมาก่อน ในใจของเขา 

เกาะภูเขาไฟตั้งอยู่ทางเหนือสุดของดาวเคราะห์บริเวณทะเลที่อยู่ติดกับ เกาะมีพายุตลอดทั้งปีและมีเรือเพียงไม่กี่ลำผ่านไปมา ดังนั้นคราวนี้เขาจะไม่ พยายามหนีโดยทางทะเลอีกต่อไป ด้วยวิธีนี้เขาจึงสามารถไปทางทิศตะวันออกเท่า นั้น 

เขตป่าทางทิศตะวันออกมีพื้นที่ไม่มากนัก ตามข้อมูลระบุว่าเป็นเขตป่าที่ ปลูกพืชเทียมกันลมกันความชื้น พื้นที่ไม่มากนัก มีเพียงกระท่อมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ ป่า 10 หลัง หากพบก็ควรได้รับการช่วยเหลือหรือเพียงแค่ข้ามเขตป่า ลู่ลี่ หรานประเมินว่าอาจต้องใช้เวลาเพิ่มอีกหนึ่งวัน แต่คงจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการ ค้นหากระท่อมของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโดยไม่มีเป้าหมาย 

อย่างไรก็ตาม ที่นี่ก็ไม่ใช่ป่าดงดิบ ดังนั้นจึงไม่มีอันตรายร้ายแรงมากนัก ที่ ปลายป่าอีกด้านหนึ่งมีถนนขนส่งซึ่งมีสินค้าจำนวนมากและบ่อยครั้ง ทำให้สามารถ โดยสารรถกลับไปยังโลกที่เจริญแล้วได้อย่างง่ายดาย 

สิ่งสำคัญที่สุดทันทีคือการไปที่ภูเขาไฟโรแซนน์ 

พวกเขาอยู่ในสวนสาธารณะสีเขียวในเมืองบนดาวดวงนี้เมื่อทั้งสองเดิน ออกจากเขตพื้นที่สีเขียว พวกเขาก็เห็นผู้คนเดินเข้าออก เสื้อผ้าของพวกเขาดูเหมือน กับของกาแล็กซี A69 

ต่างกันเพียงที่ทุกคนสวมโลหะกลมขนาดเท่าเหรียญไว้รอบคอคล้ายกับ ปลอกคอ  

[ระบบ: นั้นเทียบเท่ากับบัตรประจำตัว ใครก็ตามที่ไม่สวมเหรียญประชา ชนก็ถือเป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศ] 

ลู่ลี่หรานพยักหน้ารับเพื่อแสดงว่าเข้าใจ เขาและเคอจี่เดินเล่นอยู่ในสวน สาธารณะ ไม่นานตัวเขาก็เหมือนดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมาย 

"นี่พวกมันมาจากดาวดวงอื่นใช่ไหม พวกมันไม่มีแม้แต่เหรียญประชาชน ด้วยซ้ำ!" 

"หน้าตาพวกมันดูแตกต่างมาก ดูสิจมูกของพวกมันตรงแค่ไหน แต่มันก็ดู สวยมาก" 

"ว้าว ดูดวงตาคนนั้นสิดูสดใสจังเลย!" 

"แต่พลังจิตของคนคนนั้นไม่ผันผวนแม้แต่นิดเดียวเลย…เขาเป็นใบ้เหรอ" 

"น่าเสียดายที่ไป๋จางมีใบหน้าที่สวยงาม แต่เขาไม่มีพลังจิต นี่อันตรายเกิน ไป" 

"ฉันเห็นว่าคนข้างๆ เขามีพลังจิตที่แข็งแกร่งกว่า บางทีเขาอาจจะเป็นแค่ของ เล่นที่ต้องพึ่งพิงคนอื่นหรืออะไรประมาณนั้น…" 

หัวคิ้วของลู่ลี่หรานกระตุกหลังจากได้ยินคำนินทาอันเงียบงันจากด้านหลัง เขาลดเสียงลงระหว่างพูดกับเคอจี่ "คนพวกนี้สามารถรู้สึกถึงความผันผวนของพลัง จิตได้จริงเหรอ?" 

"ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบนั้น" เคอจี่ตอบด้วยรอยยิ้ม "แต่ดูเหมือนว่าพวกเขา จะเข้าใจว่าผมเป็นของเล่นของคุณ" 

ใบหน้าของลู่ลี่หรานมืดมนลง "ผมไม่คิดว่าวัฒนธรรมของดาวเคราะห์ใน กาแล็กซีอารยธรรมขั้นสูงจะหยาบคายขนาดนี้" 

"ผมไม่สนใจว่าพวกเขาพูดอะไร" เคอจี่คว้าตัวลู่ลี่หรานพร้อมกับยิ้มบางๆ "อย่าสร้างความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น ออกไปกันเถอะ" 

ลู่ลี่หรานสูดหายใจเข้าลึกอย่างไม่เต็มใจ  

ในขณะที่พวกเขาทั้งสองกำลังจะออกไป ก็มีคนสองคนเดินเข้ามาหาพวก เขา  

คนหนึ่งเป็นชายร่างเตี้ยอวบอ้วนเล็กน้อย เขาถือเชือกดึงสีสันสดใสไว้ในมือ โดยปลายเชือกผูกติดกับเด็กชายรูปร่างสูงหล่อที่อยู่ข้างๆ ชายอีกคนไม่มีเหรียญ ประชาชนรอบคอ มีเพียงปลอกคอที่ใช้กับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น 

สถานะของเขาชัดเจน 

ลู่ลี่หรานอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อเขาเห็นสิ่งนี้ 

"สวัสดี" ชายร่างอ้วนส่งยิ้มที่เป็นมิตรให้กับลู่ลี่หราน แต่สายตากลับจับจ้อง ใบหน้าของเคอจี่ราวกับว่ากำลังพินิจพิจารณาสินค้าที่น่าพึงพอใจ 

"คุณมองอะไร?" ลู่ลี่หรานที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจเดินไปยืนบังเคอจี่  

เคอจี่ที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกขบขันเล็กน้อย เขากดไหล่ของลู่ลี่หรานโดยไม่ทิ้ง ร่องรอยใดๆ ไว้เป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายผ่อนคลาย 

ชายอ้วนยิ้มอย่างรู้ทัน "ต้องขออภัย ฉันลืมไปว่าพ่อค้าบางคนไม่ยินดีให้ลูก ค้ามองดูสินค้าของตนอย่างพินิจพิเคราะห์เช่นนี้… ดังนั้น ฉันขอถามหน่อยว่าคุณมา จากดาวดวงไหน คุณวางแผนจะขายของของคุณในราคาเท่าไร…" 

ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันพูดจบ ลู่ลี่หรานก็ต่อยเขาอย่างรวดเร็วและรุนแรง จน แม้แต่เคอจี่ก็ห้ามไม่ทัน  

"แกทำอะไรของแก?!" ชายอ้วนกรีดร้องพร้อมกับยกมือปิดจมูกของตัวเอง  

"นี่คือคนรักของฉัน" ลู่ลี่หรานดวงตามืดมน เขาเยื้องก้าวไปข้างหน้าหนึ่ง ก้าว ชายอ้วนก็ถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่าเขาหวาดกลัวหมัดอีกครั้ง จากลู่ลี่หราน 

ดวงตาของทาสหนุ่มเบิกกว้าง เขาไม่เคยคาดคิดว่าผู้ชายที่มีพลังจิตแข็ง แกร่ง จะพบกับคนรักเพศเดียวกันที่ไม่มีพลังจิตได้ 

ฝูงชนรอบข้างก็รวมตัวกันเพื่อชมความตื่นเต้นและพูดคุยกันอย่างมีความสุข 

"ว้าว พวกเขาคู่กันจริงเหรอเนี่ย ไม่แปลกใจเลยที่ฉันไม่เห็นเขาใส่ปลอกคอ สายจูงด้วย ฉันคิดว่าเขาไม่กลัวว่าของเล่นจะหลุดหนีออกไป" 

"ถ้าอย่างนั้นหมัดนี้ก็คุ้มค่า หากใครกล้าดูถูกคู่รักของฉัน ฉันจะต่อยมันให้ ตาย!" 

"แม่ฮะ แม่เห็นไหมว่าเขาต่อยได้เร็วมาก เร็วจนมองไม่ทันเลย!" 

"จุ๊ๆ ยังจะดูเรื่องสนุกอีกเหรอ ฉันว่าคนนี้ไม่ง่ายที่จะยุ่งด้วยหรอก รีบไปกัน เถอะ" 

"..." 

ลู่ลี่หรานคลายมือลง เขาจดจ้องมองชายอ้วนที่จมูกเอียงด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะตะคอกว่า "ยังไม่ไปอีกเหรอ?" 

ชายอ้วนตัวสั่น เขารีบคว้าสายจูงด้วยความหงุดหงิดก่อนจะรีบวิ่งไปพร้อม กับของเล่นของเขา  

ลู่ลี่หรานที่เห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ รู้สึกได้ว่ามือของเขา สกปรกจากการต่อยชายคนนั้น  

เขาเดินไปที่น้ำพุใกล้ๆ อย่างรวดเร็ว แล้วล้างเลือดออกจากข้อมือของเขา  

เคอจี่เดินเข้าไปหาลู่ลี่หราน เขาช่วยถูคราบเลือดออกจากข้อนิ้วของลู่ลี่ หรานก่อนจะจูบที่มุมปากของอีกฝ่าย "ผมอยากได้ยินคุณประกาศความเป็นเจ้าของ ของคุณอีกครั้ง" 

ลู่ลี่หรานชะงักก่อนจะยิ้มอย่างหงุดหงิด "นั่นเป็นเรื่องเดียวที่คุณสนใจ เหรอ?" 

"นี่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด"



บทที่ 228 วันที่สองร้อยยี่สิบแปดของการกักตุนเงิน เพื่อเลี้ยงลูก 

"ที่นั่นไม่ใช่ถิ่นทุรกันดาร แต่มันคือขุมนรก" 


ลู่ลี่หรานได้ศึกษาเกี่ยวกับดาวเคราะห์ขั้นสูงอย่างภูเขาไฟร็อกแซนน์ทั้งข้อ มูลทางภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์มนุษยศาสตร์กรณีศึกษาและข้อมูลอื่นๆ โดย รอบในช่วงสองวันที่ผ่านมา เช่น ชนเผ่าพื้นเมืองโดยรอบ การปะทุของภูเขาไฟในปีก่อนๆ เป็นต้น 

แต่ข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมมนุษย์ของดาวเคราะห์นี่เขารู้เพียงเล็กน้อย 

หลังจากอุบัติเหตุเล็กน้อยที่สวนสาธารณะ ลู่ลี่หรานก็รู้ได้ทันทีว่าเขาควรจะ ต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนของดาวเคราะห์แห่งนี้เพิ่ม  

ดูเหมือนว่าคนที่นี้ไม่แปลกใจกับ 'อุบัติเหตุการค้า' ที่เพิ่งเกิดขึ้นสักนิด ลู่ลี่ หรานจึงรู้สึกว่าความแตกต่างทางวัฒนธรรมเป็นเหมือนช่องว่าง 

หลังจากตรวจสอบภารกิจแล้ว เขาก็เห็นคำเตือนว่ายังเหลือเวลาอีก 18 ชั่ว โมงก่อนที่ภารกิจจะเริ่มต้น 

"ตั๋วเงินก่อนหน้านี้เอาไปทำอะไรได้บ้าง สามารถติดต่อเรือเหาะให้ฉันได้ ไหม" ลู่ลี่หรานถามระหว่างจ้องมองไปยังรายการอุปกรณ์ที่เขามีอยู่ในระบบ  

[ระบบ: ได้ครับ! ตั๋วนี้สามารถใช้กับดาวเคราะห์อารยธรรมขั้นสูงได้ โฮสต์สามารถโพสต์ความต้องการและระบบจะจัดหาให้อัตโนมัติและในเวลาเดียว กันตั๋วจำเป็นสำหรับโพสต์ภารกิจก็จะถูกหักออกด้วย] 

[ระบบ: โฮสต์สามารถตั้งโพสต์บนแพลตฟอร์มนี้ได้!] 

เมื่อพูดจบระบบก็แสดงแผงข้อกำหนดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ 

ดูแล้วมันคล้ายกับรายการรางวัลของดาวรกร้างมาก ความแตกต่างเพียง อย่างเดียวคือ รายการดังกล่าวรวมดาวเคราะห์ที่ใช้งานอยู่ทั้งหมดในกาแล็กซี KE 158 ทั้งหมด ดังนั้นสินค้าแลกเปลี่ยนจึง 'แตกต่างกัน' มาก 

หน่วยที่ใช้แลกเปลี่ยนสินค้าที่นี่คือ 'ตั๋วแลกเปลี่ยนดาวเคราะห์อารยธรรม สูง' เมื่อส่งคำขอและดำเนินการเสร็จสิ้น จะมีการหักเงินหนึ่งหน่วย หากไม่มีใคร รับ เงินจะถูกส่งคืนไปยังบัญชีในลักษณะเดียวกันหลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง 

ลู่ลี่หรานให้ระบบลงทะเบียนครั้งแรก ภายใต้ระบบอัจฉริยะ ซึ่งช่วยลดขั้น ตอนการตรวจสอบใบสมัครที่ยุ่งยากและใช้เวลานาน หลังจากตรวจดูราคาสินค้า จำนวนมาก ลู่ลี่หรานจึงโพสต์งานแรกในราคาตั๋วแลกเปลี่ยนสองใบ 

[ข้อกำหนดของงาน: ขับเคลื่อนไปยังจุดหมายที่ผู้โดยสารกำหนด จำนวนผู้ โดยสารสองท่านจุดหมายภูเขาไฟร็อกแซนน์เมื่อส่งผู้โดยสารตามที่ลุล่วงถือว่า กระบวนการส่งมอบเสร็จสมบูรณ์] 

[ค่าตอบแทนงาน: ตั๋วแลกเปลี่ยน 2 ใบ วางมัดจำด้วยตั๋วหนึ่งใบและงวด สุดท้ายจะจ่ายเมื่องานลุล่วง ซึ่งจะโอนเงินๆ เข้าบัญชีโดยอัตโนมัติหลังจากการส่ง มอบเสร็จสิ้น] 

ข้อกำหนดที่ลู่ลี่หรานตั้งไว้นั้นแตกต่างจากความยากของภารกิจ เขาไม่แน่ ใจว่าจะสรรหาคนขับที่เหมาะสมกับราคานี้ได้หรือไม่ 

เขาและเคอจี่ตั้งใจที่จะพักค้างคืนบนม้านั่งในสวนสาธารณะ แต่ไม่คาดคิด ว่าทันทีที่เขาโพสต์งานไปเพียงครึ่งชั่วโมงก็มีคนรับงาน  

ลู่ลี่หรานจึงรีบติดต่ออีกฝ่ายทันทีหลังจากแจ้งถึงความต้องการของตัวเอง อีกครั้ง อีกฝั่งก็ตอบรับทันทีว่า "ไม่มีปัญหา ผมตกลง" 

อีกฝ่ายบอกว่ากำลังเดินทางจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง 

การเดินทางไปถึงจุดหมายใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ถ้าคำนวณเวลาแล้ว น่าจะถึงภูเขาไฟร็อกแซนน์เวลาตีสี่หรือตีห้า  

ระบบนี้ให้ลูกบอลกล้องโดรนจากมุมสูง ซึ่งต่างจากที่เคยใช้ในดาวรกร้าง เห็นได้ชัดว่าราคาของมันแพงกว่าถึงสองเท่า  

[ระบบ: กล้องถ่ายภาพทางอากาศนี้ไม่เพียงแต่เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลดาว เทียมอิสระได้เท่านั้น แต่ยังรองรับการอัปโหลดถ่ายทอดสดพร้อมกันข้ามกาแล็กซี ได้อีกด้วย!] 

ระบบนำเสนอด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ  

[ระบบ: นี่คือสิ่งประดิษฐ์ล่าสุดของทางเรา นี่เป็นการจัดเตรียมให้กับ โฮสต์เป็นพิเศษเพื่อเป็นการเปิดตัวการถ่ายทอดสดในกาแล็กซีอารยธรรมขั้นสูงเป็น ครั้งแรก ทางเราจึงมอบกล้องถ่ายภาพทางอากาศนี้ให้กับโฮสต์!] 

ลู่ลี่หรานหยิบกล้องถ่ายภาพทางอากาศออกมาออกมาเล่น จากนั้นก็หันไป ถามเคอจี่ว่า "คุณคิดว่าพี่ชายของผมและทีมวิจัยของรัฐบาลกลางจะดีใจมากไหม ถ้า เราเอาสิ่งนี้กลับบ้าน" 

"คุณเต็มใจให้พวกเขารื้อมันเหรอครับ?" เคอจี่หัวเราะ "อันนี้ดูจะแพงไป หน่อย" 

ลู่ลี่หรานชะงักก่อนจะถามระบบในใจถึงราคาของมัน  

[ระบบ: ราคาขายภายนอกนั้นเทียบเท่ากับ 100 ล้านเหรียญดาว ถ้าคุณ แลกมันกับคะแนนความนิยม มันจะมีราคา 200 ล้านเหรียญ] 

"ลืมมันไปเถอะ ผมให้เขาดูเฉยๆ ก็พอ" ลู่ลี่หรานพูดกับเคอจี่ทันที  

ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังให้ความสนใจกับลูกบอลโดรน เรือเหาะที่ตกลง กันไว้ก่อนหน้าก็มาลงจอดที่ลานโล่งของสวนสาธารณะได้ทันเวลา 

ลู่ลี่หรานเงยหน้ามองเรือเหาะที่มีรูปร่างเหมือนจานบินทรงกลม ทำให้ยาก จะแยกแยะว่าส่วนใดคือส่วนหัวและส่วนใดคือส่วนหาง 

จนกระทั่งนักบินเปิดประตูเรือเหาะออกมา ลู่ลี่หรานและเคอจี่จึงสามารถเข้า ไปในเครื่องบินจากด้านบนสุดได้ 

"สวัสดีค่ะ" นักบินสาวเดินเข้ามาทักทาย เธอมองสลับระหว่างเคอจี่และลู่ลี่ หรานด้วยสายตาไม่คาดคิด แต่เธอก็ยังดูด้วยน้ำเสียงสุภาพ "พวกคุณไม่ใช่คนของ ดาวดวงนี้ใช่ไหมคะ? พวกคุณจะไปที่ภูเขาไฟโรแซนน์จริงๆ เหรอ ไปเก็บคริสตัลภู เขาไฟ?" 

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาไม่ดีลู่ลี่หรานจึงตอบกลับว่า "พวกเราไปที่ นั่นเพื่อถ่ายทอดสดการเอาตัวรอดในถิ่นทุรกันดาร" 

"เอาตัวรอดในถิ่นทุรกันดาร?" นักบินสาวหัวเราะ "งั้นฉันขอให้พวกคุณโชค ดีแต่ฉันขอเตือนสักหน่อยว่าที่นั่นไม่ใช่ถิ่นทุรกันดาร แต่มันคือขุมนรก" 

"ขอบคุณสำหรับคำเตือน" ลู่ลี่หรานพยักหน้ารับเล็กน้อย  

"คริสตัลภูเขาไฟคืออะไร" เคอจี่ถาม  

นักบินสาวมองไปทางเคอจี่ เธอก็ตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายไม่มีความผันผวน ของพลังจิตออกมาแม้แต่น้อย ดังนั้นเธอจึงมีท่าทางและสายตาที่เย่อหยิ่งเล็ก น้อย แต่หากไม่สังเกตก็ไม่เห็น  

"คุณเปิดแผงกระดานข่าว Gram 158 ขึ้นมาได้ค่ะ มันเป็นกระดานข่าวที่มี ความนิยมสูงสุดและราคาก็ไม่ได้ต่ำด้วย ดังนั้นพวกคุณสามารถดูด้วยตัวเอง" 

เมื่อได้ยินแบบนั้น เคอจี่ก็พยักหน้าเล็กน้อย "ขอบคุณมากครับ" 

ส่วนลู่ลี่หรานก็เปิดกระดานข่าวขึ้นมา เขาเห็นรายการคริสตัลภูเขาไฟที่พึ่ง โพตส์เมื่อไม่นานนี้  

คริสตัลภูเขาไฟคือแก่นแท้ของภูเขาไฟที่ปะทุออกมาจากส่วนลึกของภูเขา ไฟ หลังจากเย็นตัวลงก็จะก่อตัวเป็นคริสตัล  

คริสตัลภูเขาไฟมีพลังงานแก่นแท้ที่เหมาะที่จะเอามาฝึกฝนและปรับสภาพ พลังจิต จึงไม่น่าแปลกที่จะดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคจำนวนมาก 

คริสตัลภูเขาไฟขนาด 500 กรัมสามารถแลกเปลี่ยนเป็นตั๋วเงินหนึ่งใบ 

ลู่ลี่หรานจดจำรูปร่างและคุณสมบัติของมันตามสัญชาตญาณของนักล่าเงิน รางวัล แต่เขาก็ไม่คิดที่จะวางแผนจะขายมัน  

"ผมคิดว่าเจ้านี้ไม่มีเหมาะกับคุณมากนัก" ลู่ลี่หรานพูดกับเคอจี่เสียงเบา  "ผมก็ไม่รู้ว่าจะใช้มันยังไง" เคอจี่พยักหน้า  

"ไม่เป็นไร แต่ผมว่าจะเก็บมันกลับมาก่อน" 

เขาพบว่ากระดานข่าวนี้ครอบคลุมทั้งกาแล็กซีนั้นเป็นเหมือนตลาด ออนไลน์ดูเหมือนว่าเขาควรจะเข้าไปเยี่ยมชมให้มากขึ้น 

ลู่ลี่หรานเรียกให้เคอจี่เข้ามาดูด้วยกัน ทั้งสองพิจารณาข้อกำหนดอย่างระ มัดระวังตั้งแต่ต้นจนจบ 

ลู่ลี่หรานค้นพบบางสิ่งที่สามารถเอามาใช้เพื่อฝึกฝนพลังจิต แต่ส่วนใหญ่ เป็นของพิเศษบนโลกใบนี้ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้คนที่นี่จะอ่อนไหวต่อความผันผวน ของพลังจิตมาก 

เสียเพียงแต่ว่าของเหล่านี้ส่วนใหญ่มีราคาแพง อย่างน้อยก็ต้องแลกเปลี่ยน กับตั๋วอย่างน้อยสิบใบ เมื่อรวมกับเงินออมทั้งหมดของลู่ลี่หรานแล้ว เขาก็เหลือ เพียงตั๋วห้าใบเท่านั้น  

"ผมไม่คิดว่าที่นี่จะต้องการชิ้นส่วนของสัตว์กลายพันธุ์บนดาวรกร้าง" ลู่ลี่ หรานกระซิบกับเคอจี่ด้วยน้ำเสียงแปลกใจ  

แม้ว่ามันจะครอบคลุมทั้งกาแล็กซีแต่ราคาของมันก็ค่อนข้างสูงเป็นพิเศษ เทียบเท่ากับตั๋วแลกเปลี่ยนถึง 16 ใบ! 

ลู่ลี่หรานจึงโพสต์ลำไส้จระเข้ผีหนองบึงกลายพันธุ์ด้วยความลังเล แม้ว่าชิ้น ส่วนนี้จะไม่สมบูรณ์แต่ก็มีคนรับซื้อทันทีแถมยังส่งข้อความส่วนตัวมาด้วยความตื่น เต้นว่ามีชิ้นส่วนที่สมบูรณ์ว่านี้อีกไหม ถ้ามีจะยอมเสนอเงินในราคาที่สูงกว่า! 

มุมปากของลู่ลี่หรานกระตุก 'นี่เขากำลังจะได้ตกปลาอยู่หรือไม่?!' 

ลู่ลี่หรานไม่มีทางเลือกอื่น เขาส่งข้อความตอบกลับว่ามีเพียงชิ้นเดียว แต่ บางทีพวกเขาอาจจะได้ร่วมงานกันในอนาคต  

ทั้งสองจึงเพิ่มการติดต่อกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลติดต่อกัน 

ลู่ลี่หรานจึงหันไปสนใจกดซื้อหินไขกระดูกสีขาวชิ้นหนึ่งที่เขาเห็นในตอน แรก มีการไกด์นำว่าหินชนิดนี้สามารถทำให้พลังจิตคงที่และดูดซับพลังงานส่วน เกิน ซึ่งเทียบเท่ากับพื้นที่จัดเก็บชั่วคราวหลังจากที่พลังจิตบ้าคลั่ง 

ซึ่งของชิ้นนี้ต้องใช้ 20 ตั๋วแลกเปลี่ยน  

[ระบบ: ยอดคงเหลือปัจจุบัน: 1x ตั๋วแลกเปลี่ยน] 

ลู่ลี่หรานจ้องมองคำเตือนจากระบบอย่างไม่ใส่ใจ  

เขาหยิบหินมาสวมที่รอบคอเคอจี่ด้วยท่าทางเคร่งขรึม ก้อนหินมีรูปร่าง เหมือนกับเพชรเม็ดแหลมที่มีจุดสีขาวขุ่นขนาดค่อนข้างเล็กเท่ากับเล็บเท่านั้น แต่ อุณหภูมิของมันค่อนข้างเย็นซึ่งเข้ากับอุณหภูมิร่างกายของเคอจี่ได้อย่างรวดเร็ว  

"ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อะไรกลับมา แต่ด้วยหินก้อนนี้ก็ไม่สูญเปล่า" ลู่ลี่หรานยก คิ้วอย่างภูมิใจ โชคดีที่เขามีนิสัยชอบสะสมของแปลกๆ และไม่ทิ้งของพวกนี้ไป  

"การคาดเดาล่วงหน้าของคุณได้รับการยืนยันแล้ว" เคอจี่หัวเราะเบาๆ  

เปลือกตาของลู่ลี่หรานกระตุก ก่อนที่เขาจะทันได้พูดอะไร นักบินก็หันมา เตือน 

"อีกห้าชั่วโมงเราจะเดินทางถึงภูเขาไฟโรแซนน์พวกคุณสามารถพักผ่อนได้ เมื่อเข้าใกล้ภูเขาไฟโรแซนน์การเดินทางจะยากลำบากมากขึ้น ฉันกลัวว่าพวกคุณ อยากจะพักผ่อนก็ยากที่จะได้ทำ" 

"ครับ ขอบคุณที่เตือน" เคอจี่ตอบ  

นักบินสาวสังเกตเห็นสร้อยบนคอของเคอจี่ มุมปากของเธอก็ยกขึ้น "หิน นั่น..มันไม่จำเป็นเกินไปสำหรับคุณเหรอ?" 

"มันดูดีครับ" เคอจี่ตอบพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้ลู่ลี่หราน "คู่หูของผมบอกว่า มันเข้ากับผม ใช่มั้ย?" 

"ใช่แล้ว" ลู่ลี่หรานพยักหน้าอย่างจริงจัง  

"...." นักบินสาว 'เสียเงินเปล่าๆ' 

ใส่ของเลอค่าให้กับคนไร้สมองก็เหมือนกับมีเงินแต่ไม่มีใช้! 

นักบินสาวมองชายสองคนที่นั่งหลับตาพักผ่อนจับมือ ประสานนิ้วกันแน่น เธออดไม่ได้ที่จะกลอกตามองท้องฟ้า



บทที่ 229 วันที่สองร้อยยี่สิบเก้าของการกักตุนเงิน เพื่อเลี้ยงลูก 

"ทุกคนจะต้องเตรียมตัวรับมือกับการกลับมาให้พี่ใหญ่ลู่" 


ภูเขาไฟโรแซนน์ 

เรือเหาะได้บินเข้าใกล้เขตภูเขาไฟโรแซนน์กระแสลมก็เริ่มแปรปรวนเมื่อเข้าใกล้ขอบภูเขาไฟ  

"เตรียมตัว เราจะลงจอดในอีกสามสิบนาที" เสียงนักบินดังขึ้นจากด้านหน้า  ลู่ลี่หรานและเคอจี่ลืมตาขึ้นพร้อมกัน

ลู่ลี่หรานมองไปนอกหน้าต่างก็พบว่าท้องฟ้าในตอนนี้มืดมนเหมือนก่อนเกิด พายุฝน และมีฝุ่นเขม่าจากภูเขาไฟลอยอยู่ในอากาศจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 

"ใกล้ถึงเวลาที่ต้องถ่ายทอดสดแล้ว" ลู่ลี่หรานพูดเสียงเบาก่อนจะหยิบลูก บอลโดรนปล่อยให้มันบินทำงานห่างจากใบหน้าของเขาไม่กี่เมตร  

ห้องถ่ายทอดสดของลู่ลี่หรานมีการซิงโครไนซ์ระหว่างแพลตฟอร์มถ่ายทอด สดหลักบน KE-158 และแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดหลักบนดาวรกร้าง  

ลู่ลี่หรานเปลี่ยนชื่อห้องถ่ายทอดสด ซึ่งก่อนหน้านี้มีการตั้งค่าเป็นชุดตัว เลข  

[การเอาตัวรอดในถิ่นทุรกันดาร: จ้าวแห่งไฟ มังกรยักษ์ที่ซุ่มซ่อนอยู่บนพื้น ดิน] 

เริ่มถ่ายทอดสดแล้ว! 

... 

.. 

ณ.ดาวรกร้าง  

เซียวหยูที่กำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมก็ต้องเบิกตากว้างหลังจากได้รับการแจ้ง เตือน เขาจ้องมองไปยังห้องจอแสงขนาดใหญ่ในห้องประชุม  

สตรีมเมอร์ที่คุณกำลังติดตาม [สตรีมเมอร์เอาตัวรอดในถิ่นทุรกันดาร ลู่ลี่ หราน] ได้ทำการถ่ายทอดสดแล้ว มาเพิ่มความนิยมของเขาสิ! 

คนที่กำลังรายงานผมในห้องประชุมรีบปัดข้อความนั้นทิ้งพร้อมกับพูด ว่า "ขอโทษนะครับ คุณเซียว…" 

"สุดยอด! ในที่สุดพี่ใหญ่ลู่ก็ถ่ายทอดสดแล้ว! ฉันรอคอยมานานแล้ว!"  เซียวหยูรีบพูดขัดคำพูดของชายคนนั้น ก่อนจะตบมือดังอย่างไม่รู้ตัว  

เพื่อนร่วมงาน: 0.0 

"เอ่อ..คุณเซียว โปรดใส่ใจกับเนื้อหาในที่ประชุม" เซียวต้วนกระซิบเตือนพี่ ชายของตัวเอง  

เซียวหยูยับยั้งตัวเอง แต่ในไม่ช้าเขาก็พูดขึ้นว่า "การประชุมประจำสัปดาห์นี้ ได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นอิเล็กทรอนิกส์แต่ละแผนกจะกลับไปทำรายงานสรุปเพื่อสรุป ให้เสร็จสิ้น การประชุมวันนี้จบลงแล้ว" 

"...." เซียวต้วน  

เซียวหยูดึงแขนน้องชายของตัวเองลากออกจากห้องประชุม "รีบหน่อยสิ การถ่ายทอดสดของพี่ใหญ่ลู่เริ่มแล้ว!" 

"พี่ครับ การไล่ตามดวงดาวของพี่ทำให้พี่สูญเสียความทะเยอทะยาน!"  เซียวต้วนพูด  

"หึ! ไร้สาระการลงทุนนี้มีประสิทธิผล การใส่ใจในโอกาสของการลงทุนของ ฉันจะเรียกว่าสูญเสียความทะเยอทะยานได้อย่างไร!" เซียวหยูพูดอย่างมีหลักการจน ทำให้กับเซียวต้วนหาคำมาโต้เถียงไม่ได้  

แต่มันก็เป็นเรื่องจริง นับตั้งแต่การร่วมมือกับลู่ลี่หรานชื่อเสียงและธุรกิจ ของกองการค้าซีอานของพวกเขาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

ไม่ต้องพูดถึง ตอนนี้พวกเขายังมีการร่วมมือออนไลน์กับบริษัทขนาดยักษ์ อย่างลู่กรุ๊ปอีกด้วย! 

สำหรับพันธมิตรลู่กรุ๊ป แม้ว่าจะมีบางอย่างรั่วไหลออกมาจากระหว่างนิ้วของ พวกเขา ก็เพียงพอแล้วสำหรับพวกเขาที่จะได้ยืนหยัดในดาวรกร้าง! 

เซียวต้วนจึงจ้องมองห้องถ่ายทอดสดอย่างใกล้ชิด "คราวนี้พี่ใหญ่ลู่ไปที่ ไหนครับ?" 

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะฉันไม่ได้ติดต่อเขามาเป็นเวลานานแล้ว"  เซียวหยูกระซิบ "ฉันได้ยินมาว่าพี่ใหญ่ลู่และจินเฟยได้เดินทางออกจากดาวรกร้างไป แล้ว แม้ว่าเรือเหาะแม่ของตระกูลลู่จะประจำการอยู่ที่ดาวรกร้าง แต่ฉันคิดว่าเขาคง ไม่อยู่บนดาวดวงนี้แล้ว" 

"ผมก็คิดแบบนี้ระบบนำทางระหว่างดวงดาวก็ได้รับการซ่อมแซมแล้ว ผม คิดว่าพวกเขาไม่ควรอยู่ที่ดาวนรกร้างนี้อีกต่อไป" เซียวต้วนพยักหน้าเล็กน้อย  

"ฉันจะต้องมอบพระกระโดดกำแพงให้พี่ใหญ่ลู่ แต่นะ ทำไมวันนี้ผู้คนถึง ไม่ครึกครื้น" เซียวหยูพึมพำ "หรือเป็นเพราะไม่มีทีเซอร์ทำให้แฟนคลับตัวน้อยๆ อย่างฉันไม่เหลืออยู่แล้ว" 

"....." เซียวต้วน  

[จัดให้พี่ใหญ่ลู่!! ——ปลาเค็มหยูหยูมอบพระกระโดดกำแพง 1 ถ้วย] [——ปลาเค็มหยูหยูมอบพระกระโดดกำแพง 1 ถ้วย] 

[——ปลาเค็มหยูหยูมอบพระกระโดดกำแพง 1 ถ้วย] 

[——ปลาเค็มหยูหยูมอบพระกระโดดกำแพง 1 ถ้วย] 

[——ปลาเค็มหยูหยูมอบพระกระโดดกำแพง 1 ถ้วย] 

[——ปลาเค็มหยูหยูมอบพระกระโดดกำแพง 1 ถ้วย] 

การโจมตีอย่างรวดเร็วถึงห้าครั้งรวด ทำให้เซียวหยูขยับมุมปาก เขาหันไป มองน้องชายของตัวเองที่กำลังโอนเงินเข้าบัญชีแพลตฟอร์มโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไป เลยสักนิด  

"ทุกคนจะต้องเตรียมตัวรับมือกับการกลับมาให้พี่ใหญ่ลู่" เซียวต้วน  ... 

.. 

ทางฝั่งของลู่ลี่หรานไม่ได้แสดงยอดโดเนทอย่างพระกระโดดกำแพง แม้ว่า ห้องถ่ายทอดสดทั้งสองฝั่งจะมีการถ่ายทอดสดพร้อมกันแต่โดเมนผู้ชมของห้องถ่าย ทอดสดยังไม่เชื่อมต่อกัน ซึ่งเทียบเท่ากับการอยู่ในโลกคู่ขนานสองโลกโดยไม่รบ กวนกัน  

[ระบบ: ขอบเขตของการรับรู้ของโฮสต์ในกาแล็กซี KE-158 คือ 0 เมื่อมี การขยับถึง 100 จึงสามารถเปิดระบบโดเมนผู้ชมได้! ทำให้ระบบโดเนทถูกจำกัดอยู่ ที่กาแล็กซี KE-158] 

[ระบบ: อัตราการแลกเปลี่ยนระหว่างการรับรู้และความนิยมคือ 

1:100,000 การแลกเปลี่ยนเฉลี่ยต่อวันของการถ่ายทอดสดในวันนั้นจะถูกคำนวณ โดยอัตโนมัติเชิญเลย โฮสต์!] 

ลู่ลี่หรานเข้าใจได้ในทันทีนี่เหมือนกับกระบวนการอัปเกรดข้ามโดเมน เมื่อ เขาปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้นจึงจะสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันที่ใช้งานร่วม กันได้ 

ไม่ว่าจะมีเงื่อนไขและแรงจูงใจอะไร แต่จุดประสงค์คือเพื่อผลักดันให้เขา เพิ่มความนิยมให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

ส่วนเรื่องความนิยมนั้น เขาเหลือบดูข้อมูลเบื้องหลังปัจจุบัน มีคนดู 800  คน หรือเท่ากับผู้ชมทั้งหมดในกาแล็กซี KE-158 

เขาอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากของตัวเอง 'เขาเหมือนจะเริ่มต้นจากศูนย์ จริงๆ' 

"สวัสดีทุกคน ผมชื่อลู่ลี่หราน เป็นสตรีมเมอร์เอาตัวรอดในถิ่นทุรกันดาร และเป็นนักล่าเงินรางวัล ครั้งหนึ่งผมเคยได้เข้าไปสำรวจป่าดงดิบในดาวรกร้างเพียง ลำพังโดยเอาตัวเองเป็นเวลา 15 วัน ผมยังเคยปีนข้ามธารน้ำแข็งที่สูงที่สุดและภูเขา ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เดินป่าในทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในดาวรกร้าง และเข้าออก หนองน้ำลึกๆ ...และตอนนี้ฉันอยู่ที่หมู่เกาะภูเขาไฟโรแซนน์" 

ในขณะที่ลู่ลี่หรานพูดนั้น นักบินที่นั่งอยู่บนเบาะหน้าก็ยกคิ้วขึ้นด้วยความ ประหลาดใจ ผู้โดยสารของเธอครั้งนี้มีประวัติที่โชกโชน แต่ก็นะ..เขาดูเด็กมาก  

"ภูเขาไฟลูกนี้ปะทุขึ้นมาเมื่อร้อยปีก่อนแล้ว และมีการปะทุมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน" 

"จนถึงตอนนี้ทุกคนจะเห็นลาวาไหลจางๆ ใต้ดินบนหมู่เกาะภูเขาไฟแห่งนี้ ได้จุดสำคัญของการของการปะทุของภูเขาไฟที่ควบแน่นเป็นผลึก มันจึงดึงดูดนัก ล่าเงินรางวัลจำนวนนับไม่ถ้วนให้เสี่ยงอันตรายเพื่อรวบรวมสิ่งเหล่านี้อีกด้วย" 

"แต่อันตรายนี้ก็ถือว่ามีมากกว่าประโยชน์มาก" 

"ในทุกปีจะมีนักล่าเงินล่ารางวัลและนักท่องเที่ยวผู้กล้าหลายหมื่นคนต่าง สมัครใจไปที่ภูเขาไฟโรแซนน์แต่ที่น่าเศร้าก็คือยังมีผู้คนนับร้อยที่ถูกทิ้งให้อยู่บน หมู่เกาะภูเขาไฟแห่งนี้ตลอดกาล" 

"ภายใต้ทัศนียภาพอันสวยงามอันหาได้ยากนี้มีวิกฤตการณ์อันเลวร้ายซ่อน อยู่ การเดินทางครั้งนี้ฉันพกเพียงเครื่องมือพื้นฐาน กระติกน้ำ มีดสั้น และหินเหล็ก ไฟ เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นวิธีหลบหนีจากที่นี่" 

เมื่อนักบินได้ยินคำพูดของลู่ลี่หราน ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย หากใช่ว่าเธอเป็นมืออาชีพแล้ว เธอก็คงเกือบจะเผลอถามคำถามเกี่ยวกับสภาพจิต ใจของอีกฝ่ายออกไป 

เพราะแม้แต่นักล่าเงินรางวัลที่มีพร้อมอุปกรณ์ครบครันและมีประสบการณ์ อัตราการรอดชีวิตที่นี่มีเพียง 20% เท่านั้น ยิ่งถ้ามีเพียงอุปกรณ์พื้นฐานขั้นพื้นฐาน เช่นนี้ด้วยแล้วก็ยิ่ง! 

แน่นอนว่า คำพูดของลู่ลี่หรานก็เหมือนเป็นการปั่นป่วนกระแสของผู้ชม จำนวนมากให้ปะทุเช่นกัน  

[ฮะ? ผมดูแล้ว นี่เป็นสตรีมเมอร์เหรอ? ปากใหญ่เชียวนะ ไม่ยอมเสีย เลือดทันทีหรอกเหรอ?] 

[สงสัยพวกมันมาที่นี่เพื่อหวังเงินชดเชยจากประกันสูงๆ หนีไปซะ! มี สตรีมเมอร์ต้องการสร้างปัญหา!] 

[โอ้พระเจ้า นี่มันยุคอวกาศนะ มีใครมีอุปกรณ์ห่วยๆ แบบนี้บ้าง ฉันทนดู ไม่ได้] 

[ดาวรกร้าง? ดาวรกร้างอยู่ที่ไหน???] 

[ดูเหมือนว่าจะเป็นกาแล็กซีระดับต่ำ…] 

[โอ้พระเจ้า กาแล็กซีล่างทั้งหมดยังอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์นี้หรือเปล่า ฮ่าๆๆๆ] 

[จุ๊ๆ ฉันไม่รู้ว่าดาวเคราะห์ที่สตรีมเมอร์อยู่เดิมเป็นอย่างไร แต่ฉันต้องเตือน คุณว่าเราไม่สามารถอยู่รอดที่นี่ได้ด้วยสิ่งเพียงไม่กี่ชิ้นพวกนี้!] 

[การสำรวจข้อมูลของสตรีมเมอร์นั้นทำได้ดีแต่ฉันเกรงว่าจะยังคงมีความ แตกต่างกันบ้างในการทำความเข้าใจความสามารถของเขา] 

[ผมแนะนำให้สตรีมเมอร์รีบกลับบ้านนะครับ ที่นี่ไม่สนุก] 

ลู่ลี่หรานเมินเฉยกับคำเย้ยหยันที่ปรากฏขึ้นในการโจมตีเป็นระยะๆ ในตอน นี้ที่เขาถ่ายทอดสดในดาวรกร้างครั้งแรก สถานการณ์ก็เกือบจะเหมือนกัน 

ก่อนหน้านี้เขาได้ศึกษาสภาพแวดล้อมทั่วไปและลักษณะภูมิประเทศของ ดาวเคราะห์ดวงนี้โชคดีที่สภาพแวดล้อมของดาวเคราะห์ดวงนี้มีความคล้ายคลึงกับ ดาวรกร้างและดาวโซลโต้มาก จึงไม่มีปัญหาการปรับตัวให้เข้ากับแรงโน้มถ่วง และ ไม่มีการตั้งค่าแปลกๆ ในข้อสันนิษฐานและสมมติฐานต่างๆ เกี่ยวกับกาแล็กซี อารยธรรมขั้นสูง 

ต่างกันก็คือสภาพอากาศที่เลวร้ายและเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่ดาวรกร้าง นอกจาก นั้นก็ไม่ต่างกันมากนัก  

แถมที่ดาวรกร้างยังมีภูเขาไฟ  

เขาเคยไปยังภูเขาไฟที่กำลังคุกรุ่นลูกหนึ่งเพื่อไปเก็บดอกไม้ไฟสามดอกจาก ปากปล่องภูเขาไฟ ราคาของมันมากกว่าหนึ่งล้านเหรียญดวงดาว นั้นก็เพื่อเป็นการ จ่ายค่ารักษาครั้งแรกของลูกหมีน้อย  

ลู่ลี่หรานเคาะไปที่ห้องนักบินพร้อมกับถามว่า "ต้องใช้เวลาลงจอดแต่ ไหน?" 

"ลานลงจอดที่จุดเดินไม่มั่นคงทำให้ลงจอดได้ยาก ตอนนี้ฉันทำเพียงหาจุด ลงจอดที่เหมาะสมเท่านั้น" นักบินสาวตอบ  

เมื่อมองไปยังพื้นที่ด้านล่างได้อย่างชัดเจนผ่านแผงโปร่งใสขนาดใหญ่ในห้องนักบิน ลูกไอน้ำสีขาวพุ่งออกมาจากรูทุกๆ ไม่กี่สิบเมตร และลาวาสีส้มแดงไหลออกมาอย่างเลือนรางในรอยแยกสีเทา เมื่อมองจากที่สูง จะเห็นว่าลาวาดูงดงามและหนาแน่นเป็นพิเศษ 

[ว้าว เป็นเรื่องแปลกที่จะได้เห็นหมู่เกาะภูเขาไฟโรแซนน์ทั้งหมดจากมุมมอง นี้เจ๋งมาก] 

[อย่างน้อยที่สุด ความชัดเจนของสตรีมเมอร์ก็สมควรได้รับการชื่นชม] 

[ฮึ่ย ที่นี่ดูไม่เหมือนที่เครื่องบินจะลงจอดเลยจริงๆ นะ และจะไม่เปลี่ยน แปลงไม่ว่าจะบินนานแค่ไหนก็ตาม] 

[หัวเราะจนตาย เส้นทางการถ่ายทอดสดของสตรีมเมอร์จนสิ้นสุดลงที่ขั้น ตอนการออกจากกระท่อม] 

ลู่ลี่หรานมองสภาพภายนอก หลังจากประเมินคร่าวๆ แล้ว เขาก็พูดกับนัก บินว่า "คุณพบจะมีกระเป๋าโดดร่มไหม? มันยังใช้งานได้เป็นปกติไหม?" 

"คุณจะกระโดดลงไปเหรอ?" นักบินสาวชะงักก่อนจะถามต่อว่า "มันเป็นไป ไม่ได้ไม่มีใครที่จะกระโดดร่มเหนือภูเขาไฟโรแซนน์ได้หรอก!" 

"ที่นี่มีกลุ่มควันที่ปกคลุมภูเขาไฟนั้นหนามาก แถมยังมีกระแสลมที่พัดแรง แปลป่วนจนจับทิศทางไม่ได้ฉันของเตือนว่าหากคุณไม่ใช่กองทัพอากาศที่ได้รับการ ฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ ใครก็ตามที่กระโดดลงไปก็อาจได้รับผลกระทบจากกลุ่ม ควันภูเขาไฟได้และอาจไม่สามารถกางร่มชูชีพได้สำเร็จด้วยซ้ำ" 

"ฉันรู้" ลู่ลี่หรานพยักหน้าเล็กน้อย "ฉันแน่ใจว่าทำได้" 

นักบินสาวสำลัก แต่เมื่อสบกับสายตาแน่วแน่ของลู่ลี่หรานแล้ว เธอก็รู้ได้ว่า ไม่อาจจะเปลี่ยนความตั้งใจของอีกฝ่ายได้จึงทำได้เพียงเม้มปากแน่นแล้วพูด ว่า "ร่มชูชีพอยู่ใต้ที่นั่ง มีการตรวจสอบประจำสามารถใช้ได้ปกติ" 

"ดี" ลู่ลี่หรานพยักหน้า  

[นักบินหญิงได้พูดชัดเจนแล้ว แต่ยังอยากจะโดดอีก?!] 

[คำพูดดีๆ ไม่อาจโน้มน้าวผีบ้าได้มันช่างเลวร้าย] 

[ช่วยด้วย สตรีมเมอร์คนนี้คิดว่าตัวเองจะเก่งได้เท่ากับกองทัพอากาศพิเศษ ของเรารึเปล่า?!] 

[ทนเห็นแบบนี้ไม่ได้หรอก กลัวจะหนาวตั้งแต่ยังไม่ลงจอด] 

เนื่องจากแผนเดิมคือการหาจุดลงจอด แต่ระดับความสูงในปัจจุบันต่ำมาก และไม่เหมาะกับการกระโดดร่ม นักบินจึงพยายามยกเครื่องบินขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างขึ้นสูง ไม่คาดคิดว่าจะมีก้อนเมฆฝนก่อตัวขึ้นบน ท้องฟ้า และดูเหมือนจะมีฟ้าแลบด้วย 

หากเธออยากจะเสี่ยงเข้าไปในเมฆฝนนั้น ไม่ว่าทักษะการขับรถของเธอจะ เก่งแค่ไหน ถึงแม้ว่าเธอจะเข้าไปได้ก็ตาม เธอก็ไม่สามารถกระโดดร่มได้ 

ท่าทีของนักบินสาวเปลี่ยนไป เธอมองไปที่หน้าปัดนาฬิกาด้วยท่าทางที่น่า เกลียด 

"ความสูงปัจจุบันขึ้น 2700 ฟุต" ลู่ลี่หรานหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะหันไป พูดกับเคอจี่ที่อยู่ข้างๆ เขา "ถือว่าเป็นการกระโดดร่มในระดับความสูงต่ำ" 

ซ่อนสปอย 

2700 ฟุต ก็ประ 800 เมตร เราก็ไม่มั่นใจว่าจะคำนวณถูกหรือเปล่ายังไงก็บอกกันได้ นะคะ 

"2700 ฟุต" เคอจี่พยักหน้า "ซึ่งเทียบเท่ากับเวลาเพียงร้อยวินาทีจากจุดเริ่ม ต้นจนถึงจุดลงจอด การเปิดร่มชูชีพและลงจอดที่จุดเดิมซ้ำๆ กันเป็นเรื่องยากมาก" 

"แน่นอนว่าจะต้องควบคุมร่มชูชีพตามความเร็วและทิศทางของลม" ลู่ลี่หรา นพยักหน้าและยอมรับว่า "คำนึงถึงเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นต่างๆ ครั้งนี้ ความยากจะสูงกว่าปกติ" 

การกระโดดร่มทางอากาศเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปสำหรับกองกำลังเคลื่อนที่ เนื่องจากความเร็วในการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและความสามารถในการซ่อนตัวสูง พวกเขาจึงมักต้องกระโดดร่มในระดับความสูงต่ำภายใต้เงื่อนไขที่ซับซ้อนต่างๆ สำหรับลู่ลี่หรานครั้งนี้เป็นเพียงการฝึกตามปกติ  

"แต่เราจะลองดูก็ได้" ลู่ลี่หรานยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยระหว่างนั้นก็มองไป ทางเคอจี่ "คุณคิดยังไง" 

"ผมเชื่อคุณ" เคอจี่พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "ผมจำสถิติการกระโดดร่มใน ระดับความสูงต่ำของคุณได้ไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้จนถึงตอนนี้" 

"นั่นเพราะคุณไม่ได้เข้าร่วมการทดสอบ" ลู่ลี่หรานเลิกคิ้วขึ้น



บทที่ 230 วันที่สองร้อยสามสิบของการกักตุนเงิน เพื่อเลี้ยงลูก 

[เขากระโดดร่มผาดโผนและวิ่งปาร์กัวร์ได้สตรีมเมอร์มีทักษะอะไรอีก บ้าง? รวบรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน!] 


[หืม? เมื่อฟังสตรีมเมอร์พูดแล้ว รู้สึกว่าสตรีมเมอร์รู้เรื่องกระโดดร่มมาก] 

[อะไรทำลายสถิติ?? อยากรู้!] 

[บ้าเอ่ย ความอยากรู้ของฉันถูกกระตุ้นด้วยคำพูดไม่กี่คำของสตรีมเมอร์ มือที่กดออกจากห้องก็ต้องชะงัก!] 

[อยากรู้จังว่าคนข้างสตรีมเมอร์คือใคร หน้าตาก็หล่อด้วย!] 

[อาจจะเป็นช่างภาพ?] 

[ไอ้ช่างภาพเวรเอ๊ย ไม่มีกล้องซะงั้น?] 

[ผมว่าเขาเป็นผู้ช่วยนะ เพราะยังไงซะก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมาถึงจุดนี้ได้โดย ไม่มีทีม] 

[มันสมเหตุสมผล แม้ว่าฉันจะไม่เข้าใจว่าหน้าที่ของพวกเขาคืออะไรก็ตาม] 

ทั้งสองคนสวมร่มชูชีพจากนั้นก็ตรวจสอบความปลอดภัยของกันและกัน หลังจากยืนยันว่ามันปลอดภัยแล้ว ลู่ลี่หรานก็หันไปพูดกับนักบินสาวว่า "คุณเปิด ประตูได้เลย พวกเราพร้อมแล้ว" 

เมื่อได้ยินแบบนั้นนักบินสาวจึงพยักหน้าพร้อมกับเปิดประตูห้องโดยสาร แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยความประหม่ามากกว่าตอนที่เธอเข้ารับการสอบใบ อนุญาตนักบินเองเสียอีก 

เมื่อประตูเปิดออก ทั้งสองก็นั่งลงที่ประตูพร้อมกับถุงร่มชูชีพบนหลัง หลัง จากทั้งคู่สบสายตากัน ลู่ลี่หรานก็ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพูดท้าทายเคอจี่ว่า "เจอกัน บนพื้นนะ" 

เมื่อพูดจบ ลู่ลี่หรานก็ทิ้งตัวดิ่งลงอย่างไม่ลังเล ลูกบอลโดรนบินติดตามลู่ลี่ หรานอย่างรวดเร็ว ทำให้ถ่ายภาพมุมมองผ่านเมฆสีเทาและทุ่งลาวาบนพื้นก็ขยาย ใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วและชัดเจนขึ้น... 

เมื่อสายตามองเห็นพื้นดินได้ชัดเจนขึ้น ลู่ลี่หรานก็กระตุกเชือก กางร่มชูชีพ ได้สำเร็จ! 

ในเวลาไม่กี่ร้อยวินาทีลู่ลี่หรานก็ลงจอดได้อย่างปลอดภัย  

ตามมาติดๆ ก็คือเคอจี่  

[เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย! พวกเขาทำจริงๆ เหรอ!?] 

[เก่งมาก! คุณมีทักษะบางอย่างนะ!] 

[ผมนึกว่าเป็นมือใหม่ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นบอสระดับเต็ม!!] 

[น่าแปลกที่เขาเพิ่งจะพลิกตัวกลางอากาศอย่างกะทันหัน! ฉันคิดว่า สตรีมเมอร์จะตกลงไปในช่องเขา! ไม่คิดว่าเขาจะกลับมาอีก! ฉันไม่เข้าใจการทำงาน นี้เลย!] 

[สุดยอดจริงๆ เหมือนกับดูหนังเลย] 

[ผู้ช่วยตัวสูงคนนั้นก็เจ๋งเหมือนกันนะ! เขาโดดลงมาได้ด้วย!] 

[นั่นหมายความว่าทักษะการกระโดดร่มของทั้งสองคนนี้แทบจะเทียบเท่ากับ ทหารพิเศษของเราเลยใช่ไหม] 

[บางทีเขาอาจจะเป็นนักโดดร่มมืออาชีพที่ฝึกซ้อมแบบนี้เป็นอาชีพก็ได้พวก เขาไม่ได้พูดถึงการทำลายสถิติหรอกเหรอ?] 

[โอ้ใช่] 

[ว้าว ขอแสดงความยินดีที่ลงจอดได้แล้ว!! ภาพยนตร์หลักเริ่มแล้ว!] 

ทั้งสองปลดสายร่มชูชีพก่อนจะพับเก็บ ลู่ลี่หรานพับร่มชูชีพขนาดใหญ่จน นั้นก็ผูกไว้ข้างหลัง เขามองไปที่โดรนและอธิบายว่า  

"ในป่า สิ่งเหล่านี้เป็นวัสดุและเครื่องมือสำเร็จรูป ดังนั้นอย่าทิ้งมันไป เปล่าๆ เชือกร่มชูชีพสามารถรับน้ำหนักได้ดีสามารถดัดแปลงไปใช้ในลักษณะที่คาด ไม่ถึง นอกจากนี้ร่มชูชีพยังสามารถใช้ได้ในสถานที่ต่างๆ มากมาย" 

ลู่ลี่หรานกวาดสายตามองรอบตัว หมู่เกาะภูเขาไฟโรแซนน์ครอบคลุมพื้นที่ หลายพันตารางกิโลเมตร เมื่อมองดูเพียงแวบเดียว พวกมันก็ดูเหมือนกันหมด—— 

หินสีเทาสลับสีดำในที่รกร้างห่างไกล ไร้ชีวิตชีวา ได้กระจายอยู่ทั่วไป มีรูป ร่างแปลกตาและแหลมคม พื้นที่เปิดโล่งแทบไม่มีความสูง เนื่องจากอิทธิพลของ เมฆฝน ดวงอาทิตย์เหนือศีรษะจึงไม่สามารถส่องผ่านเมฆหนาได้จึงไม่สามารถ ระยะไกลได้มากนัก  

"ฉันจะปีนขึ้นไปให้ถึงปลายทางก่อน" ลู่ลี่หรานชี้ไปที่เนินที่อยู่ไกลๆ "ดู เหมือนว่าตรงนั้นจะเป็นปล่องภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิท พื้นที่สูง อาจชี้ทางให้เราไปยัง เส้นทางชั่วคราวได้" 

[ไม่รู้จะพูดอะไร แต่มองจากบุคคลที่หนึ่งแล้วก็ให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ!] [แน่นอน ฉันเริ่มจะตกใจแล้ว] 

[ถ้าเป็นฉัน ฉันคงไม่รู้ว่าจะไปไหน] 

[ถนนอยู่ทางไหนคะ เดินบนหินพวกนี้ได้ไหมคะ??] 

[แล้วถ้าจะปูพื้นซีเมนต์ละครับ?] 

[เฮ้ย เดินบนหินแบบนี้ได้ไงวะ ถ้าล้มหรือสะดุดขาหักแน่!] 

[ไม่มีอะไรจะทำได้หรอก นี่เป็นภูเขาไฟ ไม่ใช่ดินแดนของโลกมนุษย์] 

ลู่ลี่หรานเดินด้วยความระวังไปยังเนินที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร หินภู เขาไฟที่ขรุขระเหล่านี้มีความคมมาก ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้มันอาจจะถล่มได้ ตลอดเวลา  

ระยะทางเพียงเจ็ดถึงแปดร้อยเมตรแต่กลับใช้เวลาเดินถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม 

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือในระหว่างการเดินทางที่น่าเบื่อตลอดหนึ่งชั่วโมงนี้ จำนวนผู้เข้าชมในห้องถ่ายทอดสดของเขาไม่ได้ลดลงเลย แต่กลับกันมันกลับเพิ่ม จำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

[พูดจริงๆ ก็คือ ฉันกำลังรอให้สตรีมเมอร์ตกลงมา] 

[ที่จริงฉันก็กำลังรอเหมือนกันนะ…] 

[ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องไม่ดีแต่ฉันก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน] 

[ผมเชื่อว่าพี่น้องที่ดูการถ่ายทอดสดครั้งนี้มีความคิดแบบเดียวกัน(หัว หมา)] 

ในเวลา 1 ชั่วโมง จำนวนผู้คนเพิ่มขึ้นจากไม่ถึงหนึ่งพันคนเป็นห้าพันคน 

ลู่ลี่หรานไม่รู้ว่าในตอนนี้ห้องถ่ายทอดสดของเขาถูกติดป้าย ‘ 

สตรีมเมอร์หน้าใหม่‘ บนแพลตฟอร์ม ห้องถ่ายทอดสดที่เพิ่งลงทะเบียนมีโอกาสที่ จะได้การติดป้ายประจำสัปดาห์ตามปริมาณการเล่นออนไลน์ของพวกเขา 

ปัจจุบันช่องของลู่ลี่หรานอยู่อันดับท้ายๆ ของรายการ แต่เขาก็ยังมีช่องทาง ในการเปิดเผยตัวเอง 

ลู่ลี่หรานได้ปีนขึ้นไปบนเนินเขาซึ่งอยู่ห่างจากปากปล่องภูเขาไฟประมาณห้า สิบหรือหกสิบเมตร เขาสูดหายใจเข้าแล้วพูดว่า 

“ให้พูดตามตรง ความรู้สึกที่ได้มองลงไปจากเครื่องบินนั้นแตกต่างจากภูมิ ทัศน์ที่ผมเห็นในตอนนี้มาก” 

“เมื่อมองดีๆ จะรู้สึกถึงความน่าเกรงขามและความวิตกกังวลในใจ ทุก อย่างที่นี่เหมือนกันไปหมดจนทำให้หลงทางได้ง่าย ดวงอาทิตย์ที่เป็นจุดที่สามารถ กำหนดทิศทางก็ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากสภาพอากาศ” 

ลู่ลี่หรานฉี่ไปบนก้อนหินที่เท้าเขาเหยียบพร้อมกับพูดต่อว่า “ก้อนหินเหล่านี้ คือสิ่งกีดขวางที่ทำให้ความเร็วช้าลง อุบัติเหตุส่วนใหญ่บนภูเขาไฟเกิดจากการสะดุด และลื่นไถล ส่งผลให้สูญเสียการเคลื่อนไหวและการทรงตัว” 

“แม้พวกมันจะดูเป็นลูกกลมกลม แต่มันมีความคมที่สามารถตัดและเฉือน เข้ากับเนื้อของเรา” 

เมื่อพอจบลู่ลี่หรานก็ปีนขึ้นไปบนปล่องภูเขาไฟ  

หากมองจากระยะไกลและมองไปรอบตัว ภาพแรกที่เห็นสีเทาสลับดำไม่มี อะไรเป็นพิเศษ 

[นี่มันน่าเขินนะ…] 

[หลังจากปีนอยู่นานเขาก็เห็นสิ่งนี้…เขาคงเสียสติไปแล้วใช่มั้ย] 

[นี่มันต่างจากที่ฉันคิดไว้เลยนะ] 

[อ๋อ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะไม่มาที่นี่ล่วงหน้าเหรอ? ไม่คิดว่าจะมาที่นี่เลยนะ!] 

“ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด แม้ผมจะปีนปีนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแห่ง เดียวในบริเวณใกล้เคียงนี้แล้ว แต่ถ้าทัศนียภาพที่ผมเห็นจากมุมสูงก็ไม่ได้แตกต่าง กันมากนัก” ลู่ลี่หรานมองรอบตัวอีกครั้งพร้อมพูดด้วยทุ้มลึก “อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ ว่าเราจะไม่มีทาง” 

“จุดตรงนี้สร้างอยู่ในเขตลมตะวันตกที่พัดแรง ผมจะใช้ทิศทางลมกำหนด เส้นทางแบบง่ายๆ” แล้วระหว่างที่พูด ลู่ลี่หรานก็ใช้มีดสั้นตัดพื้นผ้าของร่มชูชีพออก เป็นชิ้นเล็กๆ 

มีดเล่มนี้เขาได้มาจากถ้ำใต้ดินของหนองน้ำบึงผีเพราะว่าในคราวนี้เค้าไม่ ได้พกดาบไคซานมาด้วย ประการแรก เนื่องจากในภูมิประเทศภูเขาไฟ ดาบไคซาน จึงไม่ได้จำเป็นให้ใช้งานบ่อย 

ประการที่สองเพราะว่ามันสะดุดตาเกินไป เขาจำเป็นต้องเดินทางมายังใน ดาวเคราะห์ที่ไม่รู้จัก ด้วยรูปลักษณ์ของมันจะทำให้ดูสะดุดตาและดูก้าวร้าวอย่าง มาก  

ลู่ลี่หรานได้นำเศษผ้าชิ้นเล็กที่ตัดมาจากร่มชูชีพมาผูกไว้กับด้ามมีดสั้น ก่อน จะเสียบใบมีดลงไปในซอกหินข้างหน้าเขา 

ชิ้นผ้าได้ห้อยลงตามแรงโน้มถ่วง จากนั้นลู่ลี่หรานก็เดินไปด้านข้างเพื่อ หลีกเลี่ยงการขวางกั้นกระแสลมที่พัด 

ไม่นาน เศษผ้าจากร่มชูชีพก็ถูกผลัดขึ้นอีกครั้งด้วยกระแสลมทำให้สามารถ มองเห็นทิศทางลม  

“ทิศทางลมที่ทิศตะวันตก ดังนั้นผมจะยึดทิศนี้เป็นทิศตะวันออกของภูเขา ไฟ พื้นที่นี้จะมีกระแสลมและความชื้น นี่เป็นเส้นทางหลักในการออกจากภูเขาไฟลูก นี้” ลู่ลี่หรานยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ใครสังเกต เขาดึงซอกหินและเหน็บเข้า ที่ข้างเอว 

“พื้นที่ใกล้เคียงจะมีกระท่อมของเจ้าหน้าที่กระจายอยู่ทั่วผืนป่า หากเราพบ ว่าทอมเหล่านี้ก็สามารถขอความช่วยเหลือได้แต่หากไม่พบเราก็สามารถยึดพื้นป่าซึ่ง มีขนาดไม่ใหญ่เกินไปเตือนไปยังถนนหลักที่มีการจราจรหนาแน่น เงินจึงเป็นอีกทาง เลือกหนึ่งเพื่อพอความช่วยเหลือได้สำเร็จ” 

หลังจากที่ลู่ลี่หรานกำหนดเส้นทางได้เรียบร้อย เขาก็รีบปีนลงจากปล่องภู เขาไฟไปยังทิศทางเป้าหมายที่เขากำหนด 

[6666 สตรีมเมอร์มีตรรกะที่ชัดเจนและคิดอย่างรอบคอบ แต่รู้สึกเหมือนว่า อาจมีบางอย่างผิดปกติ] 

[ย่อตัวลง แล้วดูว่าสตรีมเมอร์สามารถไปได้ไกลแค่ไหน] 

[เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นการถ่ายทอดสดแบบนี้น่าสนใจมาก ผมกดติดตาม แค่คลิกเดียว!] 

หลังจากออกเดินมาเกือบสามชั่วโมง ทิวทัศน์จากเดิมที่เป็นทุ่งลาวาก็เปลี่ยน ไปอย่างกะทันหัน 

แม้ว่าจะมีก้อนหินสีเทาสลับดำกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป แต่ก็มีรอยแตกร้าว บางส่วนบนพื้นผิวแถมยังมีก๊าซพวยพุ่งออกมาจากรอยแตกร้าวเหล่านั้นอีกด้วย ทำ ให้อากาศรอบตัวมีกลิ่นฉุนเล็กน้อย 

ลู่ลี่หรานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาสั่งลูกบอลโดรนให้โฟกัสไปที่การถ่ายภาพ ระยะใกล้ของช่องว่างบนพื้น ทำให้เขาเห็นกลุ่มก๊าซระเหยอย่างต่อเนื่องได้รางๆ 

“เห็นมันไหม” ลู่ลี่หรานกระซิบด้วยใบหน้าจริงจัง เพราะภาพที่เขาเห็นก็คือ กลุ่มก๊าซที่มีอยู่ทุกที่ แถมบางจุดก็มีกลุ่มควันสีขาวหลายกลุ่มอยู่ไม่ไกล 

โดยไม่พูดอะไรต่อ เขาคลายเชือกออก ถอดเสื้อคลุมของเขาออก จากนั้นก็ ถอดเสื้อชั้นในก่อนจะสวมเสื้อคลุมกลับคืนเหมือนเดิม 

“องค์ประกอบส่วนใหญ่ของก๊าซภูเขาไฟเหล่านี้คือซัลเฟอร์ไดออกไซด์และ การที่เรามองเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้นก็แปลว่ามันมีจำนวนเข้มข้นมาก ซึ่งพิสูจน์ได้ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เรายืนอยู่เหนือแผ่นลาวาที่กำลังไหลโดยตรง” ในระหว่างที่ พูด ลู่ลี่หรานก็ใช้เสื้อชั้นในพักปิดใบหน้าของตัวเองจนเหลือเพียงดวงตาเท่านั้น 

จังหวะการพูดของเขาเร็วขึ้นเรื่อยๆ “ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นพิษต่อร่าง กายมนุษย์การสูดดมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการ บวมน้ำในปอด อาการบวมน้ำที่กล่องเสียง อาการกระตุกของเส้นเสียง และอาจทำ ให้เกิดภาวะขาดอากาศหายใจและไฟไหม้ได้ในกรณีที่รุนแรง ดังนั้น ฉันจึงจำเป็น ต้องใช้เสื้อชั้นในเป็นหน้ากากเพื่อลดการสูดดมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์” 

ลู่ลี่หรานหันไปมองเคอจี่ ก็พบว่าอีกฝ่ายทำเช่นเดียวกันกับตัวเอง 

หลังจากทั้งคู่แลกเปลี่ยนสายกัน พวกเขาก็เริ่มวิ่งเร็วขึ้น "ความเข้มข้น ของซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในบริเวณนี้สูงเกินไป เราควรเร่งความเร็วผ่านไปดีกว่า" 

ทั้งสองแทบจะวิ่งเคียงข้างกัน จนเกิดรูปแบบเกิดรูปแบบที่สอดประสานกัน จนน่าทึ่ง 

แม้ว่าทุ่งลาวาแห่งนี้จะมีพื้นดินที่ราบเรียบกว่าจุดที่พวกเขาเดินผ่านมา แต่ก็ ยังมีบางส่วนที่เป็นหินแหลมคมอยู่มากมายแต่ก็น่าแปลกที่พวกเขาวิ่งอยู่บนพื้นดินที่ ราบเรียบ! 

[มันเร็วเกินไป ฉันมองไม่ทัน!] 

[โอ้โห เส้นทางปาร์กัวร์ที่คนธรรมดาทั่วไปสามารถวิ่งได้นี่มันคืออะไร กัน!?] 

[นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นคนเล่นปาร์กัวร์บนทุ่งลาวาภูเขาไฟ…] 

[เจ๋ง! สงสัยว่าเขาาจะติดสปริงอะไรบางอย่างไว้บนตัว ทำไมมันถึงได้เบา ขนาดนั้น!! แม้แต่ฉันก็คิดว่าตัวเองทำได้] 

[ข้างบนตื่นเถอะขาจะหักแน่ถ้าวิ่งแบบนั้น] 

[ว้าว! มันเจ๋งและน่าตื่นเต้นมาก!! ทำไมไม่มีใครให้รางวัลเขา! นี่มันใจดำ มาก! —— กองทหารที่แอบเข้ามา มอบตั๋วแลกเปลี่ยน 1 ใบ] 

[งุนงง อ๊ากกกกก ลืม!!! จัดไปเลย!!——บอสใหญ่  มอบตั๋วแลกเปลี่ยน 1  ใบ] 

ในไม่ช้าทั้งลู่ลี่หรานและเคอจี่ก็วิ่งออกจากทุ่งลาวาที่มีก๊าซภูเขาไฟพวยพุ่ง  

ทั้งสองถอดหน้ากากออกตามมาด้วยเสียงหอบหายใจแรง ลู่ลี่หรานก็พูดว่า “ให้พูดตามตรง มันยากเกินไปที่จะหายใจภายใต้หน้ากาก ทำให้วิ่งได้ไม่ไกลมาก นัก แต่ก็ถือว่าโชคดีที่พื้นไม่กว้างมาก” 

ลู่ลี่หรานยืนพักเพื่อปรับจังหวะการหายใจ ก่อนจะมองไปทางห้องแชท  

เขาสังเกตเห็นว่าโดเนทของแพลตฟอร์มถ่ายทอดสดที่นี่ดูเหมือนจะเป็นตั๋ว แลกเปลี่ยน ซึ่งมันทำให้เขาสะดวกสบาย เขามีสิ่งที่อยากได้มากมาย บางทีหลังจาก จบการถ่ายทอดสด เขาอาจจะซื้อเพื่อนำกลับไปที่ดาวโซลโต้ 

[อ๋อ? วิ่งไปนานเท่าไรแล้วเนี่ย เกินสิบนาทีแล้วนะ! ถ้าเป็นการวิ่ง ปาร์กัวร์ปกตินายจะวิ่งได้นานเท่าไรเนี่ย?!] 

[เฮ้ย! ทำไมสตรีมเมอร์วิ่งได้เร็วขนาดนี้แต่ตอนปีนภูเขาไฟถึงใช้เวลา นาน...ถ้าเขาวิ่งปาร์กัวร์ตั้งแต่แรก เขาก็ถึงนานแล้ว!] 

[ใช่ ใช่ ทำไมต้องเดิน ในเมื่อคุณสามารถวิ่งได้] 

ลู่ลี่หรานเห็นคำถามในห้องแชท เขาจึงตอบว่า "เพราะการวิ่งระยะสั้นใช้พลัง งานเป็นสองเท่ากับการเดินขนานกับก่อนหน้านี้" 

"ในสถานการณ์แบบนี้จำเป็นจะต้องเก็บแรงไว้และหลีกเลี่ยงการทำสิ่งที่ เปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายก่อนหน้าได้บีบบังคับให้ พวกเราต้องออกจากพื้นที่นั้นโดยเร็วที่สุด" 

[อ๋อ เหตุผลเป็นแบบนี้เอง เขาไม่ต้องการโชว์ฝีมือ แต่เมื่อเขาลงมือทำ เราก็ จะต้องเชื่อใช่ไหมล่ะ] 

[ฟังสตรีมเมอร์อธิบายอย่างใจเย็นและมีเหตุผล…ฉันรู้สึกว่ามันยอดเยี่ยมยิ่ง ขึ้นจริง ๆ เหรอ?] 

[เขากระโดดร่มผาดโผนและวิ่งปาร์กัวร์ได้สตรีมเมอร์มีทักษะอะไรอีกบ้าง? รวบรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน! ——ผู้ชมหมายเลขหนึ่ง มอบตั๋วแลกเปลี่ยน 1 ใบ] 

[น่าสนใจ สตรีมเมอร์ดาวระดับล่างทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ?]



บทที่ 231 วันที่สองร้อยสามสิบเอ็ดของการกักตุนเงินเพื่อเลี้ยงลูก 

[อ๋อ นี่มันรั่วตอนบอกว่ากันฝนอยู่นะ ปากของสตรีมเมอร์ศักดิ์สิทธิ์มาก] 

หลังจากผ่านทุ่งลาวาที่เต็มไปด้วยก๊าซภูเขาไฟแล้ว ลู่ลี่หรานและเคอจี่ก็เดินมาถึงส่วนที่เป็นพื้นดินที่แข็งพอสมควร มีพุ่มไม้สีเขียวอมเหลืองเล็กๆ อยู่ในช่องว่างๆ ระหว่างพื้นดิน ซึ่งบ่งบอกว่า บริเวณนี้ตั้งอยู่ห่างจากลาวาที่กำลังไหลพอสมควร 

เมื่อเดินต่อไป ก็มีพุ่มไม้เล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่องว่างของ พื้นดิน พวกเขายังเห็นต้นไม้เกาโชที่เติบโตได้ในความแห้งแล้งและความร้อนเป็น บางครั้งบางคราว ต้นไม้ต้นนี้สูงเพียงหนึ่งเมตรเศษเท่านั้น แต่หายากที่จะพบเจอใน ดินแดนภูเขาไฟแห่งนี้ 

ลู่ลี่หรานชี้ไปยังต้นไม้ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นก่อนจะพูดกับคนในห้องถ่ายทอด สดว่า “พวกนี้ล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเรากำลังไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว” 

"แต่มีสถานการณ์เร่งด่วนกว่า" ลู่ลี่หรานเปลี่ยนเรื่อง จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่ก้อน เมฆบนท้องฟ้า "เห็นเมฆพวกนั้นไหม" 

[เข้าใจแล้ว ฉันเข้าใจแล้ว ทำไมวันนี้ท้องฟ้าที่ภูเขาไฟโรแซนน์ดูดีจัง] 

[เป็นกลุ่มก้อน เหมือนกับว่า… เอ่อ อธิบายไม่ถูก] 

"เหมือนกับจุดเกล็ดปลา" ลู่ลี่หรานพูด


[ใช่ๆ เหมือนเกล็ดปลาเลยจริงๆ นะ!] 

[มันหนาแน่นมาก] 

ลู่ลี่หรานมองรอบตัวราวกับมองหาอะไรบางอย่าง "เมื่อก้อนเมฆกระจายตัว แบบนี้แสดงว่าในพื้นที่นี้จะมีฝนตกหนัก เราจะต้องหาที่หลบฝนโดยเร็วที่สุด" 

[หา?? แค่ดูก้อนเมฆก็รู้ว่าฝนตกเหรอ?? ไม่เชื่อหรอก] 

[ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกัน ถ้ามันง่ายขนาดนั้นแล้วจะมีสถานีตรวจอากาศไป เพื่ออะไร] 

[ฉันเห็นด้วย สถานีตรวจอากาศยังไม่มีประกาศเรื่องฝนสักนิด] 

[ถ้าฝนไม่ตกสตรีมเมอร์คงอาย] 

ลู่ลี่หรานไม่สนใจกับการโจมตีในห้องแชท เขาขยับริมฝีปาก "ในฐานะนักล่า เงินรางวัลที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่ามาตลอดทั้งปีส่วนใหญ่แล้วก็สังเกตสัญญาณเตือนจาก ธรรมชาติเพื่อคำนวณสภาพอากาศในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าได้นี่คือทักษะเอาตัว รอดพื้นฐาน แน่นอนว่ามันไม่ได้แม่นยำเสมอไป" 

การโจมตีก็เต็มไปด้วยทิศทางเดียวกัน  

[สตรีมเมอร์หาวิธีลงให้กับตัวเองได้...] 

[สตรีมเมอร์วางรากฐานกับความไม่แม่นยำของตัวเอง..] 

[สตรีมเมอร์กำลังตื่นตระหนก...] 

ในขณะที่ลู่ลี่หรานเดินต่อไป บทสนทนาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน "แต่จน ถึงตอนนี้การคาดเดาของฉันแม่นยำเสมอ ดังนั้นจึงควรเชื่อดีกว่า" 

"เนื่องจากสภาพแวดล้อมมีจำกัดที่พักที่เหมาะสมคือถ้ำ แต่ถ้าที่พักไม่ได้ก็ ต้องสร้างที่พักพิงนั้นเอง" ลู่ลี่หรานหรี่ตาลง "ฉันหวังว่าฉันจะโชคดีพอ" 

[เหี้ย ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ สตรีมเมอร์จะยิงตอบโต้กลับมาวะ อวดดีวะ ชอบ เลย!] 

[+1 บ้าเอ่ย ฉันโดนหลอก ——ผู้ชายตัวใหญ่ มอบตั๋วแลกเปลี่ยน 1 ใบ] ... 

.. 

[เกิดอะไรขึ้น?] 

[ดูเหมือนสตรีมเมอร์จะค้นพบอะไรดีๆ] 

[สตรีมเมอร์: ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าวิ่งถ้าคุณทำได้] 

"ดูนี่สิ! นี่คือถ้ำธรรมชาติที่สมบูรณ์!!" ลู่ลี่หรานชี้ไปที่กองหินเตี้ยๆ ด้วยใบ หน้าพึงพอใจ  

มีหินขนาดใหญ่หลายก้อน อาจเป็นเพราะเปลือกโลกยกตัวขึ้น พวกมันจึง ซ้อนกันจนกลายเป็นถ้ำเล็กๆ ที่มีความกว้างประมาณสามคนนอนเหยียดยาว มัน คล้ายกับเตียงสำเร็จรูป  

"ปกติแล้วแมลงและงูมักชอบอยู่ในที่อับชื้นแบบนี้ดังนั้นจะต้องมั่นใจว่าไม่ มีสัตว์พวกนี้ก่อนจะเข้าไป" ลู่ลี่หรานพูดเตือน  

เขาสำรวจไปรอบๆ ก่อนจะหยิบหญ้าในรอยแยกบนพื้นดินขึ้นมา จากนั้นก็ หันไปหยิบกิ่งไม้จากพื้นขึ้นมาสองสามท่อน ก่อนจะเดินย้อนกลับมาจุดไฟด้วยหิน เหล็กไฟ 

"หญ้าหัวใจเปลวเพลิงชนิดนี้มักพบได้ตามทั่วไปบริเวณภูเขาไฟ ตราบใดที่ หญ้าชนิดนี้ไม่ได้อยู่ใกล้ลาวาที่กำลังไหลมันก็สามารถเติบโตขึ้นได้" 

"หญ้าชนิดนี้จุดไฟติดง่ายและมีควันจำนวนมาก จึงใช้ที่จะรมควันในถ้ำนี้ได้ พอดี" ในขณะที่พูด ลู่ลี่หรานก็ทำไม้ควันแห้งมัดหนึ่งอย่างง่ายๆ เสร็จเรียบร้อย แล้ว 

เปลวไฟติดอยู่เพียงสิบวินาทีก่อนจะดับลง เหลือเพียงประกายไฟระยิบ ระยับในกองหญ้า 

และตามที่เขาพูด หญ้าหัวใจเปลวเพลิงชนิดนี้มีควันเยอะ เพราะในชั่วพริบ ตา กลุ่มควันสีขาวขนาดใหญ่ก็ลอยเข้าไปในถ้ำ  

หลังจากผ่านไปไม่กี่นาทีลู่ลี่หรานก็เห็นบางสิ่งคลานออกมาจากในถ้ำ  

เขาดึงมีดสั้นออกมาแทงแมงมุมสีดำตัวเล็กที่คลานออกมาอย่างรวดเร็ว ขนาดของมันเพียงครึ่งฝ่ามือ หลังจากถูกลู่ลี่หรานแทงมันก็นิ่งสนิททันที  

[เฮ้ยยย ทักษะการใช้มีดของสตรีมเมอร์ดีชะมัด] 

[แม่เจ้า มีแมงมุมจริงๆ ฉันขนลุกเลย!] 

"ถือว่าโชคดีที่ผมได้เจอมัน แมงมุมชนิดนี้มีชื่อว่าแมงมุมนิกเกิล-โครเมียม มันไม่มีพิษร้ายแรง แต่ถูกกัดจะรู้สึกเจ็บเหมือนกับถูกเหล็กร้อนทิ่ม ซึ่งความแสบ ร้อนนี้กินเวลายาวนานถึงสามสิบนาที" ลู่ลี่หรานพูดระหว่างยกซากแมงมุมขึ้น  

ลู่ลี่หรานไม่เพียงทิ้งแมงมุมไป แต่เขายังตัดต่อมพิษของแมงมุมออก "ต่อม พิษของแมงมุมมักจะซ่อนอยู่ในช่องอก ตราบใดที่เอาส่วนนี้ออก คุณก็สามารถกิน มันได้" 

ลูกบอลโดรนสามารถเก็บภาพแมงมุมที่ตายอย่างน่าเศร้าได้อย่างใกล้ชิด แถมยังมองเห็นขนเล็กๆ บนขาของมันอีกด้วย 

"โปรตีนของมันเทียบเท่ากับเนื้อวัว แม้ว่ารสชาติของมันจะไม่อร่อยเท่า แต่ ในพื้นที่รกร้างที่มีอาหารขาดแคลน โปรตีนชนิดนี้สามารถช่วยเสริมพลังงานได้ชั่ว คราว" 

ลู่ลี่หรานหันไปถามเคอจี่ "คุณจะกินก่อนไหม? หรือว่าจะรอรอบหน้าครับ" 

นี่เป็นปัญหาร้ายแรงสำหรับคู่รักของเขาจริงๆ ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่า 'รอบหน้า'  จะน่ากลัวหรืออร่อยกว่ากัน  

ไม่แน่ใจว่าลู่ลี่หรานเห็นความลังเลบนสีหน้าของเคอจี่ เขาจึงยกคิ้วขึ้น "ลืม ไปก่อนเถอะ ตัวนี้เล็กผมไม่ให้คุณหรอก" 

สีหน้าของเคอจี่ไม่ได้โล่งใจเลยสักนิด  

ลู่ลี่หรานโยนแมงมุมที่ผ่านการแปรรูปแล้วโยนเข้าปาก ข้อต่อที่มีหนาม แหลมเกี่ยวที่มุมริมฝีปากของลู่ลี่หรานเล็กน้อย เขาจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับใช้ มือช่วย  

ฟังก์ชันของลูกบอลโดรนเก็บเสียงได้ทุกเม็ด จึงบันทึกเสียงเคี้ยวของลู่ลี่ หรานได้อย่างชัดเจน  

"กรุบ กรุบ..." เหมือนเสียงเปลือกที่แข็งเป็นพิเศษ และมีความเหนียวเล็ก น้อย  

[เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย!! สตรีมเมอร์กินแมงมุม!?] 

[หลังจากสตรีมเมอร์พูดเรื่องโปรตีนมันก็เหมือนจะคลุมเครือ แต่ไม่คิดว่า เขาจะกินมันดิบๆ ได้!! ทำไมไม่ย่างไฟก่อนล่ะ!] 

[พูดก็ง่ายไป กองไฟจะจุดติดได้ในพริบตางั้นเหรอ? แม้แต่ในที่แบบนี้ก็ก่อ ไฟไม่ได้] 

[อ๊ากกก! สตรีมเมอร์แข็งแกร่งจริงๆ เขากินแมงมุมตัวร้ายได้ทั้งตัวโดยสี หน้าไม่กะพริบเลย!] 

[เสียงเคี้ยวยังกรอบเลย!] 

[โอ้พระเจ้า! คนจากกาแล็กซีระดับล่างนี่หยาบคายจริงๆ พวกเขากินแมลง ด้วย!] 

[คนป่าเถื่อนจริงๆ] 

[แต่ที่สตรีมเมอร์พูดมามันก็จริง โดยเฉพาะที่สตรีมเมอร์ตัดหัวแมงมุม ออก เพราะปรสิตส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ตรงส่วนนี้แต่ถ้ากินแบบนี้ก็ไม่น่าจะมี ปัญหา เพราะมันยังเป็นอาหารเสริมอีกด้วย] 

[แต่คนทั่วไปก็ไม่อาจยอมรับได้] 

[ดีกว่าที่จะพูดว่าผู้ที่ยอมรับได้คือบุคคลพิเศษ] 

[รสชาติเป็นยังไงก็ไม่รู้…] 

ลู่ลี่หรานไม่ได้บรรยายรสชาติของมัน แต่รสชาติของแมงมุมที่เขากินก็ 

เหมือนที่เคยกินมาก่อน ไม่ได้ดีกว่ากันมากนัก  

หลังจากที่เขากินแมงมุมตัวน้อยเสร็จแล้ว เขาก็หันไปจัดการทำความสะอาด สถานที่ที่พวกเขานอนคืนนี้ 

หลังจากแน่ใจว่าคืนนี้จะไม่มีแขกรับเชิญ ลู่ลี่หรานก็นอนในถ้ำอย่างมั่นใจ  

"ขนาดและความกว้างของถ้ำกำลังพอดี" ลู่ลี่หรานหรี่ตาลงอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็ชี้ไปที่ยอดหินที่อยู่ห่างจากหัวของเขาเพียงช่วงแขน "หินก้อนใหญ่ที่ทับซ้อน กันพวกนี้สามารถกันฝนได้เกือบหมด ตราบใดที่ฝนไม่ตกหนัก ผมเชื่อว่าคืนนี้เรา จะนอนหลับได้สบาย" 

"แต่ก่อนจะนอนอย่างสงบสุขในคืนนี้ฉันจะต้องเตรียมบางอย่างก่อน" จาก นั้นลู่ลี่หรานก็คลานออกมา "แม้ว่าที่นี่จะเป็นบริเวณภูเขาไฟ แต่ในเวลากลางคืน อุณหภูมิอาจลดลงต่ำกว่า 10 องศา อีกทั้งมีโอกาสที่ฝนจะตก ผมจะต้องทำให้ร่าง กายอบอุ่นให้ได้มากที่สุด" 

ขณะที่พูด เขาก็เดินเก็บหญ้าหัวใจเปลวเพลิงจำนวนมากในมือ  

"เนื่องจากผมขาดเชื้อเพลิงและอาจจะมีฝนตก ความเป็นไปได้ที่จะก่อกอง ไฟนั้นแทบจะยาก" ลู่ลี่หรานพูด "หากว่าก่อกองไฟเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นไม่ได้วิธีที่ จะทำให้ร่างกายอบอุ่นที่สุดก็ยัดหญ้าแห้งพวกนี้ไว้ในเสื้อผ้า" 

"หญ้าแห้งพวกนี้มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนที่ดีมาก แถมยัง 

สามารถป้องกันความร้อนในร่างกายไม่ให้รั่วไหลออกไปได้" ลู่ลี่หรานยัดหญ้าแห้ง ทั้งหมดใส่ในช่องว่างรอบตัวเขาอย่างไม่เป็นระเบียบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เพียงพอ 

หากเงื่อนไขเอื้ออำนวย เขาอยากจะนำหญ้าแห้งไปโรยบนชั้นหิน แต่ตอนนี้ เขาทำได้เพียงคิดเรื่องนั้นเท่านั้น 

ทันใดนั้น ก็มีแสงประกายวาบบนท้องฟ้าราวกับว่ามันจะแตกออกเป็น 

เสี่ยงๆ ประกายจำนวนมากนับไม่ถ้วนแตกกระจายออกไป ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้อง ที่ดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า 

ลู่ลี่หรานหยุดชะงัก จากนั้นหันหลังเดินกลับไปอย่างรวดเร็ว 

"ฝนจะตกแล้ว!" 

คนทั้งสองเดินกลับไปที่ถ้ำ จากนั้นก็ปรับท่าทางได้หยดน้ำฝนขนาดเท่าหัว แม่มือก็ตกลงสู่พื้นหน้าทางเข้าถ้ำของพวกเขา 

ชั่วพริบตา เสียงฝนที่ดัง 'กรอบแกรบ' เหมือนกับเสียงลูกแก้วที่กระทบ พื้น! 

แค่นั้นก็มั่นใจได้เลยว่าฝนตก! 

[พระเจ้า เขาพูดถูกจริงๆ เหรอเนี่ย?!] 

[เฮ้ย! สตรีมเมอร์แม่นกว่าสถานีตรวจอากาศอีกเหรอวะ???] 

[โอ้พระเจ้า…นี่คงจะเป็นสัญชาตญาณสุดยอดจากกาแล็กซีชั้นล่างสินะ!] 

[อ้าว สถานีตรวจอากาศเพิ่งออกประกาศแจ้งฝนว่าจะมีฝนตกหนักระยะสั้น เฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือของภูเขาไฟโรแซนน์!] 

[การแจ้งเตือนย้อนหลังแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร] 

[สิ่งหนึ่งที่ต้องบอกก็คือ เป็นเรื่องยากจริงๆ ที่จะคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน ในระยะสั้นในพื้นที่ท้องถิ่นเช่นนี้มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่สถานีตรวจอากาศจะคาด การณ์ได้แม่นยำในพื้นที่เล็กๆ] 

[สภาพอากาศในพื้นที่เล็กๆ แบบนี้เปลี่ยนแปลงบ่อยมาก เป็นไปได้มากว่า เมื่อชั่วโมงที่แล้วดวงอาทิตย์ส่องแสง และอีกชั่วโมงต่อมาจะมีฝนตกหนัก หรือฝน จะตกเป็นสีสดใสในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ไม่สามารถบอกได้แน่ชัด] 

[ถึงอย่างนั้น…มันก็คงทำให้สตรีมเมอร์ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้นไม่ใช่เหรอ?] 

[เขาทำนายได้เร็วกว่าสถานีตรวจอากาศ มันน่าทึ่งมาก——] 

ลู่ลี่หรานและเคอจี่ขดตัวอยู่ในถ้ำเล็กๆ ละอองฝนข้างนอกสาดกระเซ็นมา ถึงข้อเท้าของฉัน ดูเหมือนฝนจะตกไม่ใช่น้อยจนเหมือนกับเป็นลูกเห็บเลยทีเดียว 

ชายทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนจะพร้อมกันก็ปีนขึ้นไปบนชั้นหินที่ใช้สำหรับ นอนหลับ 

"หากฝนตกหนักเช่นนี้ต่อเนื่องเกินครึ่งชั่วโมง น้ำก็คงจะท่วมถึงระดับนี้" ลู่ลี่ หรานกระซิบ  

เพราะมีฝนตก อุณหภูมิจึงลดลงอย่างรวดเร็วและแถมความชื้นที่สูงมาก ทำ ให้อุณหภูมิต่ำลงอย่างรวดเร็ว  

ลู่ลี่หรานถูมือระหว่างที่พูด "โชคดีที่มีสถานที่กันฝนได้" 

ทันทีที่เขาพูดจบ หยดน้ำก็ตกลงมาจากศีรษะของเขา 

ลู่ลี่หรานเงยหน้ามองรอยแตกร้าวในโขดหิน มีหยดน้ำที่กำลังควบแน่น จากนั้นก็ตกลงมาที่ปลายจมูกของเขา 

เพดานรั่วแล้ว.. 

[อ๋อ นี่มันรั่วตอนบอกว่ากันฝนอยู่นะ ปากของสตรีมเมอร์ศักดิ์สิทธิ์มาก] 

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ท่าทางงุนงงของสตรีมเมอร์น่าสงสารและหมดหนทาง 

ฮ่าๆๆๆ] 

หลังจากผ่านมาครึ่งชั่วโมง ดวงตาของลู่ลี่หรานก็สว่างขึ้นทันทีเขาวิ่งไปยัง ทางลาวาที่อยู่ตรงหน้า 



บทที่ 232 วันที่สองร้อยสามสิบสองของการกักตุน เงินเพื่อเลี้ยงลูก 

[คราวนี้นรกเกิน!! สตรีมเมอร์จะไลฟ์อะไรเนี่ย!?] 


"การรั่วจากน้ำฝนเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยมาก" ลู่ลี่หรานถูปลายจมูก ของตัวเองก่อนจะขยับตัวให้หลบจากบริเวณที่รั่วเล็กน้อย "แต่นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดา ของป่า ดังนั้น การที่จะรักษาพื้นที่ให้กว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ให้พ้นจากฝน ถือ เป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด" 

[23333 สตรีมเมอร์ที่ดีเราเชื่อมั่นในตัวคุณ] 

[หวังว่าสตรีมเมอร์จะแห้งและไม่เปียกหลังผ่านคืนนี้] 

[แกมันโง่จริงๆ แกคิดว่าสตรีมเมอร์จะอยู่ที่นี่ทั้งคืนเหรอ ต้องมีทีมกาง เต็นท์แถวนี้แน่ๆ] 

[+1 เดาว่าสตรีมเมอร์จะเข้าไปในเต็นท์ทันทีเมื่อการถ่ายทอดสดจบลง] 

ลู่ลี่หรานยกคิ้วขึ้น เขาไม่สนใจที่จะโต้แย้งความคิดเห็นที่เชื่อว่าตัวเองมีทีม งาน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเขาจะพูดมากเพียงใด คนที่ไม่เชื่อเขาก็ยังคงปฏิเสธที่จะ เชื่อเขา 

"การที่ฝนตกหนักก็มีข้อดีด้วยปริมาณฝนที่ตกหนัก ผมคิดว่าน้ำในกระติก น่าจะเต็มภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำดื่มสะอาด" 

ในระหว่างที่พูด ลู่ลี่หรานก็ยัดกระติกน้ำไว้ในซอกหินเพื่อป้องกันไม่ให้ถูก พัดมาตามลมแรง 

ดูจะปริมาณของฝนที่ตกหนัก ถ้าสามารถบรรจุน้ำกระติกขนาด 2 ลิตรได้ ก็ถือว่าเก็บเกี่ยวผลผลิตได้  

ลู่ลี่หรานขยับตัวถอยกลับเข้าไปในถ้ำ เพื่อจุดรั่วไหลเหนือหัวของเขา "อย่าง ที่เห็น ตอนนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว วันแรกที่พวกเรามาถึงภูเขาไฟโรแซนน์พวกเรา เจอกับฝนตกหนักเป็นช่วงสั้นๆ แม้ว่าเราจะโชคดีที่หาที่หลบภัยได้แต่เราก็ยังต้อง เผชิญกับวิกฤตฝนรั่ว.." 

"ผมได้แต่ภาวนาว่าฝนที่ตกหนักนี้คงจะหยุดตกเร็วๆ นี้" ลู่ลี่หรานเงยหน้า ขึ้นพร้อมกับพึมพำเบาๆ  

ลู่ลี่หรานถอนหายใจ จากนั้นเขาก็มองไปยังลูกบอลโดรน "การถ่ายทอดสด ของวันนี้จบลงแล้ว ผมหวังว่าคืนแรกที่ภูเขาไฟโรแซนน์จะไม่ทรมานเกินไป ส่วน เวลาการถ่ายทอดสดครั้งต่อไปน่าจะอยู่ในช่วงเช้าตรู่ของวันถัดไป ขึ้นอยู่กับสภาพ อากาศ" 

"เอาเถอะ ราตรีสวัสดิ์ทุกคน" ลู่ลี่หรานปิดการถ่ายทอดสด  

[เอ๊ะ เวลาออกอากาศครั้งต่อไปมันสุ่มขนาดนั้นเลยเหรอ?!] 

[พูดแบบนี้บอกมาเลยดีกว่าให้นั่งยองๆ ตามติดเสียดีกว่า...น่าประทับใจ] [เพราะว่าสตรีมเมอร์คนใหม่ยังไม่รู้เรื่องอะไร] 

[สตรีมเมอร์ใหม่? แต่เห็นว่าถ่ายทอดสดเขามีประสบการณ์พอสมควร ไม่ เหมือนมือใหม่] 

[นี่อาจจะเป็น…ความรู้สึกมั่นใจใช่ไหม?] 

[จะเห็นได้ว่าเขาปิดการถ่ายทอดสดเร็วมาก แต่ฉันยังคงอยู่ที่ห้องถ่ายทอด สดและคุยกับพี่น้องของฉันอยู่…??] 

[พิษสวาท สตรีมเมอร์คนนี้มีพิษ!! จริงๆ แล้วผมกำลังคิดถึงความเป็นไป ได้ในการแขวนบัญชีของผมไว้ในห้องถ่ายทอดสดเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์] 

[เป็นไปไม่ได้เหรอ? ฉันจะวางสายก่อนเพื่อแสดงความเคารพ!] 

[หัวเราะกันลั่นขนาดนี้ใครจะคิดว่าคนที่ด่าเยอะขนาดนั้นจะได้ดูการถ่าย ทอดสดตอนจบจริงๆ …] 

เมื่อลู่ลี่หรานปิดห้องถ่ายทอดสด ระบบก็เตือนความจำทางสถิติขึ้นในใจ ของเขา 

[ระบบ: ค่าความนิยมเฉลี่ยของการถ่ายทอดสดของโฮสต์คือ 821,980 และ การยอมรับการแลกรับคือ 8/0∞ หากการยอมรับคือ 100 ฟังก์ชันการแชร์โดเมน ของผู้ชมก็จะเกิดขึ้นได้! โปรดพยายามต่อไปในฐานะโฮสต์!] 

ลู่ลี่หรานยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จำนวนผู้ชมนั้นมากกว่าที่เขาคาดไว้ในตอนที่ เขาออกอากาศสดครั้งแรกบนดาวรกร้าง จำนวนคนที่ออนไลน์ในวันแรกดูเหมือนว่า จะมีเพียงไม่กี่แสนคนเท่านั้น 

ตามที่คาดไว้มันคือแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่รวมกาแล็กซีทั้งหมด ไม่น่า แปลกที่จะมีผู้ชมจำนวนมาก  

ซึ่งลู่ลี่หรานก็พึงพอใจกับปริมาณผู้ดูวิดีโอซ้ำที่ถือว่ามากทีเดียว โดยเฉพาะ เมื่อเทียบกับผู้ชมหน้าใหม่ อันดับของลู่ลี่หรานได้ขยับจากช่องแนะนำลำดับล่างเป็น ลำดับกลาง ถือได้ว่าเป็นห้องถ่ายทอดสดที่มีศักยภาพมาก 

ลู่ลี่หรานขยับตัวปรับท่าทางอย่างยากลำบาก แต่ในเวลาเพียงสิบนามีก็มี จุดรั่วอีกหนึ่งจุดเหนือหัวของเขา  

"ดูเหมือนว่าคืนนี้คงไม่สงบ" ลู่ลี่หรานหันไปพูดกับเคอจี่ "ผมว่ารีบนอนพัก ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ดีกว่าครับ" 

"คุณอย่าลืมกินยา" เคอจี่พูดเตือน 

ลู่ลี่หรานสูดหายใจเข้าลึก หากเคอจี่ไม่เตือนเขาก็คงลืมไปแล้วจริงๆ  

หลังจากเอากระติกน้ำที่รองน้ำฝนกลับมา ทั้งลู่ลี่หรานและเคอจี่ก็กินยา ท่ามกลางสายฝน  

"ทำไมหยุดยาไม่ได้ล่ะครับ" ลู่ลี่หรานพูดล้อ  

เคอจี่ยกมุมปากก่อนจะยกมือยี้เส้นผมสีดำที่เปียกของลู่ลี่หราน "ผมว่าควร ทำตามคำแนะนำของหมอนะครับ" 

"ผมรู้ผมรู้นอนได้แล้ว" ลู่ลี่หรานห่อเสื้อโค้ตของตัวเองไว้แน่น ฝ่ามือของ เขาเย็นเฉียบ ทำได้เพียงซุกมือทั้งสองไว้ที่รักแร้เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น 

ไม่รู้ว่าลู่ลี่หรานหลับไปนานแค่ไหน แต่เขาก็ตื่นขึ้นเพราะหยดน้ำเย็นเฉียบที่ หยดลงใบหน้าของเขา  

เขาเปิดเปลือกตาขึ้นก็พบว่า เคอจี่กำลังยุ่งกับการอุดรอยรั่วด้วยหญ้าหัวใจ เปลวเพลิงที่อยู่ทางฝั่งของตัวเอง  

ถ้าไม่มีหญ้าพวกนี้ลู่ลี่หรานคงต้องตื่นขึ้นเพราะน้ำรั่วแล้ว 

"น้ำหยดใส่เหรอครับ" เคอจี่ถามหลังจากเห็นลู่ลี่หรานตื่นขึ้น ในดวงตาสีฟ้า เหล็กฉายแววเศร้า "คุณเพิ่งหลับไปแค่สี่ชั่วโมงเอง" 

ลู่ลี่หรานขยับตัวลุกขึ้น เขามองผลงานชิ้นเอกของเคอจี่ที่อยู่เหนือหัวของตัว เอง เขารู้สึกโกรธแกมขบขัน "คุณได้นอนไปกี่ชั่วโมง?" 

"ผมตื่นในตอนที่ฝนตกอีกรอบ" เคอจี่พูดพร้อมกับแสร้งไอ  

ลู่ลี่หรานได้ยินแบบนั้นก็โผล่หัวออกไปด้านนอกกวาดสายตามองดูรอบตัว ในตอนนี้ยังมีสายฝนตกอยู่แต่โชคดีที่มันตกไม่เท่ากับก่อนหน้านี้แต่โชคร้ายที่มัน จะต้องตกอย่างยาวนาน  

"ถ้าเราออกเดินทางท่ามกลางสายฝนโดยไม่มีเสื้อกันฝน ภูมิคุ้มกันของเรา จะลดลงจนอาจจะป่วยได้ผมคิดว่าเราควรจะต้องรอให้ฝนหยุดตกก่อน" ลู่ลี่ หรานขมวดคิ้วแน่น "แต่ผมคิดว่ามันจะต้องตกต่อเนื่องอย่างน้อยสามชั่วโมง..." 

"แต่ผมคิดว่ามันอาจจะเร็วกว่านั้น ผมสังเกตเห็นว่ามันเบาลงกว่าเดิม" เคอจี่ ตอบ  

"คุณไม่ได้หมายถึง?" ลู่ลี่หรานเหลือบมองอีกฝ่าย "คุณตื่นตอนไหนครับ" 

เคอจี่สำลัก เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตอบว่า "ประมาณสองชั่วโมงครึ่ง ก่อนที่คุณจะตื่น" 

ดวงตาของลู่ลี่หรานฉายแววตำหนิเมื่อคำนวณเวลาแล้วก็เท่ากับเคอจี่ได้ นอนเพียงสองชั่วโมง จากนั้นก็รีบ 'ซ่อมแซม' รอยรั่วบนหลังคาผนังหิน  

"แม้ว่าคุณได้นอนสองชั่วโมง..." ลู่ลี่หรานเต็มไปด้วยความหงุดหงิดแกมขบ ขัน "คุณคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องนอนอีกหรือยังไง" 

"ผมพักผ่อนได้ทุกนาที" เคอจี่พูดพร้อมกับรอยยิ้ม "ผมมั่นใจว่าตัวผม สามารถติดตามคุณได้อย่างปลอดภัยครับ" 

ลู่ลี่หรานสำลักก่อนจะพูดเสียงต่ำว่า "คุณช่างเป็นคนมีเหตุผล" 

หลังจากพูดจบ ลู่ลี่หรานก็สูดหายใจเข้าลึก เขาก็พบว่ามีกลิ่นอับชื้นและ กำมะถันลอยอยู่ในอากาศ 

ร่องรอยของน้ำซึมจากเพดานด้านบนชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่าทั้ง สองไม่สามารถอยู่ในที่แห่งนี้ได้ทำให้ลู่ลี่หรานตัดสินใจเปิดห้องถ่ายทอดสดอีก ครั้ง  

ในตอนนี้เป็นเวลาตีสาม มีเพียงสตรีมเมอร์ไม่กี่คนที่กำลังถ่ายทอดสด แม้ แต่คนที่นอนดึกก็ยังหาวออกมา  

ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดของลู่ลี่หรานมีคนเข้าชมไม่เกินห้าร้อยคน ซึ่งแต่ละ คนเชื่อมต่อกับห้องถ่ายทอดสดโดยตรงเพื่อรับชมค่ำคืนนี้โดยไม่รู้ว่าเจ้าของบัญชีที่ อยู่เบื้องหลังกำลังนอนหลับหรือตื่นอยู่ 

ลู่ลี่หรานไม่สนใจเพราะยังไงระบบก็รวบรวมไว้อยู่แล้ว ไม่สำคัญว่าจะมีคน ดูในเวลานี้หรือเปล่า แต่มีการนับจำนวนทั้งหมดตลอดช่วงเวลาที่เขาเปิดการถ่าย ทอดสด  

——เปิดการถ่ายทอดสดแล้ว พวกเขาทุกข์ใจมาก พวกเขาทำไม่ได้โดยเปล่า ประโยชน์ 

"ตอนนี้เป็นเวลาเช้าตรู่ของวันถัดมา ผมชื่อลู่ลี่หราน เป็นสตรีมเมอร์เอาตัว รอดในถิ่นทุรกันดาร" เขาดูภาพจากลูกบอลโดรน "ตอนนี้เราอยู่ในทุ่งลาวาทางตอน เหนือของภูเขาไฟโรแซนน์ผมได้ประสบกับฝนตกสองครั้งในเวลาห่างกันไม่ถึงชั่ว โมง ถือว่าฝนตกไม่น้อยเลย" 

"เดิมทีพวกเราพบถ้ำหินธรรมชาติจึงใช้ถ้ำนั้นเพื่อเป็นที่หลบฝน แต่เนื่องจาก ปริมาณน้ำฝนจำนวนมากจึงมีรอยรั่ว พวกเราจึงจะตื่นขึ้นเพราะน้ำรั่ว ตอนนี้พวกเรา ทำได้เพียงหาหญ้าแห้งมาอุดไว้เท่านั้น" 

"แต่นี่เป็นการแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น เพราะฉันคาดว่าน้ำจะซึมผ่านรอยรั่ว มากขึ้น ซึ่งที่แห่งนี้เราจะหลบฝนต่อไม่ได้" 

[ก่อนเข้านอนลองเช็คดูแล้วก็สตรีมเมอร์เริ่มออกอากาศ??] 

[คราวนี้นรกเกิน!! สตรีมเมอร์จะไลฟ์อะไรเนี่ย!?] 

[เฮ้ย สตรีมเมอร์นอนอยู่ในรูนี้จริงเหรอวะ??? เอ้า รูมันก็รั่วแบบนี้อ่ะดิ… โชคร้ายจัง] 

[ถ้าไม่รู้ก็ถามสิว่าเกิดอะไรขึ้น?] 

[ไม่ได้ยินที่สตรีมเมอร์บอกเหรอ? พวกเขากำลังตั้งแคมป์อยู่บนภูเขาไฟที่มี ฝนตกหนักและมีน้ำรั่วตรงที่พวกเขานอนอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือมันเป็นโชคร้าย] 

[หัวเราะจนตาย สรุปได้แม่นยำ] 

ลู่ลี่หรานไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ชมในห้องถ่ายทอดสด และการโจมตีก็เบาบาง จึงสามารถตอบโต้ได้ทัน 

"ใช่ เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่อง" เขาพยักหน้า "เราจะต้องรอจนฝนหยุดตก ก่อนจึงจะออกเดินทางได้ไม่อย่างนั้น การที่ร่างกายเปียกโชกจะส่งผลกระทบต่อสุข ภาพและแผนการเดินทางของเราอย่างมาก" 

"แต่ปัญหาใหญ่ของเราตอนนี้คือที่พักพิงของเรารั่ว" ลู่ลี่หรานพูดอย่างหมด หนทาง 

แต่พูดตามตรง สภาพป่ามีจำกัดและสภาพแวดล้อมโดยรอบก็เลวร้ายอยู่ แล้ว หากเขาอยู่ในป่า เขาคงมีโอกาสได้ทำกันสาดที่สวยขึ้นซึ่งอย่างน้อยก็กันฝนได้ ดีกว่าที่มีอยู่มาก 

เมื่อรวมเข้ากับเวลาอันเร่งรีบ เป็นเรื่องยากแม้กระทั่งสำหรับนักล่าเงินรางวัล ที่มากประสบการณ์ที่สุดที่จะทำผลงานได้ดีขึ้น 

ลู่ลี่หรานกำลังพิงหินอยู่ข้างหลังเขา พร้อมกับพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับผู้ ชมในห้องถ่ายทอดสด เขาไม่ได้สังเกตเห็นว่าร่างกายของเขาพิงเคอจี่โดยไม่รู้ตัว 

จนกระทั่งผู้ชมที่มีสายตาแหลมคมบางคนชี้ให้เห็นสิ่งนี้—— 

[รู้สึกว่ามันจะสว่างขึ้นนิดหน่อย] 

[ใช่ครับ กล้องได้เปลี่ยนจากโหมดมองกลางคืนมาเป็นโหมดปกติแล้ว] 

[จู่ๆ ฉันก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่สตรีมเมอร์พิงอยู่เมื่อกี้ไม่ใช่ก้อนหิน แต่เป็น แขนของคนที่นั่งข้างๆ เขาต่างหาก!] 

[หัวเราะจนตาย ช่วยด้วย สตรีมเมอร์คุณแทบจะนั่งอยู่บนอ้อมแขนของ คนอื่นแล้ว!] 

[เบาะเนื้อคนนุ่มอุ่นสบายเป็นพิเศษ(หัวหมา)] 

ลู่ลี่หรานขู่ฟ่อ เขารีบถอยห่างและนั่งตัวตรง 

"มีน้ำรั่วตรงนั้น" เคอจี่ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจึงยืดแขนออกเพื่อดึงร่าง ของลู่ลี่หรานเข้าอ้อมแขนของตัวอย่างอ่อนโยน "อย่าขยับครับ" 

"....." ลู่ลี่หราน 



บทที่ 233 วันที่สองร้อยสามสิบสามของการกักตุนเงินเพื่อเลี้ยงลูก 

"จงเชื่อมั่นในธรรมชาติไม่ว่าสิ่งต่างๆ จะดูสิ้นหวังแค่ไหน ก็ยังมีทางออกเสมอ" 


ในตอนนี้ฝนข้างนอกเริ่มซาลงแล้ว ลู่ลี่หรานแทบรอไม่ไหวที่จะออกจากถ้ำ เล็กๆ แห่งนี้ 

ความจริงแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่เคยอยู่ในพื้นที่แคบๆ ด้วยกันมาก่อน แต่ไม่มีครั้งไหนที่พวกเขาเปียกโชกครึ่งตัว และถือเป็นกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจได้ ด้วยซ้ำ 

มีเวลาเพียงพอให้เขาได้สัมผัสมันอย่างระมัดระวัง—— 

ทุกวินาทีระหว่างทั้งสอง ทุกการสบตา ทุกลมหายใจที่สอดประสานกัน 

ลู่ลี่หรานเสียใจที่เปิดถ่ายทอดสด หากไม่มีการถ่ายทอดสด เขาคงไม่อาย มากขนาดนี้  

แต่เนื่องจากเขาเปิดห้องถ่ายทอดสดแล้ว เขาจึงต้องใส่ใจกับกฎความ สามัคคีในห้องถ่ายทอดสด 

ลู่ลี่หรานท่องกฎเกณฑ์ทางการทหารของรัฐบาลกลางในใจอย่างเงียบๆ เพื่อ ระงับความกระสับกระส่ายเล็กๆ ในใจลงได้อย่างหวุดหวิด 

"ตอนนี้ฝนหยุดแล้ว เราจะเดินทางกันต่อ" ลู่ลี่หรานแสร้งไอ จากนั้นก็ขยับ ตัวเดินออกจากถ้ำหิน  

เขาตรวจสอบน้ำในแคนทีนก่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีปริมาณน้ำ แต่เนื่องจาก กระแสลมแรง แคนทีนจึงล้มลงทำให้น้ำที่เก็บไว้ข้างในหก แต่ก็ถือว่าเป็นการเก็บ เกี่ยวที่ดีอยู่  

เมื่อมองพื้นดินอีกครั้ง น้ำที่สะสมอยู่บนพื้นเหมือนจะลดลง เหลือเพียงรอย คราบน้ำสีน้ำตาลอ่อนจากการซึมน้ำลงพื้นดิน  

พื้นหินส่วนใหญ่ของทุ่งลาวาเหล่านี้มีรูพรุนจำนวนมากซึ่งน้ำฝนจะไหลใต้ ดินจากรูพรุนเหล่านี้ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้บนภูมิประเทศเช่นนี้ได้ 

"แคนทีนที่รองน้ำไว้เต็มพอดีถือเป็นการเก็บเกี่ยวที่ดี" ลู่ลี่หรานปิดฝาแค นทีนจากนั้นก็รัดไว้ที่เอวตัวเอง 

ในเวลานี้เป็นเวลาตีห้าเท่านั้น ดวงอาทิตย์ก็โผล่ออกมาจากหมู่เมฆ พื้นที่ รอบตัวในตอนนี้ดูไม่ออกเลยว่าก่อนหน้านี้จะมีฝนตกหนักมาก่อน  

เมื่อมีดวงอาทิตย์การระบุทิศทางก็ง่ายกว่ามาก  

"หลังจากใช้เวลาทั้งคืนที่ฝนตกบนภูเขาไฟร็อกแซน ตอนนี้เราเริ่มออกเดิน ทางอีกครั้ง เป้าหมายของเรายังคงเป็นเขตป่าทางตะวันออกของเกาะภูเขาไฟ" ลู่ลี่ หรานก็เริ่มทำหน้าที่ของสตรีมเมอร์ทันที  

"เหตุผลที่เราไม่ไปฝั่งตรงข้ามของมหาสมุทรก็เพราะบริเวณนั้นมีพายุรุนแรง ตลอดทั้งปีมีเส้นทางเดินเรือผ่านน้อยมากทำให้ประชากรเบาบาง" ในระหว่างที่พูด เขาก็มองไปยังห้องแชท "แต่ถ้าไม่ใช่เพราะสภาพแวดล้อมพิเศษเช่นนี้ผมจะเลือก เดินไปตามชายทะเล เพราะมีแหล่งอาหารที่อาหารอุดมสมบูรณ์และมีร่องรอยกิจ กรรมของมนุษย์อยู่บ่อยครั้ง" 

[ถึงแม้ว่าสตรีมเมอร์จะมาจากดาวระดับล่าง แต่เขาก็ทำการบ้านเกี่ยวกับ ดาวเคราะห์ของเรามาเยอะนะ] 

[สตรีมเมอร์มีของนะเนี่ย] 

[ฉันจำได้ว่าเขตป่าทางตะวันออกของโรแซนน์นั้นค่อนข้างกว้างใหญ่ ไม่ใช่ เรื่องง่ายเลยที่สตรีมเมอร์จะเดินไปถึงที่นั่น] 

"ไม่เป็นไร แนวกันลมกระจายอยู่เป็นแถวและพื้นที่โดยรวมก็กว้างใหญ่ แต่ ให้คำนวณจากระยะทางแล้วกว้างไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่ยากที่จะข้ามไป"  ลู่ลี่หรานตอบข้อสงสัย  

"ถ้าเทียบกับเรื่องนี้แล้ว เรื่องเร่งด่วนก็คืออาหารและน้ำ" เขาเปลี่ยนหัวข้อ สนทนาโดยชี้ไปที่ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่ที่อยู่เหนือศีรษะของเขาซึ่งเริ่มแผ่ความร้อน ออกมา 

"ความร้อนบนภูเขาไฟนั้นร้อยจนทนไม่ได้ลาวาที่นี่เดิมที่เป็นสีเทาดำและ ดูดซับความร้อนไว้มาก ทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงกว่าอุณหภูมิบนมาตรา เซลเซียสมาก" 

ลูกบอลโดรนเพื่อถ่ายภาพแสงแดดอันเจิดจ้าและทุ่งลาวาสีเทาดำที่อยู่ห่าง ออกไปประมาณร้อยไมล์บนพื้นดินที่ว่างเปล่ามีเพียงจุดสีดำสองจุดนั้นก็คือลู่ลี่ หรานและเคอจี่ พวกเขาดูตัวเล็กเปล่าเปลี่ยวทอดยาวสุดสายตา 

"ที่นี่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตน้อยมาก ซึ่งผมโชคดีที่เมื่อคืนจับแมงมุมตัวนั้น มาเสบียงได้" ลู่ลี่หรานพูดระหว่างเดินไปข้างหน้า โดยก้มตัวเพื่อพลิกก้อนหินก้อน เล็กๆ เป็นครั้งคราวเพื่อมองหาสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้หิน 

แต่หินที่นี่ส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่และแหลมคม ทำให้เคลื่อนย้ายได้ไม่ มากนัก 

นี่เป็นสาเหตุที่เมื่อพวกเขานอนใต้ถ้ำเล็กๆ เมื่อคืนที่ผ่านมา แทนที่จะใช้ร่ม ชูชีพเป็นหลังคากันฝน เพราะไม่สามารถยึดให้แน่นได้ 

สายลมแรงพอๆ กับเมื่อวาน พัดขวดน้ำที่ติดอยู่กลางก้อนหินให้ปลิวไปได้ ไม่ยากเลยที่จะเป่าลมร่มชูชีพให้ปลิว 

หากต้องเสียร่มชูชีพไปเพราะเรื่องนี้ จะเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ 

ตลอดช่วงเช้าที่เดินทาง ลู่ลี่หรานไม่พบอะไรเลย มีเพียงทุ่งลาวาทอดยาวไม่ มีจุดสิ้นสุด ทำให้ผู้คนสงสัยว่าเขาแค่เดินวนไปวนมาหรือเปล่า 

[จิตใจของสตรีมเมอร์เข้มแข็งมาก ถ้าฉันเจอกับเหตุการณ์เมื่อวานและบวก กับเช้าวันนี้อีก ฉันคงล้มไปนานแล้ว] 

[+1 จริงๆ แล้วฉันสงสัยนะว่าสตรีมเมอร์หายไปจริงหรือเปล่า… ( กระซิบ) ] 

[โอ้ภูเขาไฟโรแซนน์มันใหญ่ขนาดนั้น แม้แต่คนท้องถิ่นก็ยังหลงทางได้ ง่าย] 

[ถ้าสตรีมเมอร์ออกไม่ได้จริงๆ ก็อย่าได้ใจร้อน ชีวิตมันสำคัญ] 

ลู่ลี่หรานคลายเกลียวกระติกน้ำเพื่อจิบน้ำอีกครั้ง น้ำในกระติกน้ำของเขายัง คงมีอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้น้ำจะถูกบริโภคอย่างรวดเร็วมาก 

"ภาวะขาดน้ำเป็นวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในการเอาชีวิตรอดในป่า ไม่ ว่าจะเป็นในภูเขาไฟ ทะเลทราย หนองบึง หรือแม้แต่ป่าดงดิบ ภาวะขาดน้ำสามารถ เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ" ลู่ลี่หรานจ้องมองไปยังลูกบอลโดรนระหว่างเดินไปข้าง หน้า 

"โดยปกติแล้ว หากขาดน้ำ ร่างกายของมนุษย์จะสามารถทำงานได้ประมาณ สามวัน" ลู่ลี่หรานเปลี่ยนหัวข้อสนทนา "แต่ที่นี่ ภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนจัดของภู เขาไฟ ผมเกรงว่าจะอยู่รอดได้ไม่เกินหนึ่งวัน" 

"ดังนั้น แทนที่จะต้องดูว่าต้องข้ามแนวกันลมอย่างไร สิ่งสำคัญกว่าคือต้อง หาแหล่งน้ำ" 

เขาชี้ไปยังกองหญ้าหัวใจเปลวเพลิงที่พบเห็นได้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ บนพื้นดิน รวมทั้งพืชใบเลี้ยงดอกชนิดอื่นๆ ที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อย "แม้ว่าทิวทัศน์ที่นี่ โดยทั่วไปจะดูเหมือนไม่เปลี่ยนแปลง แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไม่ สามารถมองข้ามไปได้มันบอกเป็นนัยกับว่าผมกำลังไปในทิศทางที่ถูกต้อง" 

"ถ้าอดทนอีกนิด บางทีอาจจะพบทุกสิ่งที่ผมต้องการในสถานที่ข้างหน้า" ลู่ลี่ หรานถอนหายใจก่อนจะทอดสายตามองยังพื้นที่กว้างไกลเบื้องหน้า  

ตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบันของพวกเขาเทียบเท่ากับเนินลาดของทุ่งลาวาที่ยกสูง แต่พวกเขาก็ยังไม่ไปถึงจุดสูงสุดของเนิน และทิวทัศน์โดยรอบส่วนใหญ่ก็ถูกบดบัง ด้วยหินที่อยู่รอบๆ 

ลู่ลี่หรานหวังว่าหลังจากปีนขึ้นไปถึงยอดเนินแล้ว เขาก็คงจะมองเห็น ทิวทัศน์ที่แตกต่างออกไป 

"แต่มีแนวโน้มสูงมากที่มันจะยังคงเป็นทุ่งลาวาเดียวกับครั้งที่แล้ว" ลู่ลี่ หรานพูด  

ก่อนจะปีนขึ้นไปบนยอดเนิน ลู่ลี่หรานก็หยุดเดินแล้วทำท่าภาวนาไม้ กางเขนบนหน้าอกของตัวเอง แม้แต่ผู้ล่าเงินรางวัลที่มากประสบการณ์ที่สุดก็ยังหวัง ว่าเทพเจ้าแห่งโชคจะดูแลเขาสักหน่อยในสถานการณ์เช่นนี้ 

[ช่วยด้วย ฉันอดไม่ได้ที่จะเหงื่อไหลแทน] 

[ฉันจะอธิษฐานให้คุณโชคดี] 

ลู่ลี่หรานปีนขึ้นไปบนทางลาดในครั้งเดียวพร้อมกับกล้องของโดรนก็หมุน 

ก่อนที่ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดจะมีเวลาเห็นฉากอย่างชัดเจน พวกเขาก็ได้ ยินลู่ลี่หรานส่งเสียงร้องดีใจอย่างตื่นเต้น 

"มองไปตรงนั้นสิ! คุณเห็นผืนหญ้าสีเขียวนั่นไหม!" ลู่ลี่หรานชี้นิ้วไปข้าง หน้า พื้นที่จากระยะไกลมีผืนหญ้าสีเขียวสดใสปรากฏขึ้น ห่างจากพวกเขาไปราว ร้อยหรือสองร้อยเมตร 

"นั่นคือทุ่งลาวา! พื้นที่อาจมีเพียงไม่กี่ตารางเมตรถึงหนึ่งตารางกิโลเมตร!  ความแตกต่างนั้นมหาศาล! แต่แน่นอนว่าเราโชคดีพอ พื้นที่ของเนินเขาที่อยู่โดด เดี่ยวตรงหน้าเราไม่เล็กเลย ฉันมั่นใจมากว่าจะมีอาหารและน้ำที่ฉันต้องการอยู่ที่ นั่น!" 

ลู่ลี่หรานวิ่งลงมาจากยอดเขาและเดินตรงไปยังเนินเขาที่เงียบสงบ 

"บนดาวของฉันมีทุ่งลาวาขนาดใหญ่มาก เรียกว่า'ป่าฝนที่เติบโตบนภูเขา ไฟ' ด้วย" ลู่ลี่หรานพูดอย่างรวดเร็วแต่น้ำเสียงชัดเจน แม้ว่าเขาจะวิ่งเหยาะๆ เขาก็ แทบไม่ได้ยินเสียงหายใจของตัวเองที่หนักขึ้นเลย 

"เนินเขาโดดเดี่ยวแบบนี้เกิดขึ้นเพราะถูกล้อมรอบด้วยลาวาไหล แต่ไม่ได้ ปกคลุมอย่างสมบูรณ์จึงทำให้ลักษณะภูมิประเทศแตกต่างไปจากที่ราบลาวาอย่าง สิ้นเชิง" ลู่ลี่หรานวิ่งมายังบริเวณเนินเขาโดดเดี่ยวนี้แล้ว 

เขาชี้ไปยังภูมิประเทศที่แตกต่างจากพื้นที่โดยรอบอย่างสิ้นเชิง ซึ่งชี้ให้เห็น ว่านี่คือร่องรอยของลาวาที่ไหลอยู่รอบๆ 

[ว้าว นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินว่ามีโอเอซิสเล็ก ๆ เช่นนี้บนภูเขาไฟร็อก แซนน์!] 

[ฉันด้วย] 

[ข้าพเจ้าได้ความรู้แล้ว พระเจ้าข้า] 

[ป่าฝนที่เติบโตบนภูเขาไฟฟังดูลึกลับมาก ดาวเคราะห์บ้านเกิดของ สตรีมเมอร์ทำให้ฉันสนใจเป็นอย่างมาก] 

[ฉันว่ามันฟังดูอันตรายนะ…มันคือภูเขาไฟและป่าฝน ดังนั้นโลกของฉันน่า จะปลอดภัยกว่า] 

ลู่ลี่หรานรีบขึ้นเนินเขาอันเงียบเหงา 

เนินเขาโดดเดี่ยวเหมือนป่าดงดิบที่ปกคลุมไปด้วยพืชพรรณ ไม้พุ่มที่อยู่ รอบๆ สามารถเติบโตได้สูงเท่าคน พืชหลายชนิดมีรากที่เจาะทะลุผิวหินเพื่อดูดซับ สารอาหารจากพื้นดิน 

รากของพืชเหล่านี้มีลักษณะเรียวยาวและหนา ทำให้มีลักษณะหนาแน่น 

"ครั้งนี้ผมไม่ได้พกดาบไคซานมาด้วย เพราะไม่คิดว่าจะมีพืชพรรณบนเนิน ภูเขาไฟจะหนาแน่นขนาดนี้" ลู่ลี่หรานรู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่เขาก็หาดาบมาทดแทน ได้ 

เขาใช้มีดสั้นตัดกิ่งไม้ยาวประมาณหนึ่งเมตรครึ่งแล้ววางไว้บนหน้าอกของ เขา ขณะที่เขาเดินไปข้างหน้า เขาก็ใช้ไม้ยาวดันใบไม้ที่ขวางอยู่ตรงหน้าเขาให้เปิด ออก 

ลู่ลี่หรานที่วิ่งยาวถึงสามร้อยเมตรโดยไม่หอบ กำลังจะเข้าสู่เนินเขาที่รกร้าง แห่งนี้เขาเพิ่งเดินไปได้ไม่ถึงห้าสิบเมตร ลมหายใจของเขาก็หนักขึ้นมาก และเขาดู เมื่อยล้าเล็กน้อยเมื่อมองด้วยตาเปล่า 

"ใบไม้พวกนี้น่ารำคาญจริงๆ คุณเห็นฟันเลื่อยพวกนี้ไหม" ลู่ลี่หรานพูด  

ลูกบอลโดรนถ่ายระยะใกล้เผยให้เห็นใบเรียวบางตรงหน้าตัวใบมีรอยยัก คล้ายหนามขนาดเล็กที่หนาแน่นล้อรอบตัวของลู่ลี่หราน มันคมจนสามารถตัด เสื้อสเวตเตอร์ได้อย่างง่ายดาย  

"สิ่งเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ช่างน่ารำคาญ ถ้าไม่ระวังพวกมันจะเกาะติดเสื้อผ้า ของคุณ ดูสิตอนนี้แขนเสื้อของผมถูกปกคลุมด้วยใบของมันแล้ว" ลู่ลี่หรานชี้ไปที่ แขนเสื้อของตัวเอง "เศษพวกนี้ไม่ได้แหลมคมจนเจาะผิวหนังได้แต่มันสามารถ เกาะติดร่างกาย ทำให้มีอาการแสบคัน และมีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหากับผิวหนังเมื่อ ถูกันเป็นเวลานาน ดังนั้นผมจะทำความสะอาดพวกมันอย่างแน่นอนหลังจากเดิน ผ่านบริเวณนี้" 

ขณะที่พูด ลู่ลี่หรานก็หันศีรษะไปมองที่เคอจี่ จึงเห็นว่าอีกฝ่ายก็อยู่ใน สภาพที่น่าสงสารเช่นเดียวกัน เคอจี่ก็สังเกตเห็นสายตาของลู่ลี่หราน เขาจึงจ้องมอง อีกฝ่ายกลับพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณให้เดินต่อ 

อย่างไรก็ตาม ความเขินอายของหญิงสาวคนนี้ยังคงสร้างความพึงพอใจให้ กับผู้ชม ผมบลอนด์สีอ่อนยาวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ช่างแตกต่างจากดวงตาที่สด ใส  

ลู่ลี่หรานเกิดภาพลวงตาว่าตนถูกมนต์สะกด เขารีบสะบัดใบหน้ามองไปทาง อื่น  

ทั้งสองคนเดินข้ามทุ่งหญ้าด้วยความยากลำบาก พวกเขาไม่รู้ว่าเดินนานแค่ ไหน ลู่ลี่หรานประมาณว่าอย่างน้อยก็ครึ่งชั่วโมงทั่วทั้งตัวของเขาเปียกชุ่มไปทั่ว 

ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงสถานที่โล่งกว้างแห่งหนึ่ง 

ไม่มีพงหญ้าที่น่ารำคาญ มีสูงประมาณสิบเมตรเท่านั้น แถมลู่ลี่หรานยังพบ กับต้นไม้ผลไม้บางต้นที่ดูคล้ายต้นซีดาร์ห้อยลงมาด้วย  

"นี่คือผลิตภัณฑ์พิเศษของโลกใบนี้ลูกแพร์ซึ่งถือเป็นพันธุ์ปาล์ม" ดวงตา ของลู่ลี่หรานเป็นประกาย 

"ครั้งหนึ่งผมเคยกินผลไม้ชนิดหนึ่งที่เรียกว่าผลไม้ระฆังแขวนจากดาว เคราะห์ดวงหนึ่ง ผลไม้ชนิดนี้มีแคลอรีและโปรตีนสูง สามารถทำให้รู้สึกอิ่มได้มาก ผลไม้ชนิดนี้ถือเป็นอาหาร MVP ที่ดีที่สุดในป่า และลูกแพร์แรดก็มีลักษณะคล้าย กับผลไม้ชนิดนี้มาก" 

"แต่ก่อนที่ผมจะปีนขึ้นไปเก็บ ผมจะต้องจัดการกับเศษหญ้าที่เกาะอยู่บนตัว ออกก่อน" เขาเปลี่ยนหัวข้อสนทนา วางไม้ยาวในมือลง ก้มหัวลงและขมวดคิ้ว ก่อนจะสะบัดเสื้อชั้นในออกไป 

ลูกบอลโดรนจับภาพเสื้อชั้นในสีดำของลู่ลี่หรานที่เต็มไปด้วยเสี้ยนสีเหลือง น้ำตาลบาง ๆ แทบทุกที่ ลู่ลี่หรานจัดการดึงเสี้ยนพวกนั้นออกมาทีละเส้น บางชิ้น ฝังดึงเข้าไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง 

แม้ว่าเสี้ยนจะไม่ยาวและไม่แหลมคม แต่ดูจากจำนวนแล้วก็ทำให้ หนังศีรษะของเขารู้สึกเสียวซ่านแล้ว 

ลู่ลี่หรานหันแผ่นหลังให้เคอจี่ เพื่อให้อีกฝ่ายช่วยจัดการ ส่วนตัวเองก็ก้ม ตัวตรวจสอบที่ต้นขาของเขาต่อ  

กางเกงก็เป็นอีกหนึ่งส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด 

เมื่อทั้งสองต่างจัดการให้กันและกันเสร็จ เวลาก็ผ่านไปแล้วสิบนาที  

ลู่ลี่หรานเงยหน้ามองผลไม้บนยอดไม้ซึ่งต้นนี้อยู่สูงเพียงห้าเมตรเท่านั้น ความสูงระดับนี้จึงไม่เป็นปัญหา  

ต้นแรดต้นนี้ถูกล้อมรอบด้วยต้นไผ่ที่เรียวบางและแข็งแรง มีเพียงกิ่งก้าน และใบกระจัดกระจายอยู่บริเวณยอด หลังจากที่ลู่ลี่หรานพยายามใช้พละกำลังปีน ขึ้นบันไดสองขั้น เขาก็แปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าต้นนี้ดูผอมบาง แต่สามารถรับน้ำ หนักตัวของเขาเองได้ 

ดวงตาของเขาเป็นประกายแต่เขาไม่พูดสักคำ เขาปีนขึ้นไปบนยอดต้นไม้ โดยใช้ 'ไม้ไผ่ยาว' บางๆ ที่อยู่ทั้งสองข้าง 

[สตรีมเมอร์เป็นลิงเหรอ?? ปีนได้เร็วกว่าลิงอีก!] 

[ถึงต้นไม้ต้นนี้จะไม่สูงมากนัก…แต่สตรีมเมอร์ก็ปีนขึ้นไปได้ง่ายเกินไป!] [กล้ามท้องของสตรีมเมอร์ต้องสวยมากแน่ๆ] 

[? จู่ๆ เกิดอะไรขึ้นชั้นบน?] 

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า] 

ลู่ลี่หรานไม่ได้สนใจสิ่งที่กำลังพูดอยู่ในห้องถ่ายทอดสด ในขณะนี้สิ่งเดียว ที่เขาเห็นคือลูกแพร์แรดสองสามลูกที่อยู่ใกล้ๆ 

เขายังไม่ได้ลิ้มรสอาหารบนดาวดวงนี้เลย จึงมีความอยากรู้อยากเห็นเล็ก น้อย ——แมงมุมจากก่อนหน้านี้ไม่นับ 

เขาใช้มีดตัดกิ่งเล็กๆ ที่มีผลออกแล้วเก็บครั้งละสามสี่ผล 

เปลือกของผลไม้เหล่านี้แข็งเท่ากับเปลือกมะพร้าว แต่ขนาดของมันใหญ่ เพียงเท่ากำปั้นของผู้ใหญ่ เมื่อลู่ลี่หรานเห็นว่าเขาไม่สามารถจับพวกมันลงได้เขาก็ ขอให้เคอจี่ยืนอยู่ด้านล่างให้ห่างออกไปในขณะที่เขาโยนพวกมันทีละลูก 

หลังจากโยนผลไม้ที่เก็บมาจำนวนหนึ่ง ลู่ลี่หรานวางแผนที่จะไปอีกต้นเพื่อ เก็บเสบียงเพิ่ม แต่ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียง 'ซ่า-ซ่า' ดังมาจากใบไม้ด้านหลังเขา 

เขารีบหันมองไปตามเสียงนั้นด้วยความระวัง ก็พบว่ามีใบไม้ที่อยู่ข้างหลัง เขาสั่นราวกับว่ามีอะไรบางอย่าง เพิ่งกระโดดข้ามไป 

ใบหน้าของลู่ลี่หรานเคร่งเครียดเล็กน้อย เขาพยายามที่จะควบคุมอารมณ์ดี ใจเอาไว้แต่มือยังกุมมีดสั้นและมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง 

[ฮึ่ย ดูเหมือนฉันจะเห็นอะไรบางอย่างวิ่งผ่านไปจริงๆ เมื่อกี้นี้! รวดเร็ว มาก เป็นภาพติดตาเลย!] 

[อย่าไปสับสนกับคำพูดร้ายๆ ของคุณนะ ฉันว่ามันก็แค่ลมพัดเฉยๆ] [+1 ฉันไม่เห็นอะไรเลย] 

ลู่ลี่หรานลดเสียงลง "ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจ้องมองมา บางอย่างที่ กระโดดข้ามเมื่อกี้" 

ขณะที่พูด เขาก็ขยับร่างกายอย่างไม่แน่ใจ พร้อมกับเสียง 'ซ่า-ซ่า' ดังขึ้น อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ดังขึ้นเหนือหัวของเขา! 

ร่างกายของลู่ลี่หรานตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาเปลี่ยนตำแหน่งอย่าง คล่องแคล่วระหว่างต้นไม้จากนั้นเขาก็เห็นว่าสถานที่ที่เขาอยู่เดิมนั้นมีกองของสีน้ำ ตาลอมน้ำตาลจำนวนมาก กลิ่นเหม็นรุนแรงมาก 

เป็นลู่ลี่หรานผู้มีท่าทางบิดเบี้ยว 

"จื้อจื้อจื้อ จี้จิจี้!" เสียงร้องดังขึ้นเหนือหัว เปลือกตาของลู่ลี่หรานกระตุก เขาพลิกตัวอย่างรวดเร็วและใช้แรงของเขาปีนขึ้นไปบนยอดไม้ในลมหายใจเดียว และในที่สุดก็พบผู้ร้ายที่กำลังเล่นตลกอยู่ในเงามืดของต้นไม้ 

——ลิงขนฟูตัวหนึ่งซึ่งมีขนาดเท่ากับลูกสุนัขอายุสามเดือน มันมีดวงตาโต และขนสวยงามราวกับทองคำ 

"ลิงบินภูเขาไฟ" ลู่ลี่หรานขยับริมฝีปากหลังจากเห็นสิ่งมีชีวิตนั้นได้ ชัดเจน "มันเป็นสัตว์ที่อยากรู้อยากเห็นและชอบเล่นตลกมาก" 

"ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนว่ามันจะเป็นสัตว์คุ้มครองของดาวดวงนี้มันกินไม่ ได้" ลู่ลี่หรานจ้องมองลิงขนฟู  

เช่นเดียวกัน ลิงขนฟูก็จ้องลู่ลี่หรานเช่นกัน และดูเหมือนว่ากำลังถูอะไรบาง อย่างในอุ้งเท้าของมัน 

หลังจากที่ลู่ลี่หรานสังเกตเห็น ใบหน้าของเขาก็แข็งขึ้นเล็กน้อย 

"ดูเหมือนว่าต้นแรดต้นนี้จะมีเจ้าของอยู่แล้ว แต่จะเอามันไปด้วยสักสอง สามต้นก็ได้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยขนาดนั้นหรอก" ลู่ลี่หรานพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อ เลียน แต่สายตายังจ้องไปทางลิงขนฟูที่อยู่ตรงหน้า 

"เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ก่อนอื่นจะต้องแน่ใจก่อนว่าดวงตาของ คุณจะไม่ละจากสัตว์ที่เผชิญหน้า เพราะสำหรับสัตว์เมื่อความรู้สึกกดดันหายไป นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงความอ่อนแอ และจะเริ่มโจมตีทันที" 

"และการโจมตีของลิงบินภูเขาไฟตรงหน้าฉันก็เห็นได้ชัดว่าน่ารังเกียจเล็ก น้อย" ลู่ลี่หรานขมวดคิ้ว "เพราะไม่สามารถทำอันตรายมันได้ดังนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้ คือทำให้มันตกใจ" 

[อ๋อ? จริงเหรอ แต่ปกติแล้วเมื่อมันจนคน มันต้องตกใจกลัวจนหนีไปไม่ ได้เหรอ?] 

[ลิงที่นี่คงไม่เคยเห็นใครมาก่อน แล้วจะกลัวได้อย่างไร] 

[แล้วสตรีมเมอร์วางแผนให้มันตกใจยังไง ไม่กลัวลิงตกใจเหรอ ตบหน้า มันไปเลย…] 

[โอ้ย ฉันนึกภาพออกเลย] 

[โอ้พระเจ้า ลิงตัวนี้มันมีพิษนะ ที่ไม่สนุกเลยคือมันเล่นขี้]  

[นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นสตรีมเมอร์เหม็นขนาดนี้ 555 ถึงที่พักจะรั่วจนเปียก แต่หน้าสตรีมเมอร์ก็ไม่เหม็นนะ 555] 

[ข้าพเจ้าขอถาม ว่าใครจะทนได้เล่า!] 

ลู่ลี่หรานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการแอ่นตัวและเปิดแขนเพื่อให้ร่างกาย ของเขาดูใหญ่โตมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

ตามที่คาดไว้ลิงก็ถอยกลับไปอย่างระมัดระวังสองสามก้าวหลังจากเห็นการ เปลี่ยนแปลงของลู่ลี่หราน 

เมื่อเห็นว่ามันมีประโยชน์ลู่ลี่หรานก็ฉวยโอกาสจากชัยชนะนั้นด้วยการมอง อย่างดุร้าย เขาเปิดมือออกและรีบวิ่งไปหาเจ้าลิงตัวนั้นและตะโกนอีกครั้ง "ออก ไป!" 

ลิงบินภูเขาไฟตกใจกับการกระทำของลู่ลี่หราน โดยไม่รู้ตัวมันกางอุ้งเท้า หน้าทั้งสองข้างออก ใบหน้าของลิงทั้งตัวแสดงท่าทีตื่นตระหนก และดวงตากลมโต คู่หนึ่งก็แสดงท่าทีตื่นตระหนกมากขึ้น  

มันส่งเสียงร้องจิ๊บจ๊อยพร้อมกับเลียนแบบท่าทางของลู่ลี่หราน มันกางมือ ออก แต่เมื่อรวมกับสีหน้าหวาดกลัว มันดูเหมือนการยอมแพ้ 

จากนั้นก็เห็นได้ว่ามันไม่มั่นคงและร่วงหล่นจากกิ่งไม้ลู่ลี่หรานไม่สามารถ จับมันได้แม้แต่น้อย 

แต่ไม่นาน ลิงบินก็คว้ากิ่งไม้ที่โคนต้นอย่างคล่องแคล่วและพลิกกลับไปที่ ลำต้นหลัก 

มันไต่ขึ้นไปตามลำต้นใหญ่อย่างรวดเร็ว กระโดดลงสู่พื้น และวิ่งหายเข้าไป ในพุ่มไม้ในพริบตา 

ปากของลู่ลี่หรานกระตุก "ดูเหมือนว่ามันจะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว" 

[เจ้าลิงน้อยน่าสงสาร] 

[มองแบบนี้ก็ถือว่าเป็นท่าที่เก่งจริงๆ นะ ฮ่าๆ]

[ลุคขี้อายและดุร้ายน่ารักมาก!!!] 

[สตรีมเมอร์ไม่ดี] 

[โคตรฮาเลยว่ะ จะว่าไปสตรีมเมอร์นี่ก็เก่งเรื่องการขู่สัตว์จริงๆ นะเนี่ย!!!] [หัวเราะจนตัวโยน ไม่คิดว่าจะมีสตรีมเมอร์มาขู่ลิงน้อยๆ ตรงนี้] 

ลู่ลี่หรานแตะปลายจมูก แม้ว่าเขาจะเป็นคนเลวที่เคยครอบครองรังนก กาเหว่า แต่ลู่ลี่หรานก็ไม่ได้ใจอ่อนเลย เขาเก็บลูกแพร์แรดหลายลูกจากกิ่งไม้แล้ว โยนให้เคอจี่ 

"เหลือไว้ครึ่งหนึ่ง อย่ามากเกินไป" ลู่ลี่หรานมองไปที่ผลไม้ที่เหลือบนต้น ไม้เขายังเหลือไว้มากกว่าครึ่งให้ลิงด้วย ซึ่งถือเป็นความสบายใจ 

ถึงแม้ว่าลิงจะไม่เก็บผลไม้เหล่านั้นไว้เขาก็ไม่สามารถเก็บผลไม้ทั้งหมดไว้ ในต้นไม้ได้ด้วยการโยนมูลทิ้ง มีสัตว์หลายชนิดในป่าที่พยายามแย่งชิงผลไม้เหล่า นั้นไป 

ลู่ลี่หรานลงมาจากต้นไม้เมื่อเขาเห็นแขนของเคอจี่ที่เต็มไปด้วยผลไม้ที่ บรรจุอยู่ในร่มชูชีพ เขาก็รู้สึกเหมือนปากของเขากำลังจะน้ำลายไหล 

เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ดีมาก! แม้ว่าเขาจะยังไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร! 

เปลือกของผลไม้นั้นแข็ง ทำให้ลู่ลี่หรานก็ลังเลที่จะทุบมันด้วยมีดสั้น เขา กลัวว่ามีดสั้นของเขาจะสึก ดังนั้นเขาจึงหาหินมารองไว้และเคาะมันด้วยหินอีกก้อน หนึ่งในมือ 

“ตุบ ตุบ” หลังจากทุบหลายครั้ง เปลือกผลไม้ก็แตกออก เผยให้เห็นเนื้อสี ขาวขุ่นข้างใน 

แม้ว่าน้ำผลไม้จะมีไม่มากนัก แต่เนื้อมีความแน่นและนุ่ม มีเนื้อครีมเล็ก น้อยและรสชาติก็ไม่หวาน มันกลับมีกลิ่นคาวเล็กน้อยคล้ายกับนม แต่ก็ไม่ฉุนจน เกินไป 

ลู่ลี่หรานดูดเนื้อด้วยปากจนแก้มป่อง เขาดูดเนื้อจนหมดเกลี้ยงเหมือนกับ ดูดเนย โดยเหลือไว้เพียงแกนข้างใน 

แกนจะมีขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือ เนื้อของมันไม่แข็งมันคล้ายกับเนื้อเจล ลู่ลี่หรานบีบมันเล็กน้อย ก่อนจะใส่มันลงในกระเป๋าของเขา 

"น้ำมันพืชโดยทั่วไปสามารถสกัดได้จากแกนผลปาล์ม แกนที่ยังไม่ได้ผ่าน กระบวนการเช่นนี้สามารถเผาไหม้เองได้ประมาณ 6-7 นาที" ลู่ลี่หรานอธิบายให้กับ ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสด "มันเป็นอุปกรณ์เอาตัวรอดที่มีประโยชน์มากในป่าและคุ้ม ค่าแก่การเก็บสะสม" 

ลู่ลี่หรานไม่มีทางที่จะปล่อยทิ้งของมันประโยชน์ที่สามารถเอามาเป็นเชื้อ เพลิงในการเผาไหม้หรือใช้เป็นคบเพลิง ของพวกนี้จะมีประโยชน์ในสักวันหนึ่ง 

ทั้งสองคนกินลูกแพร์แรดไปสองสามลูก และเก็บลูกแพร์ที่เหลืออีกสองลูก ไว้กินระหว่างทาง 

หลังจากเข้าไปในป่าบนเนินเขาที่เงียบสงบ เขาก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า 

อากาศที่นี่ชื้นขึ้น 

เนื่องจากฝนตกตลอดทั้งคืนและในช่วงเช้าตรู่ จึงยังมีน้ำอยู่ในแอ่งน้ำบาง แห่งบนพื้นดิน 

ที่แห่งนี้ไม่เหมือนทุ่งลาวาเลย พื้นดินเต็มไปด้วยช่องว่าง หลุมและหิน ตะกอนของพืชผลัดใบจมลงและเน่าเปื่อยที่นี่ พื้นดินนุ่มมาก และมีแอ่งน้ำเล็กๆ สะ สมตัวกัน 

"แอ่งน้ำที่นี่เป็นน้ำนิ่งซึ่งเป็นไปได้มากว่าจะมีมูลสัตว์ที่ถ่ายไว้ก่อนหน้า ซึ่งทำ ให้ในน้ำมีแบคทีเรียจำนวนมาก" ลู่ลี่หรานพูดเตือน "การดื่มน้ำนี้จะทำให้ท้องเสียจน ร่างกายขาดน้ำเป็นผมทำให้เสียชีวิตเร็วขึ้น" 

จากนั้นก็เดินข้ามแอ่งน้ำ "แม้ว่ามันจะดูใสมาก ก็จงต้านทานสิ่งยั่วยวนใจ ไว้" 

"น้ำไหลหรือน้ำค้างเท่านั้นที่เป็นแหล่งน้ำดื่มที่เชื่อถือได้มากที่สุด" ลู่ลี่ 

หรานพูดต่อ "ที่นี่เป็นภูเขาไฟ ดังนั้นเราจึงไม่คาดหวังว่าจะมีแหล่งน้ำไหลขนาด ใหญ่ เช่น ลำธารหรือทะเลสาบบนเนินเขา แต่เรายังคงสามารถหาน้ำจืดได้" 

"จงเชื่อมั่นในธรรมชาติไม่ว่าสิ่งต่างๆ จะดูสิ้นหวังแค่ไหน ก็ยังมีทางออก เสมอ" 

ขณะที่เขาเดิน ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน มีหลุมบ่อขนาด ใหญ่ขวางทางสายตาของลู่ลี่หราน ปิดกั้นเส้นทางข้างหน้าจนหมดสิ้น 

[ไม่รู้ว่าจะมีทางออกไหม แต่ข้างหน้ามีหลุมใหญ่] 

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า โอ้สตรีมเมอร์: คุณไม่เห็นหน้าฉันสักนิดเลยเหรอ?] 

[น่าอายจัง น้ำยังไม่เจอ แถมถนนยังปิดอีก] 

[สตรีมเมอร์ลัคกี้อิอิอิ] 

อย่างไรก็ตาม ลู่ลี่หรานก็ยังยิ้ม "นี่ไม่ใช่ทางออกแล้วเหรอ?" 



บทที่ 234 วันที่สองร้อยสามสิบสี่ของการกักตุนเงิน เพื่อเลี้ยงลูก 

อุโมงค์ลาวา 


หลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ตรงหน้าเขาไม่ใช่ลักษณะภูมิประเทศเดิมของเนิน เขาที่โดดเดี่ยว ดังนั้น ลู่ลี่หรานจึงตัดสินว่ามันน่าจะเป็นท่อลาวาที่เหลืออยู่เมื่อลาวา ไหลผ่านเพื่อไหลลงสู่มหาสมุทร 

หรืออีกนัยหนึ่งคือ หลังจากท่อส่งน้ำมันพังทลาย 

หลุมขนาดยักษ์นี่น่าจะเป็นผลมาจากท่อส่งน้ำมันที่พังทลาย 

ท่อลาวาหรือที่เรียกอีกอย่างว่าอุโมงค์ลาวา ก็คือลาวาที่ได้รับการระบาย ความร้อน เนื่องจากลาวาที่ไหลออกมาภายนอกจะเย็นตัวลงและเกาะตัวเป็นเปลือก ได้ง่าย 

และด้วยอิทธิพลของฉนวนที่ควบแน่นเป็นเปลือกแข็ง ทำให้กระแสลาวาที่ ไหลเข้าไปข้างในร้อนกว่าชั้นนอก การไหลนั้นจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภาย นอก เนื่องจากมีเปลือกป้องกันนี้และไหลเร็วขึ้น จนกลางมันเป็นท่อขึ้น 

"ท่อลาวามีความยาวมาก บางแห่งยาวกว่า 10 กิโลเมตรด้วยซ้ำ และน้ำจืดที่ ผมกำลังมองหาก็น่าจะอยู่ข้างใน" ลู่ลี่หรานมองรอบตัวเพื่อหาทางที่จะลงไปข้างล่าง  

ผนังของหลุมยักษ์ปกคลุมไปด้วยมอสลื่นๆ แม้ว่าจะยังเห็นเหง้าของพืชใบ เลี้ยงดอกบางส่วนหยั่งรากอยู่รอบหลุม รากยังโผล่ออกมาให้เห็นเหมือนที่แขวน แต่ ลู่ลี่หรานก็ไม่ได้เลือกเส้นทางนี้ 

"เหง้าดูน่าดึงดูดมาก ราวกับว่ามันบอกว่าไว้ใจได้จะไม่เป็นไรถ้าคว้ามัน แล้วคลานลงมา" ลู่ลี่หรานพูดในขณะที่คลายเชือกร่มชูชีพที่อยู่ด้านหลังและจัดเชือก ร่มชูชีพ "แต่ความจริงแล้ว รากที่โผล่ออกมาเหล่านี้ถูกปกคลุมด้วยมอสจึงลื่นมาก ยากที่จะใช้แรงและพลาดได้ง่าย มันอันตรายมาก" 

"ดังนั้น ผมจึงวางแผนที่จะใช้เชือกร่มชูชีพทำอุปกรณ์โรยตัวแบบง่ายๆ"  ระหว่างที่พูด มือของเขาก็เคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบ 

เลนส์ของโดรนถ่ายภาพนิ้วของลู่ลี่หรานในระยะใกล้ขณะที่นิ้วของเขาเคลื่อนไหว ปมที่ดูเหมือนจะซับซ้อนก็ดูเรียบง่ายและชัดเจนขึ้น 

เขาใช้เชือกพาราคอร์ดและหัวเข็มขัดโลหะบนร่มชูชีพเพื่อสร้างจุดยึดแยก จากกัน ด้วยวิธีนี้เมื่อเขาลงไปถึงก้นหลุมแล้ว เขาก็สามารถดึงเชือกพาราคอร์ดและ หัวเข็มขัดกลับคืนมาได้ด้วย  

เขาชะลอขั้นตอนการผลิตสมอกู้ภัยแบบแยกส่วนให้ได้มากที่สุด "นี่เป็น เพียงจุดยึดแบบแยกส่วนที่เรียบง่ายมาก เหมาะสำหรับการใช้เชือกครึ่งเส้นหรือ เชือกเส้นเดียว หรือสำหรับการโรยตัวหนีภัย เพราะเมื่ออยู่ในป่า วัสดุเหล่านี้ถือเป็น วัสดุสิ้นเปลือง หากสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้มากที่สุด ก็ยังต้องนำกลับมาใช้ใหม่ อยู่ดี" 

ลู่ลี่หรานไม่ยอมที่จะเสียเชือกไปสักเส้น 

"วิธีการโรยตัวด้วยเชือกเส้นเดียวนี้เป็นที่นิยมใช้กันมาก แต่ก็เป็นอันตราย เหมือนกัน ดังนั้น หากคุณไม่มีคุณสมบัติระดับมืออาชีพ ผมขอแนะนำให้คนทั่วไป เลือกใช้วิธีอ้อมหรือใช้วิธีการอื่นในการหาแหล่งน้ำจืด ผมจะสาธิตวิธีการนี้ให้ผู้ชมดู หน้าห้องถ่ายทอดสด" 

"ความสูงอยู่ที่ประมาณสิบเมตรเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับฉัน ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพเป็นอันดับแรกและลงมาก่อน" ลู่ลี่หรานพูด ขณะดึงเชือกร่มชูชีพที่ยึดแน่นเพื่อทดสอบความแข็งแรง 

เมื่อเช็กว่าเชือกร่มชูชีพถูกยึดไว้แล้ว เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาเอนตัวไป ข้างหน้าและตั้งฉากกับผนังของหลุมยักษ์ล็อกเชือกด้วยมือขวาและเริ่มไต่ลงไป 

ขณะที่เขาไต่ลง เขาก็ส่งสัญญาณการกระทำของเขาว่า "ค่อยๆ ปล่อยเชือก ด้วยมือขวา แกว่งขาไปมาเพื่อให้แน่ใจว่าคุณลงมาด้วยความเร็วคงที่ คงสมดุลให้ ร่างกายตั้งตรง อย่าเคลื่อนไหวอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าเพื่อเปลี่ยนจุดสมดุลของร่างกาย เพราะความตื่นตระหนก" 

"ความสมดุลของจุดศูนย์ถ่วงภายใต้เชือกเส้นเดียวนั้นละเอียดอ่อนมาก ดัง นั้น หากเกิดการรบกวน ก็มีแนวโน้มสูงมากที่จะทำให้เชือกพาราคอร์ดแกว่งไปมา ไม่สม่ำเสมอจนไปกระทบกับผนังภูเขาด้านซ้ายและขวา สุดท้ายก็ได้รับบาดเจ็บ" ลู่ลี่ หรานพูดเตือน ในตอนนี้เขาไต่ลงไปได้สองเมตร  

[หมายถึงลงเขาไม่ใช่เหรอ ทำไมมันดูเหมือนคุณยายลงบันไดช้าจัง] 

[หัวเราะจนตาย คำอธิบายนี้เหมาะสมอย่างยิ่ง] 

[คุณกำลังทำอะไรอยู่ นี่ไม่ใช่การสาธิตเหรอ?] 

ลู่ลี่หรานเหลือบมองดูการโจมตีแต่เขาไม่คิดว่าจะมีใครคิดว่าเขาลงมาช้า เขาพูดอย่างขบขันว่า "ก่อนหน้านี้เป็นการสาธิตตามตำราเรียน แต่เมื่อถึงเวลาใช้งาน จริง เรามักจะไปได้เร็วกว่านี้" 

หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็เช็กความแข็งแรงของเชือกที่อยู่เหนือหัวของเขา หลังจากมั่นใจแล้ว เขาไม่พูดอะไรอีกและปีนเชือกอย่างชำนาญในครั้งเดียว ในชั่ว พริบตา ใช้เวลาเพียงสองสามวินาทีลู่ลี่หรานหยุดอยู่สูงจากพื้นประมาณหนึ่งเมตร และลงจอดอย่างมั่นคง 

เขาคลายเชือกออก แล้วใช้แรงเบาๆ คลายเชือกร่มชูชีพที่ผูกอยู่สูงจากพื้น สิบเมตรออก จากนั้นก็เก็บเชือกนั้นกลับคืนมาเป็นลูกบอลอย่างชำนาญและรวด เร็ว 

[แล้วคนที่บอกว่าช้าล่ะ?] 

[เฮ้ย ยังไม่พิมพ์เสร็จ สตรีมเมอร์ก็ลงจอดแล้ว!!] 

[เวลาสั้นเกินไปและไม่เพียงพอต่อการรับชม กรุณารายงานความคิดเห็นเชิง ลบ] 

[+1 เร็วมากจนแทบมองไม่เห็นเลย!! แนะนำให้ลงจากระยะ 50 เมตร!] [คนข้างบนใจร้ายจังเลย] 

[สิ่งหนึ่งที่อยากบอก คือ การได้ดูสตรีมเมอร์รีไซเคิลและจัดเชือกให้เป็น ระเบียบเรียบร้อย ทำให้ฉันรู้สึกดีกับอาการย้ำคิดย้ำทำของตัวเองมาก] 

[ใช่ ใช่ ฉันก็อยากพูดเหมือนกัน และการเคลื่อนไหวของเขานั้นก็ชำนาญ มาก มันดูสบายตาดีมาก] 

[แล้วผู้ชายหล่อๆ ทำอะไรไม่ถูกใจเขาล่ะ?] 

[ตอนแรกก็คิดว่าเพราะว่าสตรีมเมอร์เขาคงกำลังประดับขาของเขาด้วยกล อุบาย แต่ไม่คิดว่าเขาจะมีความสามารถจริงๆ] 

[ฉันด้วย] 

ลู่ลี่หรานยกคิ้วขึ้น หลังจากเก็บเชือกเสร็จ เขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ หลุมลึกสิบเมตร รอบตัวรายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีกิ่งก้านและใบไม้ทอดยาว ขึ้นไป ปิดกั้นท้องฟ้าไว้ในรูปหน้าต่างวงกลมเล็กๆ 

สิ่งที่มองเห็นจากมุมมองของก้นหลุมที่มองขึ้นไปนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง จากสิ่งที่มองเห็นจากด้านบนของหลุม ในตอนแรก เขารู้สึกว่าพื้นที่นั้นเปิดโล่ง แต่ เมื่อไปถึงก้นหลุม เขาก็รู้สึกราวกับว่าบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยพืชพรรณหนาทึบ 

เส้นท้องฟ้า ลู่ลี่หรานนึกถึงคำๆ นี้ขึ้นมาทันใด ดูเหมือนว่าจะมีฉากที่เป็น สัญลักษณ์เช่นนี้บนภูเขา แต่เขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นฉากที่คล้ายกันเช่นนี้ที่ก้น หลุม 

เขาหันกลับไปมองและมองรอบ ๆ เขาก็พบร่องรอยบางอย่าง 

ลู่ลี่หรานชี้ไปยังสถานที่ใกล้ทางทิศตะวันตก "เห็นสถานที่ที่เหมือนถ้ำนั้น ไหม?" 

เขาเดินเข้าไปจนเห็นว่าถ้ำนั้นสูงประมาณสามหรือสี่เมตร และภายในถ้ำ กว้างประมาณหกหรือเจ็ดเมตร ถือเป็นอุโมงค์ที่กว้างมาก 

"ลองนึกดูว่าลาวาที่ปะทุที่นี่เมื่อหลายสิบปีก่อนนั้นสูงและกว้างมาก และ อุณหภูมิก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนละลายได้ในทันที" ลู่ลี่หรานกระซิบ 

เขายืนอยู่หน้าอุโมงค์อุโมงค์นั้นเหมือนปากสีดำขนาดใหญ่ ราวกับว่ามัน สามารถกลืนเขาได้ในคำเดียว ภาพนั้นดูมีพลังมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกัน 

[ฮึ่ย ปริมาณลาวาที่ไหลออกมานี่มันเกินจริงจริงๆ นะ…] 

[จริงๆ แล้ว ฉันคิดมาเสมอว่าลาวาไหลเหมือนกับลำธารหรือเปล่า] 

[ฉันก็เหมือนกัน ฟังดูเหมือนไม่ใช่คนตัวใหญ่เลยนะ อ๊าาห์] 

[…ชาวบ้านที่อพยพออกจากพื้นที่เพราะลาวาไหลบอกว่าสิ่งนั้นดูเหมือน มังกรไฟ!! เบฮีมอธ โอเค เบฮีมอธ!] 

ลู่ลี่หรานวางแผนที่จะเข้าไป แต่ก่อนจะเข้าไป เขาก็ต้องเตรียมการบางอย่าง เสียก่อน 

"ดูเหมือนข้างในจะไม่มีแสงลอดผ่าน ผมเลยต้องทำคบเพลิงเสียก่อน" ลู่ลี่ หรานหยิบแก่นลูกแพร์แรดออกมาจากกระเป๋า เขามีทั้งหมดหกแกน ตอนนี้ทั้งหมด นั้นถูกแขวนไว้บนกิ่งไม้ที่แหลมคม 

"อย่างที่พูดไปก่อนหน้า เมล็ดผลไม้เหล่านี้มีน้ำมันพืชอยู่มาก และน้ำมัน ปาล์มก็ถูกสกัดออกมาจากเมล็ดผลไม้เหล่านี้ดังนั้นจึงค่อนข้างทนต่อการเผา" 

ขั้นแรก เขาลอกกำมะหยี่แกนไม้บางส่วนออกแล้วใช้ทำเชื้อไฟ หินเหล็กไฟ จุดกำมะหยี่ที่ติดไฟได้อย่างรวดเร็ว จากนั้น ลู่ลี่หรานก็ใส่แกนผลไม้ที่ร้อยเป็นเส้น ลงไปในเชื้อไฟที่กำลังลุกไหม้ 

ในเวลาไม่ถึงครึ่งนาทีเมล็ดพันธุ์ที่อยู่ด้านบนก็ถูกเผาไหม้ตามมาด้วย เปลวไฟเล็กๆ แต่สว่างไสวก็ทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัย 

"นอกจากการให้แสงสว่างแล้ว คบเพลิงยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกด้วย" ลู่ลี่ หรานอธิบาย "หากสีของเปลวไฟเปลี่ยนไป แสดงว่ามีแนวโน้มว่าจะมีก๊าซพิษอยู่ภาย ใน หรือหากคบเพลิงดับลงโดยตรง แสดงว่าไม่มีออกซิเจนอยู่ภายใน" 

"ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน แต่มันก็เป็นสัญญาณเตือนว่าจะต้องรีบออกไปให้เร็ว ที่สุด" 

ลู่ลี่หรานเดินเข้าไปในท่อลาวาพร้อมถือ 'คบเพลิง' เขาสังเกตสภาพของ เปลวไฟ แม้ว่าจะแกว่งไกวเล็กน้อยตามแรงลม แต่ก็มั่นคงมาก 

"เมล็ดพันธุ์แบบนี้สามารถเผาไหม้ได้ประมาณ 6-7 นาทีพวงนี้น่าจะสามารถประคองฉันไว้ได้ครึ่งชั่วโมง เวลาใกล้หมดแล้ว ฉันต้องรีบหน่อย" ลู่ลี่หรานมองไปที่เคอจี่ที่อยู่ข้างหลังเขา "ตามหลังผมมานะครับ" 

"ครับ" เคอจี่ตอบรับ 

ไม่ไกลนักด้านใน พื้นที่ก็เริ่มแคบลง พื้นที่เหนือหัวต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ด้านซ้ายและด้านขวาก็แคบลง 

ลู่ลี่หรานใช้คบเพลิงส่องสว่างบริเวณด้านหน้าและบริเวณโดยรอบ เหนือหัว ของเขามีหินงอกจำนวนมากที่เกิดจากลาวา มีรูปร่างเหมือนฟันฉลาม หินงอกที่ชี้ลง ด้านล่างและเถาวัลย์หินลาวาที่ดูเหมือนท่อ 

แม้จะมีรูปร่างแปลก แต่สวยงามอย่างยิ่ง 

[สวยงามเหลือเกิน…] 

[นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นสถานที่แบบนี้!! สารคดีภูเขาไฟครั้งก่อนๆ ไม่ ค่อยเจาะลึกเท่ากับการถ่ายทอดสดของสตรีมเมอร์เลย] 

[สุดยอดจริงๆ] 

[ปัดเช็คเข้าไปในอุโมงค์นี้! ——ไม่ขาดเงิน มอบเช็คแลกเปลี่ยน 2 ใบ] 

"แม้ว่าหินย้อยพวกนี้จะเหมือนกับงานศิลปะของธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์แต่ ความจริงแล้วมันเปราะบางและพร้อมที่จะพังทลายลงมาได้โดยไม่มีการเตือนล่วง หน้า" ลู่ลี่หรานพูดเตือน  

"ดังนั้นเมื่อได้น้ำแล้ว ก็จะต้องรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นได้" 

พวกเขาเดินไปข้างหน้าประมาณร้อยเมตร กำแพงหินทั้งสองข้างเย็นและ ชื้น แม้แต่กุหลาบยังบานสะพรั่งในซอกหิน 

ลู่ลี่หรานจิบน้ำจากผนังหิน เพื่อทำให้ริมฝีปากและลำคอชุ่มชื้น 

"น้ำที่ซึมออกมาจากกำแพงหินนั้นเทียบได้กับการถูกกรองผ่านชั้นต่างๆ มัน คือน้ำบริสุทธิ์" ลู่ลี่หรานพูด "แต่ความเร็วในการรวบรวมน้ำจืดบนกำแพงหินนั้นช้า เกินไป และสภาพในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย" 

เขาเร่งฝีเท้าขึ้น "มีน้ำซึมอยู่บนกำแพงหิน ผมได้ยินเสียงน้ำหยดลงมาตรง หน้าเรา ดังนั้นมันน่าจะไม่ไกลจากเรามากนัก" 

ทั้งสองเดินผ่านอุโมงค์ที่มืดมิด โชคดีที่เส้นทางไม่ได้แคบจนเดินผ่านไม่ได้ และไม่มีเส้นทางอื่นทำให้ไม่หลงทิศ 

ไม่นานหลังจากนั้น กิ่งเถาวัลย์คว่ำก็ปรากฏขึ้นในสายตาของลู่ลี่หรานพร้อม กับเสียงน้ำหยดก็ดังมาจากปลายกิ่งเถาวัลย์นี้ 

หยดน้ำจำนวนมากรวมตัวกันตามรากของกิ่งเถาวัลย์อย่างรวดเร็ว ไหลหยด ตกลงสู่พื้นดินที่เป็นหิน 

ลู่ลี่หรานรีบเปิดฝากระติกน้ำ เพื่อรองน้ำขังที่อยู่ใต้รากของลำต้นเหล่านี้ [หา?? ที่นี่มีรากต้นไม้ด้วยเหรอเนี่ย?!

[ไม่คาดฝันเลย คาดไม่ถึงจริงๆ] 

[ถ้าไม่ใช่เพราะว่าสตรีมเมอร์ไม่สามารถสร้างฉากแบบนั้นได้ฉันคงสงสัยสคริปต์นี้ไปแล้ว] 

ลู่ลี่หรานสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวในห้องถ่ายทอดสด เขาโค้งริมฝีปาก เล็กน้อยและถอนหายใจเบาๆ 

"เมื่อเห็นพืชเหล่านี้ที่นี่ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม คุณก็อดไม่ได้ที่จะถอน หายใจด้วยความมีชีวิตชีวาอันแข็งแกร่ง พืชเหล่านี้สามารถทะลุผ่านพื้นผิวของทุ่งลา วา ฝังรากที่นี่ และดูดซับสารอาหารและน้ำจืดให้ได้มากที่สุด" 

เขาค่อยๆ บีบกิ่งเถาวัลย์น้ำก็ยังคงไหลมาอย่างต่อเนื่องราวกับว่าน้ำไม่มีวันหมด 

ลู่ลี่หรานไม่ได้โลภ หลังจากรีบหยิบขวดน้ำสองขวดให้ตัวเองและเคอจี่ ทั้งสองก็เดินกลับอย่างรวดเร็ว 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านไปได้เพียงครึ่งทาง ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นมาพร้อม กับเสียงพื้นดินสั่นสะเทือน ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า!



บทที่ 235 วันที่สองร้อยสามสิบห้าของการกักตุน เงินเพื่อเลี้ยงลูก 

[อะไรวะ อะไรวะ! นั่นเหมืองเหรอ??!] 


ทั้งลู่ลี่หรานและเคอจี่ก็ยืนพิงกำแพงภูเขา ดูเหมือนว่านอกจากการสั่นแล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก  เสียงและการสั่นสะเทือนจากแผ่นดินเคลื่อนตัวเวลาเพียง 10 วินาทีเท่านั้น จากนั้นมันก็นิ่งสงบลง 

ลู่ลี่หรานเคลื่อนตัวลงจากที่ซ่อนด้วยความระวัง ดูเหมือนว่าอุโมงค์ตรงหน้า เขาจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่เขารู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่การเคลื่อนไหว ปกติเลยสักนิด 

"ดูเหมือนว่าจะมีอุโมงค์ถล่มที่ไหนสักแห่ง ผมไม่มั่นใจว่าเหตุการณ์นี้จะเกิด ขึ้นอีกครั้งหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องรีบออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด!" ลู่ลี่หราน พูดเสียง เบา 

คบเพลิงที่ได้ทำก่อนหน้ามีการเผาไหม้ไปถึงสี่เมล็ดซึ่งเป็นเวลาที่กระชั้นชิด มาก 

ลู่ลี่หรานตัดสินใจวิ่งกลับไปทางเดิม แต่ก็โชคร้ายเพราะเมื่อวิ่งมาถึงทาง แยกแรก เขาก็เจอกับปัญหา 

ทางแยกถูกปกคลุมไปด้วยกองก้อนหินที่แตกหัก เหลือเพียงช่องว่างขนาด เล็กที่กว้างเพียงครึ่งเมตร 

ภาพตรงหน้าทำให้ผู้ต่างก็ตกตะลึง 

[เมื่อกี้ยังไม่มีกองหินอยู่เลยไม่ใช่เหรอ!?] 

[สมอมาทางถูกหรือเปล่า???] 

[ที่สมอบอกว่ามีบางส่วนพัง แต่ไม่ใช่เลย! มันใกล้จะพังแล้ว] 

[ถ้าหากว่าสมอมาช้ากว่านี้อีกนิด...ก็คงจะทันเวลาพอดี!] 

[มันอันตรายเกินไป มันอันตรายเกินไป สตรีมเมอร์หนีไป!] 

เส้นทางถูกปิดแล้ว จะวิ่งไปทางไหนได้? 

รูม่านตาของลู่ลี่หรานหดลงเล็กน้อย "ตอนที่ลงมายังไม่มีกองหินพวกนี้" 

"ดูเหมือนว่ามันจะเพิ่งเกิดขึ้น" ลู่ลี่หรานพยายามเคลื่อนย้ายก้อนหิน แต่สุด ท้ายเขาก็ยอมแพ้เพราะเขาสามารถยอมออกไปเพียงแต่กองหินข้างบนเท่านั้น และ ส่วนใหญ่ก็เป็นก้อนหินที่หนักถึงร้อยปอนด์  

ลู่ลี่หรานมองดูรอยแยกที่สูงประมาณครึ่งเมตร มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะปีน ข้ามไป แต่เขาไม่รู้ว่าแนวหินที่ถล่มนั้นยาวแค่ไหน และที่สำคัญเขาไม่รู้ว่าจะเกิดการ ถล่มอีกครั้งหรือเปล่า  

แต่เอาเข้าจริงแล้ว เขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก  

จะคลานข้ามไปหรือเดินกลับไปเส้นทางอื่น 

โดยไม่รู้ว่าอีกเส้นทางจะเป็นทางออกหรือทางตัน แถมคบเพลิงที่มีอยู่ก็ไม่ ได้สนับสนุนทางเลือกหลัง 

"ไม่ต้องห่วง ผมจะอยู่ข้างหลังคุณ" เคอจี่กระซิบพร้อมกับบีบฝ่ามือของลู่ลี่ หรานแน่น ในความมืด ไม่มีใครในห้องถ่ายทอดสดสังเกตเห็น 

แต่นั้นก็ทำให้ลู่ลี่หรานสงบลง เขาพยักหน้าก่อนจะปีนขึ้นไปบนกองเศษหิน อย่างรวดเร็ว  

"นี่คือท่อที่มีธารลาวาไหล" ลู่ลี่หรานอ้าปากบ่น  

เขาไม่กล้าที่จะออกแรงมาก เพราะกลัวว่าโครงสร้างที่บอบบางจะได้รับผล กระทบ เขาจึงทำได้เพียงเคลื่อนตัวไปข้างหน้าโดยการสลับแขน 

มีจังหวะหนึ่ง ลู่ลี่หรานคลานไปโดนแง่งหินที่หักทำให้แขนของเขาได้รับบาด เจ็บ แต่ด้วยสถานการณ์ที่บีบคั้นทำให้เขาไม่สามารถชะลอความเร็ว ดังนั้นจึงทำได้ เพียงกัดฟันและคลานไปข้างหน้าต่อ  

โชคดีที่เส้นทางไม่ยาวมากนัก หลังจากลู่ลี่หรานคลานได้ประมาณยี่สิบ เมตร เขาก็พบกับทางออก 

ลู่ลี่หรานรีบคลานออกมาข้างนอก แต่ก่อนที่เขาจะโล่งใจ เขาก็สังเกตเห็น เปลวเพลิงที่สั่นไหวผิดปกติ  

"เร็วเข้า! มันจะถล่มลงมาอีกแล้ว!" ลู่ลี่หรานรีบหันไปหาเคอจี่ทันที 

เคอจี่ที่คลานตามหลังลู่ลี่หรานมาติดๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้น มองการสั่นไหวของเปลวเพลิงด้วยหัวใจที่เต้นแรง และฝ่ามือของเขาที่กดทับบน ก้อนหินใต้ตัวก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนรอบตัว 

รูม่านตาของเขาหดเล็กลง จากนั้นเขาก็ถีบตัวใช้แรงหมุนส่งตัวเองไปข้าง หน้า ก่อนจะกลิ้งลงมาจากปากท่อ 

ทันทีที่เขาเคลื่อนตัวออกจากทางเดินแคบๆ หูของเขาก็ได้ยินเสียงร้องดังลั่น คล้ายกับเสียงฟ้าร้อง  

เคอจี่ที่ได้ยินเสียงนั้น เขาไม่หันหลังกลับไปมอง เขาทำเพียงตัวลู่ลี่ หรานเกาะกำแพงภูเขาไว้มือและเท้าของเขาแนบชิดกับตะเข็บกางเกงของเขา เหมือนกับไม้ค้ำยันแนวตั้ง 

หัวใจของลู่ลี่หรานเต้นรัวเร็วคล้ายกับเสียงกลอง 

เปลือกลาวาที่แข็งตัวแล้วแต่เปราะบางเหนือหัวของเขาเริ่มแตกร้าว เศษผง หินฟุ่งกระจายปกคลุมศีรษะของเขา ซึ่งทำให้ดวงตาของลู่ลี่หรานพร่ามัว  

สถานที่ที่เกิดการถล่มของอุโมงค์ครั้งนี้คือในท่อที่เพิ่งปีนผ่านไป! 

การถล่มกินเวลาไม่กี่วินาทีเมื่อพื้นดินมั่นคงขึ้น ลู่ลี่หรานก็ถอนหายใจด้วย ความโล่งใจ 

"ในสถานการณ์เช่นนี้การเกาะผนังภูเขาเพื่อลดพื้นที่สัมผัสถือเป็นวิธีการ ช่วยเหลือตัวเองที่ดีที่สุด จากการสำรวจพบว่าเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ภูเขาถล่มที่ คล้ายกันภายในถ้ำ อัตราการรอดชีวิตจากการเกาะผนังภูเขาสูงถึง 70%" ลู่ลี่ หรานพูดอธิบาย  

[ผมเข้าใจแล้ว! ผมได้เรียนรู้แล้ว!] 

[วิธีทำก็ง่าย ไม่ยาก เหมาะกับเรา] 

ลู่ลี่หรานหันไปมองเคอจี่ เขาก็พบว่าแขนข้างหนึ่งของอีกฝ่ายห้อยลงอย่าง แปลกๆ และใบหน้าของชายคนนั้นก็แสดงรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ 

[ฮึเมื่อกี้ฉันเพิ่งเห็นผู้ติดตามตัวน้อยโดนหินฟาด ฉันตาไม่ฟาดจริงๆ] [ช่วยด้วย แค่มองก็เจ็บแล้ว] 

ลู่ลี่หรานก็สูดหายใจเข้าลึก เขาไม่กล้าที่จะสัมผัสเคอจี่เพราะเขาไม่รู้ว่าเกิด อะไรขึ้นกับอีกฝ่าย 

"มันแค่เคลื่อนเท่านั้นครับ ไม่ต้องตกใจไป" แม้ใบหน้าของเคอจี่จะขาวซีด แต่น้ำเสียงยังคงนุ่มนวลและอ่อนโยน เขาพูดปลอบลู่ลี่หราน แต่ในเวลาเดียวกันก็ ใช้มือข้างที่ยังไม่บาดเจ็บอีกข้างจับแขนที่เคลื่อนตัวนั้นไว้อย่างเย็นชา 

เมื่อได้ยินเสียง 'กุบ' เคอจี่ก็หลับตาแน่นพร้อมกับดันแขนที่เคลื่อนให้กลับ เข้าตำแหน่งเดิม  

ใบหนเาของลู่ลี่หรานบิดเบี้ยว เขารีบเขาไปตรวจแขนของเคอจี่อีกครั้ง เพื่อ ให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติกับแขนและกระดูกถูกจัดวางอย่างชำนาญและแม่นยำ 

[เหี้ย! เหมือนที่ฉันเห็นใช่ไหม] 

[รีเซ็ทเองเหรอ??? ไม่ถึงนาทีก่อนและหลังเลยนะใช่มั้ย?!] 

[ผมรู้สึกเจ็บมาก แล้วยิ่งได้ยินเสียง 'กุบ' …SOS ยิ่งเจ็บเข้าไปอีก] [+1 ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน แขนของฉันก็รู้สึกเจ็บนิดหน่อย…] 

[โดยไม่คาดคิด ใบหน้าของผู้ติดตามตัวน้อยกลับกลายเป็นเพียงใบหน้า เขากลับกลายเป็นคนดุร้ายมาก] 

[ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็คือคนที่ติดตามสตรีมเมอร์มาที่ภูเขาไฟโรแซนน์ดังนั้น เขาก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ] 

ไม่ใช่ว่าลู่ลี่หรานไม่เคยจะจัดกระดูกเข้าที่ใหม่ด้วยตัวเอง แต่เมื่อถึงคราว ของเคอจี่ เขาก็รู้สึกว่าผู้บัญชาการในตอนนี้ดูหล่อและแข็งแกร่งมาก 

ถ้าไม่ใช่ว่าอยู่ในสถานที่ที่อาจจะพังได้อีกครั้ง ลู่ลี่หรานก็อยากจะเช็กอาการ ของเคอจี่ให้มั่นใจกว่านี้ 

ด้วยแสงคบเพลิงที่สั่นไหว ลู่ลี่หรานยกคบเพลิงขึ้นมาและมองไปรอบๆ เพื่อหาทางที่เขามา  

แต่วินาทีต่อมา ลู่ลี่หรานก็ตกตะลึงกับฉากตรงหน้าเขา จนอดไม่ได้ที่จะอ้า ปากเล็กน้อย 

เบื้องหน้าของเขา ท่ามกลางกองเศษหินที่พังทลาย ผนังด้านบนของถ้ำถูก ปกคลุมไปด้วยคริสตัลสีแดงเพลิง ซึ่งสะท้อนแสงสีแดงเข้มภายใต้แสงไฟ 

และระหว่างรอยแตกของคริสตัลสีแดงเพลิงเหล่านี้นั้น มีเพชรแพลตตินัมที่ ส่องประกายระยิบระยับนับไม่ถ้วน! 

[ฟัค, ฟัค, ฟัค, ฟัค!!!!!!!!!] 

[แองเคอร์!!!!!] 

[อะไรวะ อะไรวะ! นั่นเหมืองเหรอ??!] 

[ไม่จริง!! สตรีมเมอร์บอกว่านี่คือท่อลาวาไม่ใช่เหรอ?! เชี่ย!!] 

"คริสตัลภูเขาไฟและเพชร!" ลู่ลี่หรานหลุดเสียงดังออกมา  

ลู่ลี่หรานส่ายคบเพลิงไปรอบตัวก็พบว่า นอกจากบนผนังหินที่เต็มไป ด้วยคริสตัลและเพชร แต่ยังมีคริสตัลและเพชรจำนวนมากบนพื้นจากการพังทลาย เมื่อสักครู่นี้ด้วย! 

คริสตัลและเพชรเหล่านั้นที่มีมูลค่ามากมายบนกระดานซื้อขาย แต่เมื่อมอง เห็นในตอนนี้เหมือนกับว่าพวกมันเป็นเพียงเศษหิน! 

เปลือกตาทั้งสองข้างของลู่ลี่หรานกระตุก เขาหยิบคริสตัลภูเขาไฟบนพื้นขึ้น มาทันที 

เดิมที่นี่เป็นสิ่งที่เขาสนใจมากที่สุดในภารกิจนี้แต่ไม่คาดคิดว่ามันจะตกลง มาตรงหน้าเขาแบบนี้! 

ลู่ลี่หรานห่อมันด้วยร่มชูชีพ เช่นเดียวกับเคอจี่ก็เก็บมันมาได้มากเช่นกัน ใน ระหว่างที่ทั้งสองเคลื่อนตัววิ่งอย่างรวดเร็ว พวกเขาต่างก็เก็บเกี่ยวไปตลอดทาง  

ซึ่งภาพนั้น ทำให้ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างก็ตื่นเต้น  

พวกเขารู้สึกมีความสุขราวกับถูกรางวัลลอตเตอรี่! 

ทั้งสองวิ่งออกจากหลุมลาวาในจังหวะการหายใจเดียวกัน ในตอนนี้คบ เพลิงก็ได้เผาไหม้จนเมล็ดสุดท้าย  

ใช้ถูกเวลาพอดีและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มาก 

ลู่ลี่หรานตบกระติกน้ำของตัวเอง จากนั้นก็หันไปมองถุงร่มชูชีพหนักๆ ที่อยู่ ด้านหลังของเขา มันทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้ 

แต่เมื่อเห็นข้อความในห้องถ่ายทอดสดที่ถามว่าทำไมถึงมีคริสตัลภูเขาไฟ และเพชรอยู่ที่นี่ เขาก็เงยหน้าพร้อมกับพูดว่า "ความจริงแล้ว ก่อนที่ผมจะเข้ามาใน ที่นี่ ผมก็คิดว่าตัวเองโชคดีที่จะพบเหมืองแร่" 

"คริสตัลภูเขาไฟนั้นก็คือแก่นแท้ของลาวา ซึ่งง่ายที่จะพบในจุดที่ลาวาไหล ผ่าน" 

"ส่วนประกอบของเพชรก็คือธาตุคาร์บอน แต่ก็ต้องประกอบไปกับสภาวะ อุณหภูมิและแรงกดดันที่สูงอย่างมากเท่านั้น และภูเขาไฟสามารถให้ความร้อนและ แรงกดดันที่สูงพอๆ กับที่จำเป็นต่อการก่อตัวของเพชร ซึ่งเส้นทางนี่ก็เทียบเท่ากับ สายการผลิตเพชรของธรรมชาติ" 

[เหมือนเรียนภูมิศาสตร์เลย!] 

[นี่มันชั้นเรียนเคมีไม่ใช่เหรอ?] 

[อ่า อันนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ยังไงก็ตาม มันก็เหมือนเรียนอยู่ชั้นมัธยม ปลายนั่นแหละ] 

[ฮ่าๆ] 

"แต่ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ท่อลาวาก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเหมืองเสมอไป วันนี้เรา โชคดีมากที่เจอท่อลาวาที่นี่โดยบังเอิญ" ลู่ลี่หรานตบกระเป๋าใส่ร่ม "โดย เฉพาะคริสตัลภูเขาไฟพวกนี้เป็นสิ่งที่ผมต้องการอย่างยิ่ง" 

"ถ้าไม่เกิดการพังทลาย แร่ธาตุเหล่านี้อาจยังถูกฝังลึกอยู่ด้านหลังเปลือกหิน เหล่านี้และไม่มีวันได้เห็นแสงสว่างของวันเลย" 

ในระหว่างที่พูด เขาก็อดถอนหายใจยาว จากนั้นเขาก็มองไปยังปากท่อสี เข้มที่อยู่ด้านหลัง มันยากที่จะคิดถึงเรื่องที่ถ้ำพังทลายก่อนหน้านี้ไม่เพียงแต่เขา โชคดีที่จะหลบหนีอย่างปลอดภัย แต่ยังนำคริสตัลภูเขาไฟและเพชรมาเต็มสองถุง! 

คริสตัลภูเขาไฟมีพลังงานเปลวไฟที่เต็มเปี่ยมและเหมาะมากสำหรับการฝึก ฝนและปรับสภาพพลังจิต ยิ่งพลังจิตแข็งแกร่งมากเท่าไร คริสตัลภูเขาไฟก็ยิ่งถูก บริโภคมากขึ้นเท่านั้น ถุงเต็มสองถุงนี้เหมาะสำหรับเคอจี่มาก! 

[ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งทางจิตใจของผู้ใช้จะดีแต่เขาไม่ต้องการคริสตัลภู เขาไฟจำนวนมากขนาดนั้นใช่ไหม] 

[คริสตัลภูเขาไฟชิ้นหนึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับผู้ใช้พลังวิญญาณระดับ A  ทั่วไปที่จะใช้ได้เป็นเวลาหนึ่งเดือน ถุงใหญ่สองใบที่ด้านข้างของสมอจะใช้ได้นาน หลายสิบปี??] 

[เอ่อ บางทีพวกมันอาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวก็ได้พวกมันไม่รู้ถึงพลังของ ผลึกภูเขาไฟของเรา ดังนั้นพวกมันจึงคิดว่าสามารถย่อยมันได้] 

[บางทีเขาอาจจะใช้มันกับหนุ่มหล่อข้างๆ เขาก็ได้นะ?] 

[อย่าไร้สาระสิหนุ่มหล่อคนนั้นไม่มีพลังจิตเลยสักนิด!] 

[นั่นก็ดูเหมือนจะจริงนะ!??] 

[น่าเสียดาย] 

[ถ้าไม่มีกำลังใจก็ไร้ค่า ไร้ความหมาย ไร้เหตุผล ไร้เหตุผล ฉันไม่เข้าใจ จริงๆ ว่าสตรีมเมอร์กำลังคิดอะไรอยู่] 

ลู่ลี่หรานหรี่ตาลง 

หมัดของเขาแข็งมาก



บทที่ 236 วันที่สองร้อยสามสิบหกของการกักตุน เงินเพื่อเลี้ยงลูก 

[ไม่มีทาง!!! ห่างกันเป็นสิบๆ เมตร!!! เขาไม่มีพลังจิตเหรอไง!] 


ในตอนนี้หัวข้อการสนทนามีตั้งแต่หนุ่มหล่อที่ไม่มีพลังจิต ไปจนถึงวัฒนธรรมข้ารับใช้สัตว์เลี้ยงที่พูดถึงกันบนโลกใบนี้ 

มันเป็นประเภทที่แม้แต่วัวสิบตัวก็ดึงกลับไม่ได้ 

ใบหน้าของลู่ลี่หรานเริ่มบิดเบี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ เขาผูกหินก้อนใหญ่หนัก ประมาณยี่สิบถึงสามสิบกิโลกรัมไว้ที่ปลายเชือกด้านหนึ่ง กล้ามเนื้อแขนของเขาพอง ออกอย่างแรง และก็แกว่งไปมาเหมือนเสือ ราวกับว่าเขาสามารถโยนระเบิดที่ไม่น่า พิสมัยทิ้งในห้องถ่ายทอดสดได้ 

'ตุบ' 

ปลายเชือกที่ผูกกับหินไว้ถูกโยนไปอย่างแม่นยำไปที่ต้นไม้ยักษ์บนหลุม ขนาดใหญ่  

ลู่ลี่หรานอาศัยแรงเฉื่อยและมุมที่แม่นยำราวกับว่ามันเข้าใจความตั้งใจของลู่ ลี่หราน เลือกจึงพันรัดรอบลำต้นของต้นไม้ยักษ์หลายครั้ง  

ด้วยแรงแหว่งที่เร็วและหนักแน่น เชือกที่ตั้งใจจะใช้ปีนขึ้นหลุมขนาดใหญ่ กลับเกิดเสียงดังก้องและรัดแน่นเป็นเส้นตรง และเถ้าหินที่ปกคลุมอยู่เดิมก็กระเด็น ขึ้นไปทันที 

เชือกถูกผูกไว้กับต้นไม้แน่นหนาจนไม่สามารถดึงออกได้เลย 

การเคลื่อนไหวที่นี่ทำให้ห้องถ่ายทอดสดหยุดชะงัก—— 

[ว้าว! แม่นยำจริงๆ!] 

[สวย!] 

"เดิมทีฉันคิดว่ากาแล็กซีอารยธรรมขั้นสูงจะแตกต่างมากกว่านี้แต่ดูเหมือน ว่าระดับของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะก้าวหน้ากว่าเพียงสี่สิบหรือห้าสิบปีเท่า นั้น ดวงเคราะห์นี้เรียนรู้และพัฒนาพลังจิตได้ดีกว่าดาวเคราะห์ของผมเท่านั้น" 

มุมปากของลู่ลี่หรานยกขึ้นอย่างเย็นชา "นอกจากนี้ยังมีอารยธรรมขั้นสูงที่ ทำให้ธรรมชาติอันเลวร้ายของมนุษยชาติทวีความรุนแรงขึ้นอีกด้วย ทั้งเรื่องการมีอยู่ ของ 'ของเล่น' และระบบ 'ข้ารับใช้' ไม่มีความเคารพต่อชีวิตดูถูกสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ที่คุณคิดว่าต่ำกว่าตัวคุณ มันไร้สาระอย่างยิ่ง" 

"คิดว่าการมีพลังจิตนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดหรือยังไง? ถ้าอย่างนั้น ผมจะบอ กว่าตั้งแต่เข้ามาจนถึงตอนนี้ผมยังไม่ได้ใช้พลังจิตเลยสักนิด แต่สิ่งที่ผมทำนั้นมัน มากกว่าคนที่อ้างว่ามีพลังจิตสูงทำไม่ได้เลย" 

"ผมไม่รู้ว่าทำไมพวกคุณถึงหยิ่งผยองกับการอยู่เหนือคนอื่น" ลู่ลี่หรานเยาะ เย้ย  

เขาขึงเชือกให้แน่นก่อนจะเอนตัวไปด้านหลัง โดยรักษามุมเกือบตั้งฉากกับ ผนังหลุมยักษ์และออกแรงที่เอวของเขา จากนั้นเหยียบผนังภูเขาด้วยเท้าทั้งสองข้าง เหมือนกับกำลังเดินอยู่บนพื้นราบ จากนั้นจึงสลับแขนไปมาอย่างรวดเร็วและปีน กลับขึ้นไปบนยอดหลุมพร้อมกับเชือก! 

ไม่เพียงแต่ลู่ลี่หรานเท่านั้น แต่เคอจี่ก็ยังปีนไปตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสองปีน ขึ้นบนกำแพงหินที่สูงหลายสิบเมตรอย่างคล่องแคล่วราวกับว่าไม่มีแรงโน้มถ่วง 

ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างก็ตกตะลึงกับคำพูดเสียดสีอย่างกะทันหันของลู่ ลี่หราน เมื่อตอบโต้แล้ว พวกเขาก็เกือบจะโต้ตอบด้วยความโกรธ แต่พวกเขาเห็นว่า การกระทำของสตรีมเมอร์ทั้งสองคนในกล้องนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปทำได้! 

และมีความเข้าใจโดยปริยายที่ไม่มีใครเทียบได้มีความสม่ำเสมอในระดับ สูง และสะอาดหมดจด 

เอฟเฟกต์ภาพประเภทนี้มีผลกระทบมากกว่าการ 1 บวก 1 เท่ากับ 2 มาก [เหี้ย กูอยากด่า แต่สักพักกูด่าไม่ได้] 

[หึ...สตรีมเมอร์ดูเหมือนจะมีสำนึกเรื่องศีลธรรม แล้วทำไมถึงมาที่โลกของ เราเพื่อถ่ายทอดสดล่ะ ถ้าทำได้ก็อย่ามาแฟนๆ อย่างพวกเราเลย!] 

[เดี๋ยวก่อน นี่มันวิธีที่คนข้างบนจัดตัวเองว่าเป็นแฟนคลับรึเปล่านะ?] 

[มันไม่ยุติธรรมเลยที่จะพูดออกมา แต่ฉันมีสิ่งหนึ่งที่จะพูด ฉันไม่คาดคิด ว่าสตรีมเมอร์จะสามารถทำสิ่งนี้ได้โดยไม่ต้องใช้พลังจิตเลย?!] 

[+1 ฉันคิดเสมอว่าสตรีมเมอร์ใช้พลังจิตจดจ่อกับเท้าเพื่อให้การเคลื่อนไหว ทุกอย่างคล่องแคล่ว ฉันไม่นึกว่าจะเป็นแค่การทำงานของร่างกายเท่านั้น!] 

[เหลือเชื่อที่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา] 

เสียงดังและเสียงตะโกนในห้องถ่ายทอดสดไม่ได้ดึงดูดความสนใจของลู่ลี่ หรานเลยสักนิด  

ตามที่คาดไว้การถ่ายทอดสดของเขาเป็นเพียงกิจกรรมเสริมเท่านั้น การทำ ภารกิจที่ระบบมอบหมายให้สำเร็จคือสิ่งที่สำคัญที่สุด 

เมื่อพูดถึงความนิยมของห้องถ่ายทอดสด ลู่ลี่หรานไม่มีความรู้สึกผูกพันกับ กาแล็กซีอารยธรรมระดับสูงเช่นนี้ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เขาไม่คิดที่จะผูกมิตร และเรียกความนิยมเลยสักนิด 

ในตอนนี้เขามีถุงคริสตัลภูเขาไฟขนาดใหญ่สองถุง แม้ว่าตั๋วแลกเปลี่ยนที่ จะได้จากการถ่ายทอดสดครั้งนี้จะไม่มาก แต่เขาก็ยังมีวัสดุเพียงพอที่จะให้เคอจี่ฝึก ฝนพลังจิต 

เขาไม่ได้สูญเสียผลประโยชน์ในการถ่ายทอดสดครั้งนี้เลย 

หลังจากปีนขึ้นมาด้านบนแล้ว ลู่ลี่หรานก็เก็บเชือกอย่างเฉยเมย เขาขี้เกียจ เกินกว่าจะพูดอะไรอีกในระหว่างการถ่ายทอดสด เขาทำเพียงสบสายตากับเคอจี่เท่า นั้น ทั้งสองก็เดินไปตรงขอบเนินเขาที่ห่างไกลด้วยความเข้าใจโดยปริยาย 

มูลค่าการใช้เนินเขาที่โดดเดี่ยวสำหรับพวกเขานั้นเกือบจะเสร็จสมบูรณ์ แล้ว ตอนนี้ใกล้จะค่ำแล้ว ลู่ลี่หรานจึงวางแผนสร้างที่ตั้งแคมป์ชั่วคราวในบริเวณ ใกล้เคียง 

มาหาอะไรกินกันดีกว่า 

ลู่ลี่หรานไม่ได้พูดอะไร แต่เขาและเคอจี่มีความเข้าใจกันโดยปริยาย ทั้งสอง เดินทางอย่างรวดเร็วผ่านป่าบนเนินเขาที่ห่างไกล และในที่สุดก็พบพื้นที่ราบและเปิด โล่งที่เหมาะสำหรับการตั้งแคมป์ 

ต่างแตกจากห้องถ่ายทอดสดที่ไม่ได้เย็นลงเลยสักนิด กลับกัน ยังเต็มไป ด้วยข้อความที่รัวไม่หยุดกับคำพูดของลู่ลี่หรานที่ทิ้งระเบิดไปก่อนหน้า  

[ฉันเคยได้ยินมาว่ามนุษย์ในกาแล็กซีที่ต่ำกว่านั้นไม่เก่งในการใช้พลังจิต ดังนั้นพวกเขาอาจจะใส่ใจร่างกายมากกว่าเราใช่ไหม] 

[ไม่ ไม่ ฉันได้ยินมาว่าพวกเขายังคงพึ่งพาเทคโนโลยีสูงอยู่! แน่นอนว่ามัน เป็นเทคโนโลยีสูงสำหรับโลกของพวกเขาเอง] 

[ถึงจะว่าไป สมอก็ยังผิดปกติอยู่] 

[สตรีมเมอร์นี่ตลกจริงๆ นะ เขาอยากกินการถ่ายทอดสดของกาแล็กซี อารยธรรมขั้นสูงของเรา,, ในขณะที่วิจารณ์อารยธรรมของเราอย่างดูถูกดูแคลน ฮ่าๆ] 

[อยากดูว่าสตรีมเมอร์จะยังกล้าดื้อรั้นขนาดนี้อีกไหม หลังจากทำให้คนทั่ว ไปโกรธและไม่มีใครดูการถ่ายทอดสด] 

[ว่าแต่ว่า…ดูเหมือนว่าจำนวนคนที่อยู่ในห้องถ่ายทอดสดจะเกินสามล้าน คน…มากกว่าเดิม] 

[ได้ยินมาว่ามีสมอจากอารยธรรมกาแล็กซีล่างมาล้อเลียนเราอยู่เหรอ???  เข้ามาเช็กอินที่นี่สิ] 

[ร่วมสนุกกัน] 

[+1] 

... 

.. 

จำนวนคนในห้องถ่ายทอดสดของลู่ลี่หรานไม่ได้ลดลงเลยสักนิด แต่มัน กลับเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว 

คำพูดของลู่ลี่หรานถูกตัดต่อให้เป็นมีนสั้นๆ ได้แพร่กระจายไปทั่วเครือข่าย กาแลคซี K-158 

ไม่เพียงแต่ผู้คนที่ผ่านไปมาที่มาลงทะเบียนเท่านั้น แต่ยังมี 'ชาวพื้นเมือง'  จากระบบ K-158 ที่สนับสนุนสิทธิเท่าเทียมกันอีกด้วย แน่นอนว่ายังมีคนที่มาเพื่อ ด่ากันเท่านั้น 

ในตอนนี้ห้องถ่ายทอดสดของลู่ลี่หรานเหมือนเป็นสถานที่ที่รวมตัวของคน ต่างขั้ว แต่มันกลับได้รับความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นแทนที่จะลดลง 

[ตอนนี้สตรีมเมอร์กำลังทำอะไรอยู่?] 

[ใครจะรู้ความเงียบคือทองคำ] 

[จ๊ากๆๆ เรายังไม่ได้ต่อว่ากันเลย แต่เขาเริ่มโกรธและน้อยใจแล้วเหรอ ใช้ ความรุนแรงกับเราเหรอ??] 

[ระหว่างไลฟ์ยังรังแกคนดูอยู่เหรอ สมอคนนี้บ้าไปแล้ว!] 

[ใช่แล้ว มันเป็นเรื่องใหญ่และฉันจะไม่ดูมันอีกต่อไป ใครสนใจล่ะ!] 

[เฮ้ย สมอไปทำอะไรอยู่วะ ทำไมเอาเถาวัลย์พวกนี้ไปปักลงดินวะ ทำไมมัน โค้งงอเป็นซุ้มโค้งไปหมด ดูดีจังเลย] 

[โรคย้ำคิดย้ำทำนี้ทำให้รู้สึกดีมาก] 

[ผมไม่เข้าใจครับ ใครช่วยอธิบายได้บ้างครับ] 

[ไม่เข้าใจ +111111 ดูต่อไปเดี๋ยวก็รู้ว่าสตรีมเมอร์ทำอะไร] 

[… ฮึ่ม ฉันจะรอจนกว่าจะเข้าใจว่าสตรีมเมอร์กำลังแสร้งทำอะไรอยู่ แล้ว ฉันจะออกจากห้องถ่ายทอดสด!] 

[ใช่ ใช่ ฉันก็เหมือนกัน] 

[เพิ่มฉันด้วย] 

แม้จะเป็นแบบนั้น แต่มือของคนเหล่านั้นซื่อสัตย์กว่าปากของพวกเขา ไม่ เพียงแต่พวกเขาดึงนิ้วที่กำลังจะชี้ไม้กางเขนกลับเท่านั้น แต่พวกเขายัง 'ตัวสั่น' และ เลื่อนมันไปที่ดาวห้าแฉกกลวงที่มุมขวาล่าง คลิกมัน และจุดมันให้สว่าง 

ข้อความเตือนความจำจะปรากฏขึ้นบนอินเทอร์เฟซ: "โฮตส์ได้บุ๊กมาร์กห้อง ถ่ายทอดสดของสตรีมเมอร์ท่านนี้แล้ว! เมื่อสตรีมเมอร์เริ่มออกอากาศ หน้า ต่างป๊อปอัปจะปรากฏขึ้นเพื่อเตือนท่าน!" 

แคก.แค่ก... 

ทางฝั่งของลู่ลี่หรานกำลังใช้กิ่งไม้ยาวๆ กวาดพื้นที่เขาวางแผนจะตั้งแคมป์ เพื่อป้องกันไม่ให้งูและแมลงซ่อนตัวอยู่บนพื้นดิน 

วัสดุสำเร็จรูปสามารถมองเห็นได้ทุกที่บนพื้นดิน เถาวัลย์ที่หนาเท่านิ้วมือก็ เหี่ยวเฉาลงบนพื้นและสามารถดึงขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย 

แม้ว่าเถาวัลย์เหล่านี้จะแห้งตายไปแล้ว แต่มันก็ยังแข็งแรงมาก แม้จะงออยู่ แบบนี้ก็จะไม่หักง่าย 

ลู่ลี่หรานอดไม่ได้ที่จะชื่นชมความเหนียวที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งของ เถาวัลย์เขาดัดมันทีละต้นให้เป็นส่วนโค้งสูงประมาณครึ่งเมตร เช่นเดียวกับสะพาน โค้ง 

บริเวณโดยรอบปกคลุมไปด้วยมอสสดซึ่งเป็นมอสสีเขียวทั่วไป ไม่มีปรสิต ที่น่ารำคาญที่จะทำให้เกิดอาการคัน ดังนั้นลู่ลี่หรานจึงใช้มีดสั้นตัดบริเวณกว้าง 

เขากลิ้งพรมออกไปเกือบหมดโดยเอามอสที่อยู่รอบๆ ออกไป จากนั้นจึงนำ ไปโรยให้แบนๆ บนเถาวัลย์ที่เป็น 'สะพานโค้ง' เหมือนกับว่ามอสถูกทาด้วยชั้น ซีเมนต์ 

จากนั้นนำใบปาล์มที่ยาวและกว้างมาเสียบไว้ด้านบน ใบปาล์มเหล่านี้เปรียบ เสมือนช่องทางน้ำสำเร็จรูป แม้ว่าจะมีฝนตกในเวลากลางคืน น้ำฝนก็จะดูดก้านใบ ปาล์มที่เว้าตรงกลางลงมา 

ลู่ลี่หรานและเคอจี่ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการวางแคมป์จากต้นแบบที่ว่าง เปล่าซึ่งไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าจะเป็นแคมป์อะไร ไปจนถึงโรงเก็บของสีเขียวสดใสตรงหน้า พวกเขา ราวกับว่าพวกเขามีเวทมนตร์อยู่ในมือ 

ด้วยวิธีนี้แม้ว่าลู่ลี่หรานจะไม่ได้พูดอะไร แต่ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดก็ สามารถเข้าใจได้ 

[เหี้ยยย!! สร้างเต็นท์ด้วยมือเปล่า!!] 

[ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้!! กลายเป็นว่าเถาวัลย์คือถั่วในโรงเรือน!! นี่มันโอ เค!!] 

[สมองของสตรีมเมอร์นี่มันจริงๆ ฉันไม่รู้ว่าเขาเติบโตขึ้นมาได้ยังไง แต่เขา คิดที่จะทำมันได้มันน่าทึ่งมาก] 

[666] 

[ฮึ่ม นั่นแหละ แค่พยายามให้ลึกลับเท่านั้น จริงๆ แล้วมันเรียบง่ายมาก ฉันอยากเห็นว่าเขาจะทำอะไรต่อไป!] 

[ใช่ใช่ ฉันอยู่ตรงนี้เพื่อดูสมอพลิกคว่ำ] 

[ฉันก็เหมือนกัน] 

ลู่ลี่หรานพูดกับเคอจี่ว่า "คุณช่วยก่อกองไฟให้หน่อยครับ เดียวผมจะไปหา อาหารแถวนี้ถ้าหาไม่ได้เราจะได้กินลูกแพร์แรดที่เหลือสองลูกเป็นมื้อดึก" 

"ครับ" เคอจี่ตอบรับ 

ลู่ลี่หรานหยิบมีดสั้นขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าไปในป่าอีกครั้ง  

ลูกบอลโดรนก็ทำหน้าที่ของมันอย่างดีมันแยกกล้องเลนส์หลักและเลนส์ รองออกจากกันโดยติดตามลู่ลี่หรานและเคอจี่  

ไม่นานหลังจากลู่ลี่หรานแยกตัว ก็มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญปรากฏตัวในแคมป์ 

เคอจี่ที่กำลังก่อกองไฟโดยหันหลังให้กับมัน ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดเห็น มันกระโดดลงมาจากต้นไม้สูงกว่าสิบเมตรในระยะไกลและไถลไปบนพื้นโดยไม่ ขยับตัวเลย ห้าสิบเมตร สี่สิบเมตร… 

สัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายเสือดาวที่มีลวดลายคล้ายงูเหลือม วิ่งไปบนใบ หญ้าบนพื้นและเดินเข้ามาหาเคอจี่อย่างเงียบๆ 

ผู้ชมถึงกับลืมโพสต์ภาพระดมยิงไปชั่วขณะ พวกเขาต่างก็กลั้นหายใจ! 

เคอจี่หยุดมือ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาวางหินเหล็กไฟและกิ่งไม้แห้งในมือ ลง แตะน่องของเขาอย่างเงียบๆ ด้วยฝ่ามือของเขา เอื้อมมือไปที่สายรัดเบาๆ และ หยิบมีดสั้นรูปร่างประหลาดแต่คมมากออกมา 

ใบมีดมีตัวล็อกแบบครึ่งวงกลม มีฟันด้านหลังที่ด้านบนด้านหลังของใบ มีด ใบมีดด้านบนมีขอบปลอมแบบเส้นตรง ซึ่งใช้งานได้หลากหลาย 

มีดสั้นเล่มนี้ดูเหมือนว่าจะมีไว้เพื่อการโจมตีเท่านั้น ไม่ว่าจะแทงหรือทิ่มแทง ก็สะดวกมาก เนื่องจากมีการออกแบบที่เพรียวบางเป็นพิเศษ จึงเหมาะเป็นพิเศษ สำหรับการแทงจากมุมล่าง 

เคอจี่กุมมีดสั้นในมือไว้แน่น ดวงตามีประกายบางอย่างฉายวาบในดวงตา [เฮ้ย เฮ้ย เขาเจอมันแล้วเหรอเนี่ย?!]

[ไม่มีทาง!!! ห่างกันเป็นสิบๆ เมตร!!! เขาไม่มีพลังจิตไม่ใช่หรือไง!] 

[อย่ามาบอกฉันนะว่าแม้มนุษย์ในกาแล็กซีอารยธรรมต่ำจะไม่มีพลังจิต แต่ พวกเขาก็ยังสามารถสัมผัสถึงอันตรายที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตรได้ผ่านทางร่าง กายเท่านั้น! ฉันไม่เชื่อ!!] 

[นี่มันเรื่องไร้สาระเกินไป!!!] 

[แต่เขาไม่มีพลังจิตจริงๆ นะ!!] 

[พระเจ้ากำลังแกล้งฉัน]



บทที่ 237 วันที่สองร้อยสามสิบเจ็ดของการกักตุนเงินเพื่อเลี้ยงลูก 

[ระบบ: ติ๊ง! ตรวจพบว่าจำนวนผู้ใช้ออนไลน์ของโฮสต์ปัจจุบันเกินค่า เฉลี่ย 10 ล้านคน! เปิดโดเมนผู้ชมโดยอัตโนมัติ!] 


สัตว์ที่มีรูปร่างเหมือนเสือดาวแต่มีลวดลายเหมือนกับงูเหลือม มันย่างกลาย อย่างเงียบกริบเข้ามาใกล้เคอจี่มากขึ้นเรื่อยๆ  

แต่เคอจี่ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย หลังจากที่เขาหยิบมีดสั้นขึ้นมา เขายัง ตีหินเหล็กไฟด้วยมีดสั้นอีกด้วย 

ประกายไฟกระทบฟืนและติดไฟอย่างรวดเร็ว เคอจี่นำเชื้อไฟที่จุดแล้วไปยัง กองกิ่งไม้แห้ง ซึ่งทำให้ผู้คนสับสนไปชั่วขณะ 

[เขาค้นพบสัตว์ร้ายเสือดาวหรือเปล่า…] 

[คุณปู่คนนี้รู้สึกโง่จัง ทำไมรู้สึกเหมือนว่ากำลังจุดไฟอยู่เฉยๆ ล่ะ??] 

[ผมว่าไม่เหมือนนะ…แต่ผมคิดว่าเขาเป็น…] 

[มันกำลังลงมาแล้ว] 

[อย่าลงมานะ ระยะทางตอนนี้อยู่ห่างออกไปเพียงสิบเมตร!!] 

[แม่สตรีมเมอร์กลับมาเร็วๆ นะ ของเล่นน้อยของลูกจะตายถ้าไม่กลับ มา!!] 

[ของเล่นตัวน้อย?? ระวังตัวด้วยนะ เดี๋ยวสมอจะโกรธอีก] 

[นี่มันถึงเวลาจะมาวุ่นวายกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อีกแล้วเหรอ?] 

ในที่สุดลู่ลี่หรานก็สังเกตเห็นข้อความในห้องแชท แม้ว่าเขาจะไม่คิดใส่ใจ แถมพฤติกรรมของเขายังเฉื่อยชา โชคดีที่การสบตานี้ทำให้หัวใจของลู่ลี่หรานเต้น รัว 

เขารีบกลับแคมป์ทันทีแม้จะรู้ดีว่าเคอจี่รับมือได้ถึงแม้จะเร่งฝีเท้า แต่เขาก็ อดกังวลไม่ได้อยู่ดีเขาพึมพำว่า "เขาจัดการได้ไม่เป็นไร" 

แทนที่ที่เขาจะพูดกับคนในห้องถ่ายทอดสด ควรจะเรียกว่าเขาบอกกลับตัว เองเสียดีกว่า 

ทางฝั่งของเคอจี่ 

สัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายกับเสือดาว แต่มีลวดลายคล้ายกับงูเหลือมได้ มีการเยื้องย่างเข้ามาอย่างเชื่องช้า มันฟุบหมอบตัวในระยะพุ่งกระโจน อุ้งเท้าที่หนา และอวบอิ่ม แต่ทุกการก้าวเดินของมันแทบไร้เสียง  

ความสามารถในการเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วมาก แม้กระทั่งยุ่งตัวน้อยก็ ไม่อาจจะหลบเลี่ยงอุ้งเท้าของมัน การหดตัวของกล้ามเนื้อใช้เวลาเพียง 8 มิลลิ วินาทีซึ่งสามารถระเบิดด้วยพลังและความเร็วที่น่าทึ่งได้ในช่วงเวลาสั้นๆ 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่มันสามารถครอบครองผืนป่าแห่งนี้ได้  

มันคืบคลานเข้าใกล้เหยื่อของมันอย่างช้าๆ ดวงตาแหลมคมต้องมองเหยื่อที่ กำลังจะตายภายใต้เขี้ยวอันยาวของมัน—— 

ตราบใดที่เหยื่อของมันรู้ตัวและแสดงเจตนาที่จะหลบหนีหรือมีอาการตื่น ตระหนก เมื่อนั้นเหยื่อของมันจะต้องตายภายใต้เขี้ยวเล็บของมัน! 

สิบเมตร เจ็ดเมตร ห้าเมตร… 

เคอจี่ปรับระดับการเฝ้าระวังของตัวเอง ใบหูของเขาขยับเล็กน้อย พร้อมกับ ประเมินระยะห่างของตัวเองกับสัตว์ร้ายในใจ 

เราต้องต่อสู้และก้าวไปข้างหน้า ดวงตาของเคอจี่หรี่ลง เขาก็หันกลับมาทันที 

ในเวลาเดียวกัน สัตว์ร้ายร้องคำราม โชว์เขี้ยวที่แหลมคม กระโจนลอยขึ้น บนอากาศและพุ่งตรงไปบริเวณลำคอบอบบางของเคอจี่! 

แต่เมื่อมันลอยอยู่กลางอากาศแล้ว มันก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันทีเพราะว่า มนุษย์ที่มันคิดว่าเป็นเหยื่อไม่หลบการโจมตีของมันแม้แต่น้อย แต่กลับมาทีท่าสงบ เฉยเมย  

เมื่อมันเกิดอาการหวาดกลัว บทบาทของนักล่าและเหยื่อก็สลับกันอย่างสิ้น เชิง  

สายเลือดหนาพุ่งกระจายไปที่เลนส์ของโดรนอย่างกะทันหัน ปกคลุมกล้อง ไปจนหมด  

ภาพที่ฉายในห้องถ่ายทอดสดกลายเป็นสีแดงทันทีทำให้ผู้ต่างก็ 

ร้องกริ้ดด้วยความตกใจ  

[เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย มันฆ่าคนได้จริงๆ เหรอ!?] 

[สัตว์รูปร่างเสือดาวนั้นแทบจะไม่มีศัตรูตามธรรมชาติเลย คราวนี้มันโจมตี กำแพงจริงๆ] 

[เสียดายผู้ติดตามตัวน้อยสุดหล่อ!! ยังจะสายเกินไปที่จะเรียกตำรวจค้นหา และกู้ภัย] 

[คุณล้อเล่นใช่ไหม สัตว์รูปร่างเสือดาวไม่กินอาหารสดเหรอ เมื่อทีมค้นหา และกู้ภัยมาถึง พวกเขาจะเก็บเฉพาะลำไส้ที่สัตว์รูปร่างเสือดาวไม่ชอบกิน] 

[อาเจียน--] 

[เดี๋ยวนะ เลนส์มันใสนะ ไม่เห็นจะเหมือน……] 

[คนที่ล้มลงไปที่พื้นไม่ใช่ผู้ติดตามตัวน้อย!!] 

ลูกบอลโดรนมีฟังก์ชันพิเศษที่ทำความสะอาดเลนส์ไม่นานภาพที่ฉายก็เห็น สัตว์ร้ายรูปร่างเหมือนเสือดาวนอนอยู่บนพื้นโดยมีเขี้ยวยาวโผล่ออกมาด้านนอก ปาก มันหายใจแรงและรวดเร็ว และมีเลือดไหลออกมาจากรูเลือดในลำคอพร้อมกับ อัตราการหายใจที่รวดเร็ว 

เคอจี่เดินไปหาสัตว์ร้ายที่รูปร่างเหมือนเสือดาว เมื่อเห็นว่ามันดิ้นรนที่จะลุก ขึ้น เขาก็ยื่นมือกดมันลงบนพื้นด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวาที่จับมีดรูปร่างประหลาดก็ เฉือนเข้าไปในหลอดลมอย่างไม่ลังเล จบการต่อสู้ที่เจ็บปวดของมันอย่างสวยงาม 

การโจมตีเกิดขึ้นเมื่อสัตว์ร้ายรูปร่างคล้ายเสือดาวกระโจนขึ้นไป และมันโจม ตีด้วยการแทงอย่างกะทันหันจากด้านล่างขึ้นไป โดยหลีกเลี่ยงเขี้ยวได้อย่างแม่นยำ และแทงกลับเข้าที่คอของมันด้วยมือสั้นๆ 

ด้วยเหตุนี้เคอจี่จึงถูกสัตว์ร้ายรูปร่างคล้ายเสือดาวสาดเลือดไปทั่วตัว 

ทั่วใบหน้างามเต็มไปด้วยเลือด แต่การเคลื่อนไหวไม่มีความลังเลสักนิดที่ จะตัดคอของสัตว์ร้ายรูปเสือดาว  

เขาทั้งเฉียบขาดและดุร้าย! 

เป็นเวลาหนึ่งที่ไม่มีใครในห้องถ่ายทอดสดกล้าพูดว่า เขาเป็นเหมือนของ เล่นเล็กๆ 

ตลกร้ายอะไรอย่างนี้!!! 

ของเล่นของใครมันจะร้ายกาจขนาดนั้น! 

[แม่เจ้า..ดีที่เขาไม่มีพลังจิต ถ้าเกิดมีจะเป็นยังไงบ้าง] 

[บ้าเอ่ย ไม่มีโมเสก!!! อยากได้yue ] 

[อาโอ อาโอ อาโอ อาโอ ฆ่าสัตว์ร้ายรูปเสือดาว!!! สุดยอดไปเลย!!!] 

[ไม่แปลกใจเลยที่สตรีมเมอร์พูดอย่างเย็นชาว่าเขาสามารถจัดการได้…แค่ นั้นเอง มีอะไรที่เขาจะจัดการไม่ได้อีก! ป่าเขาอันโดดเดี่ยวทั้งหมดเป็นของเขา!!] 

[โกรธมาก ฉากฆ่าโดนเลือดบังซะงั้น!! ขอชะลอความเร็วสักสิบรอบแล้ว ดูเฟรมต่อเฟรม อ่าาาา] 

[เพิ่มฉันด้วย!] 

จำนวนคนออนไลน์ในห้องถ่ายทอดสดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว! 

เมื่อลู่ลี่หรานรีบกลับมาถึงแคมป์ชั่วคราว เคอจี่ก็เพิ่งทำความสะอาดคราบ เลือดบนพื้นเสร็จ 

แม้ว่าเลือดของมันจะมีประโยชน์ในการไล่สัตว์ตัวเล็กๆ แต่มันก็อาจจะดึง ดูดสัตว์ตัวใหญ่ได้ 

เมื่อเห็นเคอจี่ที่ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือด หัวใจของลู่ลี่หรานเต้นผิดจังหวะ แต่ในไม่ช้าเขาก็รู้ว่าเลือดทั้งหมดเป็นของสัตว์ร้าย 

เคอจี่ที่หันกลับไปมอง เมื่อเขาเห็นลู่ลี่หรานเขาก็ยกคิ้วขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม อ่อนโยน "คุณกลับมาทันเวลาพอดีอาหารเย็นมีแล้ว" 

[ไม่รู้จะบ่นอะไรดีสัตว์รูปร่างเสือดาวส่งอาหารมาอย่างโกรธจัดจากที่ไกล ออกไปหลายพันไมล์?] 

[หนุ่มหล่อเขาพูดจาโหดร้ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนได้ยังไงกัน QAQ] 

[คำนับ] 

[ยังกล้ากินซากสัตว์ร้ายที่ดุร้ายได้อย่างไร??] 

[อย่าทำเป็นเล่นๆ นะ คุณทำเหมือนกับว่าคุณไม่กินเนื้อสัตว์เป็นปกติพวก มันโหดร้าย] 

ลู่ลี่หรานเดินเข้าไปใกล้ซากของสัตว์ร้าย มันมีรูปร่างคล้ายกับเสือดาว แต่มี ขาที่หนาและทรงพลังแสดงให้เห็นว่ามันเป็นสัตว์ที่อยู่เหนือสัตว์ตัวอื่น แถมเขี้ยว ขนาดใหญ่สองอันของมันทำให้การโจมตีและแรงกัดของมันนั้นน่าทึ่งมาก 

ลู่ลี่หรานอดมองไปทางเคอจี่ สายตาของเขาหยุดนิ่งที่อาวุธในมือของอีก ฝ่าย ดูเหมือนว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการต่อสู้ในระยะประชิดและดูปรับแต่งให้ เคอจี่ใช้งานโดยเฉพาะ 

"พี่ชายของคุณให้ผมมา" เคอจี่ที่สังเกตเห็นสายตาของลู่ลี่หราน เขาก็ยิ้ม พร้อมกับเช็ดคราบเลือดบนใบมีดด้วยเสื้อคลุมของตัวเอง จากนั้นก็ยื่นส่งให้ลู่ลี่ หราน  

ลู่ลี่หรานรับมีดนั้นด้วยความรู้สึกอยากรู้อยากเห็น แต่ในที่สุดเขาก็ยื่นส่งคืน ให้กับเคอจี่ "มันเหมาะกับคุณมาก" 

[เฮ้! สตรีมเมอร์คุณมุ่งความสนใจไปที่มีดสั้นเท่านั้นเหรอ?!! คุณไม่ตกใจ สักหน่อยเหรอที่ของเล่นของคุณได้ฆ่าสัตว์ร้ายรูปร่างเหมือนเสือดาวด้วยอาวุธเย็น ได้?!] 

[SOS ใครจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่มีพลังโจมตีสูงสุดขนาดนั้น ตื่นได้แล้ว] 

[ถ้ามาบอกฉันข้างบนว่าหนุ่มหล่อเป็นของเล่น ฉันกลัวว่าหนุ่มหล่อจะตาม สายเน็ตไปเชือดคอแก] 

[ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่การเห็นพวกเขาแลกอาวุธกันอย่างใจเย็นทำให้ผมรู้สึก กลัวมาก QAQ] 

[การสงบสติอารมณ์คือสิ่งที่อันตรายที่สุด] 

"มันคมและใช้งานได้ง่ายจริงๆ ครับ" เคอจี่รับมีดกลับก่อนจะเชิดปลายคาง ไปที่ซากของสัตว์ร้ายที่อยู่ข้างกองไฟ 

ลู่ลี่หรานที่เห็นแบบนั้น เขาก็หยิบมีดสั้นของตัวเองออกมาและแยกชิ้นส่วน ของสัตว์ร้ายอย่างกระตือรือร้น 

"ผมไม่คาดคิดว่าจะมีการเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ที่นี่" ลู่ลี่หรานหัน ไปพูดกับเคอจี่ "ที่นี่ตอนกลางคืนหนาวมาก ชั้นขนนี้จึงช่วยให้คุณอบอุ่นได้" 

ในระหว่างที่พูด เขาก็ใช้มีดสั้นกรีดคอของสัตว์ร้ายรูปเสือดาวให้เป็นแผล ยาวขึ้น 

ปลายของมีดสั้นแยกขนชั้นบนและเนื้อไขมันใต้ผิวหนังออกจากกัน จากนั้น สอดมือเข้าไปแล้วขยายออกช้าๆ 

หลังจากที่ขยายพื้นที่ด้านในให้รองรับได้มากขึ้นแล้ว ลู่ลี่หรานก็ยัดแขนของ เขาเข้าไปทั้งหมด จากนั้นก็ยัดมืออีกข้างและแขนอีกข้างหนึ่ง 

ตลอดทั้งกระบวนการลู่ลี่หรานเคลื่อนไหวด้วยความระวัง จนกระทั่งขนทั้ง หมดถูกลอกออกด้วยมือจนหมด 

ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดต่างตะลึง ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่เคยเห็นวิธีการ แยกขนสัตว์ที่ตรงไปตรงมาและหยาบกระด้างเช่นนี้มาก่อน 

แต่ในขณะนี้ไม่มีใครกล้าที่จะพูดว่า 'ผู้คนจากกาแล็กซีอารยธรรมต่ำนั้นป่า เถื่อนและหยาบคาย' 

เคอจี่ชื่นชมทักษะการถลกหนังของลู่ลี่หรานอย่างจริงใจ จนอดนึกถึงอูฐใน ทะเลทรายซัลบาไม่ได้ 

"ขอบคุณมากที่ตัดคอมันออก ไม่เช่นนั้นผมคงไม่สามารถลอกมันออกได้ หมด" ลู่ลี่หรานกล่าวอย่างถ่อมตัว 

[พวกคุณสองคน... อย่าถ่อมตัวนักสิผมฉันลุกเป็นไฟแล้ว อ๊ากกกกก] [แวร์ซายระหว่างพวกคุณสองคนมันแย่มากเลย] 

[QAQ มนุษย์ในกาแล็กซีอารยธรรมล่างน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ แปลกใจเลยที่พวกเขาไม่ยอมให้เราเดินทาง เป็นเพราะต้องการปกป้องเราหรือไง?!] 

[เข้าใจแล้ว] 

ลู่ลี่หรานเหลือบมองไปยังการโจมตีในห้องถ่ายทอดสด แต่เขาก็ยังไม่ได้ ตอบสนองใดๆ รู้สึกแปลกๆ เล็กน้อยในใจ 

งาช้างสามารถนำมาใช้เป็นอาวุธได้ไขมันสามารถนำมาต้มเป็นเชื้อเพลิง ขน สัตว์สามารถนำมาใช้สร้างความอบอุ่น... 

ลู่ลี่หรานแบ่งสัตว์รูปร่างเสือดาวทั้งตัวออกแทบไม่เหลือเลย ยกเว้นตัวธรรม ดา เมื่อมองจากระยะใกล้ของโดรน ลู่ลี่หรานก็ควักลูกตาของสัตว์ร้ายด้วยมีดเล่ม เดียว 

เขาจ้องมองเคอจี่พร้อมกับส่งสายตาว่า 'คุณเข้าใจใช่ไหม' 

เคอจี่: ...ผมไม่ทำไม่ได้เหรอ? 

"อย่าเลือกมากบนภูเขาไฟ" ลู่ลี่หรานยักไหล่ "ดวงตาสดใหม่ของมันไม่เพียง แต่อุดมไปด้วยกรดไขมันและวิตามินเอเท่านั้น แต่ยังมีน้ำจืดมากกว่า 70% อีกด้วย" 

"แต่จะดีกว่าหากย่างมันก่อนกิน" ลู่ลี่หรานพูดพร้อมกับโยนลูกตาสองข้าง เข้าไปในกองไฟ 

"....." เคอจี่  

.. 

.. 

[เดี๋ยวก่อน ฉันได้ยินอะไรผิดรึเปล่า???] 

[ระบบ: ติ๊งต่อง! ตรวจพบว่าจำนวนผู้ใช้ออนไลน์ของโฮสต์ปัจจุบันเกินค่า เฉลี่ย 10 ล้านคนแล้ว! โดเมนผู้ชมจะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ!] 

เสียงของระบบดังขึ้นในหัวของลู่ลี่หรานในเวลาเดียวกัน 

ผู้ชมในกาแล็กซีอารยธรรมขั้นสูงได้ค้นพบทันทีว่ามีคลื่นแฟนๆ นักสู้ที่น่า กลัวจำนวนมากปรากฏขึ้นในห้องถ่ายทอดสด 

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ตาพี่ใหญ่ลู่ร้อนแรงมากเลย!! คิดถึงมากเลย!!] 

[สั่นสะท้าน! มนุษย์จากกาแล็กซีอารยธรรมขั้นสูง!] 

[หัวเราะจนอยากดูจริงๆ ว่าถ้าเกิด 'แผ่นดินไหวครั้งใหญ่' ในห้องถ่ายทอด สดจะเป็นยังไง] 

[หยี? เหตุใดจำนวนผู้คนจึงเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันมากกว่า 10 ล้านคน???] 

[เฮ้ย!! มีบรรทัดข้อความสั้น ๆ พิเศษด้านล่างห้องถ่ายทอดสด!!! 'โดเมนผู้ ชมได้เปิดแล้ว' …หมายความว่าอย่างไร??] 

[โมเสส โมเสส เป็นไปได้ไหมว่า…ผู้ชมที่นั่นก็มองเห็นการโจมตีของพวกเรา ได้ด้วย?!] 

[…เอ่อ เอ่อ โปรดเถอะ ดวงตาระเบิด นั่นคือสิ่งที่ฉันจินตนาการใช่ไหม]



บทที่ 238 วันที่สองร้อยสามสิบแปดของการกักตุน เงินเพื่อเลี้ยงลูก 

สัมมนาชิมรสความอร่อย 


ก่อนที่เนื้อจะสุก ลู่ลี่หรานก็ใช้กิ่งไม้เขี่ยลูกตาทั้งสองดวงออกจากกองไฟ หลังจากรอให้มันเย็น เขาปัดถ่านออกจากกองไฟ ลู่ลี่หรานก็ยื่นดวงตาชิ้น หนึ่งไปตรงปากของเคอจี่ พร้อมกับพูดเตือนว่า "ระวังนะครับ อย่าให้น้ำกระเด็น ออกมา" 

"....." เคอจี่ 

ในตอนนี้ห้องถ่ายทอดสดของลู่ลี่หรานคึกคักมาก หลังจากได้เปิดพื้นที่ผู้ ชม ผู้ชมของกาแล็กซี A69 (ส่วนใหญ่เป็นผู้ชมในท้องถิ่นของ ดาวรกร้าง) และผู้ ชมของกาแล็กซี K-158 ก็กระโดดเข้ามาพร้อมๆ กัน 

เพื่อรองรับผู้ชมจำนวนมาก ระบบจึงมีการใช้สีบาร์เรจสองสีโดยเฉพาะเพื่อ แยกแยะคำพูดของผู้ชมจากกาแล็กซีสองแห่งที่แตกต่างกัน 

กาแล็กซีสีเหลืองคือกาแล็กซี A69 และกาแล็กซีสีแดงคือกาแล็กซี K-158 

จึงเห็นได้ชัดตั้งแต่แวบแรกเลยว่าผู้ชมก็สามารถบอกได้ในทันทีว่าการโจมตี เหล่านั้นมาจากกองกำลังฝ่ายเราในกาแล็กซีเดียวกันหรือไม่ และการโจมตีครั้งใดมา จากกาแล็กซีภายนอก 

ด้วยวิธีนี้การถกเถียงในห้องถ่ายทอดสดจึงเข้มข้นมากขึ้น และได้รับการอัพเกรดจากการต่อสู้พื้นฐานสีชมพู-ดำดั้งเดิมเป็นระดับความรุ่งโรจน์ของกลุ่ม กาแล็กซี 

ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้นอยู่แล้ว 

[กระเด็นออกมา? อะไรกระเด็นออกมา?] 

[แม่เจ้า สตรีมเมอร์จะกินสิ่งนี้จริงๆ เหรอ?? ต้องทำงานหนักมากถึงจะดึง ดูดความสนใจได้] 

[โอ้ชั้นบน คุณเป็นผู้มาใหม่ที่ตื้นเขินและไม่รู้อะไรเลยจริงๆ กิจกรรม ประจำวันของพี่ใหญ่ลู่ของเราเพียงพอที่จะดึงดูดสายตา เขายังต้องดึงดูดความสน ใจอีกเหรอ] 

[ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีอะไรกระเด็นออกมา? แน่นอนว่ามันเป็นของเหลว!] 

[ผมเฝ้ารอฉากนี้มานานแล้ว แฟนคลับเก่าๆ ไม่เคยคิดว่าจะได้ย้อนอดีต กลับไปได้!!] 

[สนใจอะไรล่ะ?? ในป่าที่ขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์เอาตัวรอดอย่างแสนสาหัส เราไม่ควรละทิ้งสิ่งใดๆ ที่สามารถเติมพลังและน้ำได้เข้าใจไหม] 

[คืออย่าประมาทแม้แต่หยดน้ำเดียว! บางทีหยดน้ำนี้เองที่ทำให้ผู้ประสบภัย อยู่ได้จนถึงทีมกู้ภัย!] 

[เมื่อนึกถึงข่าวเมื่อไม่นานนี้มีคนจำนวนหนึ่งรอดชีวิตมาได้ทีละคนจริงๆ ต้องขอบคุณความรู้ร้อนๆ ที่พี่ใหญ่ลู่สอนมา!] 

[ชิส์ฉันไม่คาดคิดว่าชาวพื้นเมืองของกาแล็กซีที่เรียกว่าอารยธรรมขั้นสูงจะ เป็นคนโง่เขลา] 

[ฉันคิดว่าถ้าพวกเขาอาศัยอยู่ในป่า โอกาสเอาชีวิตรอดของพวกเขาคงไม่ดี เท่าพวกเรา] 

พวกไอ้สารเลวจากกาแล็กซีอารยธรรมชั้นสูงต่างก็อึ้งไปชั่วขณะ ทำไมมนุษย์ที่หยาบคายเหล่านั้นจากกาแล็กซีชั้นล่างถึงรู้ทุกอย่าง!! 

เป็นความผิดของสตรีมเมอร์ทั้งหมด ถ้าสตรีมเมอร์เริ่มถ่ายทอดสดกับพวก เขาตั้งแต่แรกก็คงดี! 

ฮึม รอก่อนจนกว่าพวกเขาจะสังเกตสักพักแล้วดูว่าใครตะโกนว่าใครเป็น คนบ้านนอก! 

ลู่ลี่หรานไม่ได้สนใจกระแสใต้สะดือ การโต้ตอบกัน และความอิจฉาในห้อง ถ่ายทอดสดแต่อย่างใด... 

เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและมองไปที่เคอจี่ จนกระทั่งเคอจี่เอาลูกตาออกจาก มือของเขา 

ดูเขินอายมากเลย 

มันทำให้ลู่ลี่หรานอดนึกถึงช่วงเวลาที่เคอจี่อยู่ที่ธารน้ำแข็งอาร์ร็อก อีกฝ่าย แสร้งทำตัวเป็นโอเมก้าผู้อ่อนแอแต่มั่งคั่งที่ไร้ความสามารถรุ่นที่สองซึ่งเพียงผลาญ ทรัพยากรทางการเงินของตนเองไปอย่างเปล่าประโยชน์และบางครั้งยังยอมจำนน ต่อเขาอย่างเจ้าชู้ด้วยซ้ำ 

ลู่ลี่หรานจำได้ว่ามีตอนหนึ่งที่การพรางตัวเป็นโอเมก้าของเคอจี่แตก นั่นก็ คือการกินลูกตาของแกะที่กระโดด 

ลู่ลี่หรานยกมุมปากขึ้น บีบลูกตาที่ไหม้เกรียมอีกข้างด้วยรอยยิ้ม แตะลูกตา ที่อยู่ในมือของเคอจี้เบาๆ แล้วพูดว่า "เคารพต่อชีวิต" 

เคอจี่ชะงัก ก่อนจะยิ้มพร้อมกับส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ราวกับว่าเขายอมแพ้ ในการต่อสู้ครั้งนี้จากนั้นจึงสัมผัสเขาเบาๆ แล้วพูดว่า "เคารพ" 

เขาหยิบดวงตาของสัตว์ร้ายเข้าปาก ใช้ฟันกรามด้านหลังดันมันเข้าไป จาก นั้นก็เคี้ยวมันจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพร้อมกับเสียง 'กรุบ' เหมือนเคี้ยวลูกอมที่ มีใส้อยู่ข้างใน ของเหลวจำนวนมากภายในก็ไหลเข้าไปเต็มปากของเขาในทันที 

เคอจี่ได้เรียนรู้จากอดีตเขาปิดปากของเขาแน่น แต่ก็ไม่ทันได้กลืนของเหลว บางส่วนผสมกับของเหลวสีน้ำตาลที่ผ่านความร้อนได้ไหลทะลักออกจากมุมปากของ เขา เคอจี่ก็ยกมือเช็ดคราบด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ 

ทั่วทั้งปากของเขาอุดมไปด้วยรสชาติของเนื้อแกะที่ทำให้หายใจไม่ออก และ น้ำจืดในลูกตาที่อุ่นเพราะถูกย่างด้วยกองไฟ มีรสเค็มเล็กน้อย รสชาตินี้เข้ากันไม่ได้ กับน้ำจืดใสๆ รู้สึกเหมือนคอของเขาเต็มไปด้วยเมือก 

บางทีการแสดงของเคอจี่นั้นเฉียบขาดเกินไป ลู่ลี่หรานจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะไม่กินดวงตาตามเคอจี่  

"เมื่อเทียบกับดวงตาแกะกระโดดที่อาร์ร็อก อันไหนรุนแรงกว่ากัน?" ลู่ลี่ หรานถาม 

เคอจี่มองลู่ลี่หราน "แต่ละอย่างมีรสชาติของมัน" 

"....." ลู่ลี่หราน 

[เหี้ย 55 ...] 

[คราวนี้คนงามสงวนตัวมาก เลยไม่หกออกมามาก แค่ล้นออกมานิดหน่อย] 

[คนงาม : ฉันมีประสบการณ์] 

[โอ้โห้โห้กินแล้วฟินเลย!! มีของเหลวในนั้นด้วย!!] 

[อ้วก อ้วก——สีมันเหมือนขี้เลย ฉันทนไม่ไหวแล้ว] 

[ขอแสดงความนับถือผู้ติดตามตัวน้อย เขาเป็นคนโหดร้าย โปรดรับเช็ค แลกเปลี่ยนนี้ไป—— yue มอบตั๋วแลกเปลี่ยน 1 ใบ] 

[มนุษย์ที่อ้างว่าตนเป็นอารยธรรมชั้นสูงนั้นเป็นเพียงคนโอ้อวดเท่านั้น ลอง ดูว่าคุณจะดื่มปัสสาวะของตัวเองได้หรือไม่เมื่อไม่มีน้ำให้ดื่ม] 

[นี่มันจะไปทางไหนกันเนี่ย คนงามยังไม่เริ่มวิจารณ์รสชาติเลย แล้วพวก คุณรับมันไม่ได้แล้วเหรอ?] 

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ถูกต้องแล้ว ผู้บัญชาการ เริ่มการวิจารณ์ของคุณทันที!] 

[พี่ใหญ่ลู่มีใบหน้าที่อยากรู้อยากเห็นเช่นเดียวกัน: มีความแตกต่างในรส นิยมระหว่างแกะกระโดดของอาร์ร็อกกับดวงตาของสัตว์ร้ายที่นี่หรือไม่?] 

[อะไรนะ? พวกเขาเคยกินของแบบนี้มาก่อนเหรอ!?] 

[คุณทำยังไงถึงลองทานซ้ำอีกรอบโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าหลังจากทานไปแล้ว…] 

ลู่ลี่หรานเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สามารถอธิบายอะไรเพิ่มเติมได้อีก แถมยังยกคิ้ว ขึ้นและยักไหล่ แสดงให้ชัดเจนว่าอยากให้เขาลองชิมด้วยตัวเอง 

เขาร้องว่า “จ๊าก” ไม่ใช่แค่ลูกตาเหรอ? ไม่ใช่ว่าเขากินมันที่อาร์ร็อกครั้ง เดียวเท่านั้น 

ลู่ลี่หรานยกลูกตาขึ้น รูม่านตาของดวงตาคู่นี้เป็นของแมวตัวใหญ่ มีวงกลม ที่ใหญ่กว่าดวงตาของแกะกำลังกระโดด และด้วยเหตุที่ไฟถูกเผา จึงทำให้มีเนื้อ สัมผัสคล้ายใยแก้วที่ถูกบดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งดูเป็นผลึกและแข็ง 

ลู่ลี่หรานพยายามกัดเล็กน้อย แต่ไม่ทันคาดคิด มันกลับแข็งกว่าที่คาดไว้ มาก เพราะการกัดครั้งแรกมันก็ไม่แตกแม้แต่น้อย 

[เฮ้พี่ใหญ่ลู่ ทำไมฟันของพี่ถึงได้แย่จัง ไม่แตกเลยนะ!] 

[พี่ใหญ่ลู่ต้องระวังตัวมากแน่ๆ! สิ่งที่ฉันต้องการคือรสเปรี้ยวสดชื่น!] 

[ฉันเป็นลูกตาทองแดงที่ไม่สามารถถูกนึ่ง ต้ม ทุบ ทอด หรือเป่าลมได้!] 

เปลือกตาทั้งสองข้างของลู่ลี่หรานกระตุกเมื่อเขาได้ยินเสียงหัวเราะอย่างเป็น มิตรจากเคอจี่ที่อยู่ข้างๆ  

"มันค่อนข้างยาก.." เคอจี่แนะนำอย่างมีชั้นเชิง "บางทีเพราะมันสุกมันจึงแข็ง เกินไป คุณต้องใช้แรงบดและใช้ฟันกรามหลังเหมือนที่ผมทำ" 

"แต่คำแนะนำที่เป็นจริงใจก็คือการปิดปากให้สนิท เพราะรสชาติและของ เหลวอาจสำลักได้ง่าย หากเข้าไปในหลอดลม ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณรู้สึกไม่สบาย เท่านั้น แต่รสชาติจะคงอยู่เป็นเวลานาน มันจะปรากฏอยู่ในทุกคำพูดและทุกลม หายใจ" เคอจี่พูดเสริม 

[โอ๊ย การบรรยายอาหารของผู้ติดตามตัวน้อยนั้นแหลมคมเกินไป ฉันรู้สึก เหมือนได้ชิมมันมาแล้ว] 

[อยากอ้วกจังเลย] 

[คนงามนั้นช่างเอาใจใส่พี่ใหญ่ลู่จริงๆ แม้ว่าเขาจะถูกพี่ใหญ่ลู่หลอกตอนที่ กินลูกตาครั้งแรก แต่คราวนี้เขาก็ใจดีมากและแบ่งปันคำแนะนำในการกินให้ฟัง!] 

[แม่ทัพคนสวยใจดี www] 

ลู่ลี่หรานจ้องมองเคอจี่ราวกับต้องการยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่ได้โต้กลับเรื่อง ตลกเล็กๆ น้อยๆ ของเขา—— ดวงตาสีฟ้าเหล็กกล้าของชายผู้นั้นบริสุทธิ์และจริงใจ 

ลู่ลี่หรานเริ่มรู้สึกสงสัยว่าท่านผู้บัญชาการจะระมัดระวังในการตอบโต้มาก ขนาดนั้นจริงหรือไม่ ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง 

"อาจจะ" ลู่ลี่หรานพยักหน้า 

ลู่ลี่หรานจึงพยายามยัดมันทั้งชิ้นเข้าปากและกัดมันแรงขึ้น 

ลู่ลี่หรานต้องการกัดรอยแตกเล็กๆ ให้เปิดออกก่อน ดูดของเหลวข้างใน ออกมา จากนั้นจึงเคี้ยวเจลาตินข้างใน และในที่สุดก็คายผลึกแข็งๆ ออกมา 

แนวคิดนี้เยี่ยมยอดมากแถมไม่มีของเสียเลย แต่การดำเนินการจริงนั้นแตก ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง 

กัดเบาๆ ก็ไม่แตก 

หากเขากัดแรงกว่านี้อีกนิด ลูกตาที่กลมโตทั้งหมดจะแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้น น้อย และน้ำที่อยู่ข้างในจะสาดไปที่เลนส์ 

อย่างไรก็ตาม น้ำส่วนใหญ่จะมีคอลลอยด์ผสมอยู่ด้วย ทำให้เกิดความ เหนียวเล็กน้อยและไม่หกออกมาง่ายเหมือนน้ำจืด 

ลู่ลี่หรานตอบสนองอย่างรวดเร็วและไม่ให้เสียเวลามากเกินไป แต่ของเหลว ที่กระเซ็นออกมามีผลกระทบทางภาพ 3 มิติจนผู้ชมที่อยู่หน้าห้องถ่ายทอดสดไม่ คาดคิดว่าหน้าจอจะสกปรก 

รู้สึกเหมือนโดนพ่นด้วยตาระเบิดเต็มหน้า!!! 

[อาเจียน--] 

[อ๊ากกกกก] 

[แม้แต่แฟนที่อายุมากที่สุดยังรับไม่ได้อาเจียน——] 

[พี่ใหญ่ลู่ ในรอบนี้เขาทำร้ายศัตรูไปหนึ่งพันคน และสูญเสียตัวเองไปแปด ร้อยคน] 

เคอจี่ยื่นส่งแคนทีนให้ลู่ลี่หรานล้างปากทันที 

"คุณรู้สึกยังไง" เคอจี่ถาม 

"...." ลู่ลี่หราน  

"มันเหมือนกับน้ำมูกที่ข้นขึ้น" ลู่ลี่หราน 

"คำอธิบายของคุณเหมือนเดิม มันสั้นและไกลจากแก่นแท้ของมัน" เคอจี่ หัวเราะ 

[อ๊ากกกกก โดนซะแล้ว!!!] 

[ว้าว ว้าววว! พี่ใหญ่ลู่ตั้งใจทำเหรอเนี่ย?!!! จำได้ว่าพี่ใหญ่ลู่บรรยายไว้ตั้ง แต่ตอนไลฟ์สดอาร์ร็อกครั้งแรกเลยนะ! 'เหมือนน้ำมูก' คนงามก็ตั้งใจตอบแบบนี้ เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?!] 

[เหมือนเดิมทุกอย่างเลยนะ ตั้งใจรึเปล่า!! บีทรูทคู่นึง!!!] 

[พวกคุณจากกาแล็กซี A69 นี่แปลกจริงๆ นะ พวกคุณไม่ควรสนใจน้ำมูก ที่เพิ่มปริมาณและเข้มข้นกว่านี้เหรอ...มันน่ารังเกียจไม่ใช่เหรอ อ้ากกกกก!] 

[ผู้บรรยายเก่งมาก เขาคิดถึงความรู้สึกเหมือนมีน้ำมูกไหลออกมาจากปาก เมื่อเป็นหวัดทันที...] 

[??? มนุษย์ระดับสูงบางคนข้างบนมันน่าขยะแขยงกว่าใช่มั้ย อ้ากกกกก ฉันอยากได้ ] 

[ผมไม่เชื่อว่าคุณไม่เคยชิมมัน] 

[ผมยังไม่ได้ชิมเลยลูลูลู ] 

ลู่ลี่หราน: …ฉันไม่อยากได้ยินคุณบรรยายมันจริงๆ 

เขารีบดื่มน้ำและบ้วนปาก รสชาติในปากของเขาคงอยู่เป็นเวลานานและมี ความอึดทนมากกว่าแกะกระโดด 

ลู่ลี่หรานกลืนน้ำลายในปากแต่ก็อดย่นใบหน้าเล็กน้อย เป็นเรื่องแปลกที่เขา รังเกียจอาหารที่เขาเลือกถึงขนาดสวมหน้ากากแห่งความเจ็บปวด 

"ผมหวังว่าบาร์บีคิวจะรสชาติดีขึ้น.." เขาพึมพำ 

ไขมันแตกกรอบภายใต้ความร้อนที่สูงของกองไฟ และกลิ่นก็เริ่มออกมา คล้ายเนื้อแกะ แต่ก็มีรสเปรี้ยวเล็กน้อยด้วย 

มันดูไม่ค่อยดีนัก 

"มันก็แค่เนื้อ.." ลู่ลี่หรานถอนหายใจพร้อมกับพูดอย่างโล่งใจ "มันไม่ได้กิน ยากอะไร" 

เขาใช้มีดสั้นตัดชิ้นเนื้อด้านนอกที่ย่างจนเป็นสีน้ำตาลออกเป็นชิ้นเล็กๆ จาก นั้นก็โยนเข้าปากเพื่อเคี้ยวสักสองสามครั้ง เนื้อย่างด้วยไฟพอเหมาะ ไม่แห้ง ไม่แห้ง เกินไป แต่ยังคงชุ่มฉ่ำอยู่บ้าง 

แต่รสชาติจะเปรี้ยวอมหวานมาก 

เหมือนกับการโรยน้ำมะนาวลงบนเนื้อแกะมากเกินไป 

ลู่ลี่หรานบรรยายเรื่องนี้ไว้ดังนี้จากนั้นจึงหยิบชิ้นเล็กๆ อีกชิ้นหนึ่งแล้วยัด เข้าไปในปากของเคอจี่ 

"..." เคอจี่เคี้ยวเสร็จก็พูดต่อว่า "แทนที่จะบอกว่าใส่มะนาวมากเกินไป ต้อง บอกว่ามันเหมือนถังขยะเปียกๆ ที่มีกลิ่นเปรี้ยวๆ ของฤดูร้อนมากกว่า" 

"นิดหน่อยเอง.." ลู่ลี่หรานถูปลายจมูกตัวเอง "ผมแค่ไม่คิดว่าจะมีคำที่เหมาะ สมกว่านี้มาอธิบายมัน คุณพูดถูก" 

[อาเจียน--] 

[สมอกำลังลงโทษพวกเราอยู่ใช่มั้ย?! มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ!! เขาคงจะ ยังโกรธพวกเราอยู่สินะที่พูดถึงลูกน้องตัวน้อยของเขา!!]



บทที่ 239 วันที่สองร้อยสามสิบเก้าของการกักตุนเงินเพื่อเลี้ยงลูก 

[ถึงจะพูดแบบนั้น การที่พี่ใหญ่ลู่ลับปลายไม้ไผ่ด้วยมีดสั้นของเขานั้น ทำให้ฉันรู้สึกกังวลเกี่ยวกับหมูป่าและหมีที่นี่จริงๆ …] 


แม้ว่ารสชาติอาหารมื้อนี้จะไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ถือว่าเพิ่มโปรตีนเสริมพลังงาน นั้นมีจริง 

ทั้งสองต่างก็กินลูกตาและกินเนื้อสัตว์ร้ายที่มีรูปร่างคล้ายเสือดาวจนเกือบ หมด ส่วนที่เหลือก็ถูกย่างให้แห้งเพื่อเป็นเสบียงสำรอง 

หลังจากกินจนอิ่มท้อง ทั้งสองก็มาถึงจุดที่ตั้งแคมป์ไว้ 

กองไฟส่องสว่างใบหน้าของลู่ลี่หรานและเคอจี่เป็นสีส้มแดง ในป่าที่แปลก ประหลาดและไม่รู้จักเช่นนี้อุณหภูมิและความสว่างของไฟสามารถให้ความสะดวก สบายและความแข็งแกร่งทางจิตใจของผู้คนได้เสมอ 

ค่ำคืนมืดลงอย่างรวดเร็ว เมฆหนาทึบจนแสงจันทร์ส่องผ่านได้ยาก แสดง ให้เห็นว่าวันพรุ่งนี้จะมีอากาศมืดครึ้ม 

ท่ามกลางความมืดมิด มีเสียงร้องคำรามของสัตว์ป่าจากหุบเขาอันห่างไกล ดังขึ้นมาเป็นระยะ ลู่ลี่หรานยังไม่ปิดการถ่ายทอดสด ทำให้ผู้ชมสามารถได้ยินเสียง ธรรมชาติจากสัตว์ป่าได้ชัดเจน 

[อ้าว นั่นเสียงสัตว์อะไรนะ ดังขนาดนั้นเลยเหรอ] 

[ตัวสั่น.jpg] 

[โอ้โห รู้สึกเหมือนมันอยู่ใกล้ๆ เลย!!] 

[ฉันกลัวมาก จนถึงขนาดที่ฉันโผล่หัวออกไปในเวลานี้ฉันจะเห็นแต่ความ มืดหลายล้อมรอบตัวฉัน มีเพียงแสงสีเขียวของดวงตาคู่หนึ่งเท่านั้นที่เปล่ง ประกาย…] 

[นั่นคือฉากที่ฉันเห็นเหมือนกัน ฉันซ่อนตัวอยู่บนเตียง ไม่กล้าออกมาเลย TAT] 

[ฉันต้องการหัวใจที่เข้มแข็ง อ๊าา!!] 

[เฮ้ย ตกใจแทบตายทั้งจอเลยนะเนี่ย ทำไมสตรีมเมอร์ถึงใจเย็นได้ขนาดนี้] [จิตใจพวกเขามั่นคงและเข้มแข็งมาก พวกเขาไม่ตื่นตระหนกแต่อย่างใด] 

[หากคุณเคยเห็นสมอที่เหยียบพื้นร่วมกับหมาป่าแห่งป่าเถื่อนในแบบ 1  ต่อ 1 ในทะเลทราย และเหวี่ยงหมาป่าแห่งป่าเถื่อนออกไป คุณจะเข้าใจว่าพวกนี้ เป็นแค่พี่น้องเท่านั้น] 

ลู่ลี่หรานจัด 'ที่นอน' ที่ทำมาจากใบไม้แห้งและปูด้านบนจากผ้าใบร่มชูชีพ ก่อนจะหาตำแหน่งที่นอนสบาย ตอนนี้เรารู้สึกง่วงมากแล้ว 

ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่แห้งแล้ง เขาไม่กังวลถึงเรื่องของความชื้น ลู่ลี่หรานจึงใช้ เวลาหลับตาและพักผ่อนตามธรรมชาติ 

ส่วนเสียงหอนของสัตว์ป่าข้างนอกนั้น ไม่ว่าจะดังหรือใกล้แค่ไหน ก็ยังถือ ว่าอยู่ไกลจากพวกมันมาก เมื่ออยู่ใกล้พวกมันจริงๆ มันจะไม่ส่งเสียงใดๆ ออกมา 

นอกจากนี้ตามธรรมชาติแล้วสัตว์ป่ากลัวแสงไฟ ตราบใดที่กองไฟของพวก เขาไม่ดับ สภาพในตอนนี้พวกเขาปลอดภัยถึง 70% 

'ที่นอน' ของเขามีความนุ่มและแห้ง แต่มันก็ช่วยเก็บกักความร้อนจากพื้น ช่วยให้ความร้อนไม่ระบายออกทางพื้นได้อย่างรวดเร็ว 

ลู่ลี่หรานหลับตาลง ในใจก็สั่งให้ลูกบอลโดรนเก็บลง ภาพในจอมืดลงอย่าง เงียบๆ 

[เหตุใดพี่ใหญ่ลู่ถึงออฟไลน์และปิดการถ่ายทอดสดกะทันหัน เกิดอะไร ขึ้น?!] 

[ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือสัญญาณถูกตัดไปกะทันหัน ดูเหมือนว่าพี่ ใหญ่ลู่ก็กำลังวางแผนจะพักผ่อนตอนกลางคืนอยู่เหมือนกัน การปิดการถ่ายทอดสด ถือเป็นเรื่องปกติแต่พี่ใหญ่ลู่ไม่เคยไม่พูดสักคำแบบนี้!] 

[เมื่อพูดเช่นนี้แล้ว ฉันก็ตระหนักทันทีว่าวันนี้พี่ใหญ่ลู่ดูเหมือนจะพูดน้อย มาก และฉันก็รู้สึก…รู้สึกเหมือนว่าเขากำลังพูดคุยกับเรา] 

[…ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ดูภาพถ่ายทอดสดเลยหลังจากนั้น] 

[โอ้ยย แบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง!!] 

[…สตรีมเมอร์ไม่ได้โกรธเราจริงๆ ใช่มั้ย 0.0] 

[ตัวอักษรสีแดงด้านบนทำให้เห็นชัดเจน] 

[ฉันรู้แล้ว พี่ใหญ่ลู่ดูโกรธมากก่อนที่พื้นที่ผู้ชมจะเปิดไม่ใช่เหรอ พูดถึง เรื่องกาแล็กซี่อะไรนั่น--บลาๆ] 

[กำลังมองหาตัวแทนระดับอักษรแดง] 

[นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น…] 

ในห้องถ่ายทอดสดที่หน้าจอมืดไปเป็นเวลานาน การโจมตีแบบถล่มทลาย ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ข้อมูลจำนวนมหาศาล คุณกำลังพูดคุยกัน และผู้ชม A69 Galaxy ที่พลาดข้อมูลก่อนหน้านี้ในที่สุดก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนหน้านี้ 

[คุณกล้าเรียกคนงามแบบนั้นต่อหน้าพี่ใหญ่ลู่ได้ยังไง...คุณช่างกล้าหาญ จริงๆ] 

[ไม่แปลกใจเลยที่พี่ใหญ่ลู่ถึงปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนไม่มีอะไรเลย!!!] [วู่วู่ พี่ใหญ่ลู่ แฟนเก่าคุณได้รับผลกระทบ TAT] 

[....ส่วนเรื่องนั้นฉันไม่ได้ทำอะไรเลย] 

[แล้วคุณอยากทำอะไรอีก? จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีใครกล้าทำอะไรเลย วง เล็บยังมีชีวิตอยู่ วงเล็บจบ] 

[ถ้าฉันทำอะไรลงไปจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะได้รับการแก้ไขโดยพี่ใหญ่ลู่หรือคน งาม] 

ผู้ชม K-158 Galaxy อยากจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกินจริงเลย แต่แล้ว พวกเขาก็คิดถึงสัตว์ร้ายรูปร่างเหมือนเสือดาวที่มีคอถูกปิดด้วยมีดสั้น และทุกคนก็ พูดไม่ออก 

ด้วยเทคนิคที่คมชัดและประณีตเช่นนี้พวกเขาบอกได้ตั้งแต่แรกเห็นว่าเขา ไม่ใช่มือใหม่ 

ใครจะอยากยั่วเขาบ้างล่ะ? 

จำนวนคนในห้องถ่ายทอดสดลดลงเรื่อยๆ แต่ฐานผู้ติดตามก็เพิ่มขึ้นเป็น หลายสิบล้านแล้ว คราวนี้มีบัญชีหลายแสนบัญชีที่เลือกจะวางสายและอยู่ในห้อง ถ่ายทอดสดต่อไป 

[ระบบ: ตรวจพบว่าความนิยมออนไลน์เฉลี่ยของโฮสต์ครั้งนี้คือ 13.28  ล้าน ระดับการอนุมัติรวมสูงถึง 133/∞ และระดับการอนุมัติสูงถึง 10,000  โฮสต์สามารถเปิดการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดาวได้! มาเลยโฮสต์! อย่านิ่งเฉย อย่าช้า ลง!] 

"...." ลู่ลี่หราน 

ไม่สนใจ... 

ระบบกระแอมไอเบาๆ ก่อนจะทำการล่อลวงต่อ 

[ระบบ: จำนวนเงินสามารถซื้อเทคโนโลยีที่อยู่เหนือโลกของกาแล็กซีของ คุณได้ถึงยี่สิบปีหรือสามารถรักษาโรคที่โลกของโฮสต์ไม่สามารถรักษาได้โฮสต์จะ สนใจหรือไม่?] 

[ระบบ: อย่างเช่น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่โฮสต์จะปรับตัวกลับมา 

มีฟีโรโมนโอเมก้าปกติและอีกตัวอย่างหนึ่งคือพลังจิตของสุภาพบุรุษอีกคนที่ต้อง บังคับให้มันหลับใหล] 

เสียงของระบบยังดังต่อเนื่อง  

[ระบบ: โดยเฉพาะอย่างยิ่ง——คำเตือนที่เป็นมิตรจากทงทง—— การบังคับ ให้พลังจิตของคุณหลับใหลเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจย้อน กลับได้อย่างง่ายดาย แม้แต่ในกาแล็กซีอารยธรรมขั้นสูง การซ่อมแซมก็เป็นเรื่อง ยากมาก!] 

"......." ลู่ลี่หราน 

ลูกหมาเอ่ย.. 

ลู่ลี่หรานหลับตาลง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่พูดอะไรสักคำ แต่ก็ทำให้เคอจี่สัมผัส ได้ถึงความหงุดหงิดอย่างกะทันหันของชายที่นั่งอยู่กาย 

"เกิดอะไรขึ้นครับ" เคอจี่ถามเสียงเบา 

ลู่ลี่หรานลืมตาขึ้นก่อนจะถามเคอจี่ว่า "หมอของคุณให้คุณหยุดใช้พลังจิต ชั่วคราว แต่เขาได้บอกไหมว่ามีโอกาสเกิดความเสียหายที่ไม่สามารถกลับคืนได้ ไหม?" 

เคอจี่ชะงัก แต่นั่นก็เพียงพอให้ลู่ลี่หรานเข้าใจได้ในทันที  

หมอให้แผนไว้สองแผน แผนอื่นไม่สามารถดำเนินการได้เพราะสารฟีโรโมน ของลู่ลี่หราน ทำได้เพียงเลื่อนแผนออกไป อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้คาดหวังว่าแผน เดียวที่สามารถดำเนินการได้คือแผนนี้ 

ความไม่พอใจและโกรธของลู่ลี่หราน ทั้งหมดนั้นเห็นได้ชัดว่ามาจากการปก ปิดของเคอจี่ 

"มันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขเล็กน้อย" เคอจี่อธิบายเสียงต่ำ "ไม่ต้องกังวลเพราะเรื่องนี้มันอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ไม่เกิดขึ้นก็ได้ผมจะเลือกเส้นทางนี้เท่านั้น" 

"..." ลู่ลี่หรานเม้มปากแน่น 

"ผมไม่คิดที่จะทำเครื่องหมายกับใครอื่นอีก และผมก็ไม่อยากเปลี่ยนเครื่อง หมายที่สำคัญที่สุดของเราให้กลายเป็นแผนกู้ภัยที่ต้องทำด้วยเหตุผลนั้น" เคอจี่ หัวเราะ "ถ้าผมทำแบบนี้อีกร้อยปีผมสามารถเป็นชายแก่ที่จู้จี้จุกจิก บ่นพึมพำกับ คุณเกี่ยวกับเรื่องนี้ทุกวัน และบอกคุณว่าผมรู้สึกเสียใจแค่ไหน" 

"....." ใบหูของลู่ลี่หรานแดงก่ำ มันเป็นคำตอบที่ชัดเจน แต่ไม่รู้ทำไมมัน กลับกลายเป็นความปรารถนาที่เต็มไปด้วยจินตนาการอันแสนหวาน 

เขาอยากเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีพูดเก่งยืนอยู่ตรงหน้าเขาเป็นประจำทุกวัน และบอกเขาว่าเขาให้ความสำคัญกับเอกลักษณ์พิเศษระหว่างพวกเขามากแค่ไหน 

สุดท้ายก็เป็นลู่ลี่หรานที่หลบเลี่ยงสายตา ซึ่งมันก็ช่วยปกปิดความหวั่นไหว บางอย่างในดวงตาของเขา  

แต่นั้นไม่ได้หมายความว่า ลู่ลี่หรานจะมีทัศนคติที่ดีต่อท่านนายพลของ เขา  

เขาหยิบคริสตัลภูเขาไฟจำนวนหนึ่งออกมาแล้วยัดใส่มือของเคอจี่ พร้อมกับ พูดอย่างโกรธ ๆ ว่า "ฝึกฝนหนักๆ สิ" 

"ครับ" เคอจี่ตอบรับพร้อมเสียงหัวเราะ 

แต่ตัวเคอจี่ไม่รู้ว่าจะใช้เจ้าสิ่งนี้ยังไง  

แต่เคอจี่รู้ว่าไม่สามารถกวนใจลู่ลี่หรานได้อีกต่อไป เขาจึงรับมันโดยไม่คัด ค้านและโยนก้อนหินสีแดงเพลิงขึ้นลง  

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ทันใดนั้นเคอจี่ก็ลืมตาขึ้น 

ดวงตาของเขาแจ่มใสราวกับได้นอนเต็มอิ่ม เขาจ้องมองฝ่ามือของตัวเองก็ เห็นลวดลายสีแดงเพลิงที่ดับลงบนผลึกภูเขาไฟที่ดูจะจางลง 

เคอจี่รู้สึกว่าพลังจิตอันแข็งแกร่งในร่างกายของเขาที่ถูกบังคับให้หลับใหล นั้น จริงๆ แล้วกลับแสดงสัญญาณของกิจกรรมออกมา ราวกับว่ามันถูกปลุกให้ตื่น ขึ้น 

... 

.. 

แสงอาทิตย์แรกแย้มฉายแสงอ่อนๆ ลอดผ่านเงาของต้นไม้ที่ร่วงหล่นลงมา ยังภูมิทัศน์ 

สิ่งแรกที่ลู่ลี่หรานทำหลังจากตื่นนอนคือลอยลูกบอลโดรนบินขึ้นเพื่อเปิด ห้องถ่ายทอดสด 

——ทำงานหนักเพื่อที่จะเป็นผู้ยึดเหนี่ยวที่ขยันขันแข็ง 

ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดหลายแสนคนที่กำลังนั่งดูรายการด้วยความหวาด กลัวและหวาดผวาต่างก็ตื่นเต้นกันหมด โดยเฉพาะผู้ชมรายการ K-158 ถึงแม้ว่า พวกเขาจะพูดถึงการแบล็กเมล์และขึ้นบัญชีดำสตรีมเมอร์แต่ร่างกายของพวกเขา กลับซื่อสัตย์กว่าใครๆ และอดไม่ได้ที่จะเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดเกินไป 

พวกเขาเกรงว่าสตรีมเมอร์จะโกรธพวกเขาจนไม่ยอมออกอากาศ 

โชคดีที่เวลาคล้ายๆ กัน คำเปิดก็คล้ายๆ กัน ผู้ประกาศก็กลับมาแล้ว! 

"สวัสดีตอนเช้า วันนี้เป็นวันที่สามของเดินทางบนเส้นทางภูเขาไฟโรแซนน์ ผมชื่อลู่ลี่หราน เป็นสตรีมเมอร์เอาตัวรอดในถิ่นทุรกันดาร" 


[ฉันคิดแล้วว่าสตรีมเมอร์จะไม่ละทิ้งการอัปเดตเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำ ของเรา แค่กังวลเท่านั้น~] 

[ระหว่างวางสาย คุณไม่ได้กังวลกับสิ่งที่ทำอยู่ตรงนี้เหรอ?] 

[เอ่อ ทำไมคุณไม่ทิ้งใบมะกอกใบสุดท้ายไว้ชั้นบนล่ะ] 

[โดยไม่ต้องเสียเวลาต่ออีกต่อไป ปล่อยให้สมอเริ่มเร็วเข้า ——บอสใหญ่ มอบตั๋วแลกเปลี่ยน 3 ใบ] 

[ฮะ พี่ใหญ่ลู่ แบบนี้เขาเรียกว่ามีจรรยาบรรณวิชาชีพแล้วไม่โต้เถียงกับคน โง่เขลาเบาปัญญาอย่างพวกคุณเหรอ ——หม้อไฟเนื้อแกะ มอบเนื้อวากิว 1 ชิ้น] 

ลู่ลี่หรานทำเพียงแค่รีไซเคิลสิ่งของต่างๆ ในค่ายที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ หลายครั้ง เช่น ร่มชูชีพ ถ่านจากกองไฟ และเก็บเชื้อไฟอย่างระมัดระวัง 

"วันนี้ฝนอาจจะตกอีก การก่อไฟไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จะง่ายกว่ามากหากเรา ช่วยไฟไว้ได้" ลู่ลี่หรานอธิบาย 

ทั้งสองคนกินเนื้อย่างที่เหลือจากเมื่อวานเป็นมื้อเช้า ก่อนจะออกเดินทาง ลู่ ลี่หรานตั้งใจเดินอ้อมไปยังป่าไผ่สีม่วงที่เขาบังเอิญไปพบขณะที่กำลังหาอาหารเมื่อ คืนนี้ 

ไม้ไผ่ที่นี่ส่วนใหญ่มีลักษณะเรียว มีความหนาเพียง 2 นิ้ว เหนียวมาก แต่ มันจัดการได้ค่อนข้างง่าย 

ลู่ลี่หรานใช้มีดสั้นตัดไม้ไผ่หนึ่งท่อนแล้วแบ่งออกเป็นสองท่อนโดยห่างกัน ไม่เกินสองเมตร 

"เมื่อคืนผมได้ยินเสียงสัตว์ป่าหอนมากมาย ซึ่งหนึ่งในเสียงนั้นก็คือหมูป่า และหมีป่า สัตว์ทั้งสองชนิดนี้มักพบเห็นได้ทั่วไปที่นี่ ดังนั้น ในกรณีฉุกเฉินจะต้อง ทำอาวุธป้องกันตัวไว้ให้เราบ้าง" ลู่ลี่หรานพูดเสียงเรียบ "แม้ว่าจะมีมีดสั้นแต่ระยะ การโจมตีมีจำกัด จุดประสงค์ของผมไม่ใช่เพื่อโจมตีและสร้างความเสียหาย แต่เพื่อ ขู่ให้การโจมตีจากด้านหน้าให้มันหวาดกลัว" 

ในระหว่างที่พูด ลู่ลี่หรานก็ลับไม้ไผ่ด้วยมีดสั้น "ดังนั้นความยาวของไม้ไผ่ จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะการโจมตี" 

[ถึงจะพูดแบบนั้น การที่พี่ใหญ่ลู่ลับปลายไม้ไผ่ด้วยมีดสั้นของเขานั้น ทำ ให้ฉันรู้สึกกังวลเกี่ยวกับหมูป่าและหมีที่นี่จริงๆ …] 

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า รีบหนีไปเถอะ ฟังคำแนะนำของฉัน] 

[ไม่รู้ว่าใครจะโชคร้ายกว่ากันหากเจอกันจริงๆ] 

ลู่ลี่หรานเหลือบมองห้องถ่ายทอดสด เขาอดไม่ได้ที่จะขยับมุมปากเมื่อเห็น การโจมตีแบบถล่มทลาย มันฟังดูเหมือนว่าเขาโหดร้ายมาก มันเกินไปมากจริงๆ



บทที่ 240 วันที่สองร้อยสี่สิบของการกักตุนเงินเพื่อเลี้ยงลูก

เลือดของสัตว์ร้ายทำให้ขนอันสวยงามบนหน้าอกของมันแตกเป็นเส้น 


ข้อดีอีกอย่างของไม้ไผ่ก็คือสามารถใช้มันทดแทนดาบไคซานได้บางส่วน เขาเคยใช้งานที่คล้ายคลึงกันในทุ่งผีหนองบึงมาก่อนแล้ว วิธีใช้งานมันทั้ง ง่ายแต่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับป่าที่ปลกคลุมไปด้วยพุ่มไม้ขนาดใหญ่ 

ไม้ไผ่ที่ยาวพาดอยู่บนหน้าอกของเขาเปรียบเสมือนรถบดถนนที่กดทับพุ่ม ไม้ที่อยู่ตรงหน้าเขา ทำให้ลู่ลี่หรานและคนอื่นเดินทางได้ง่ายขึ้น  

จุดหมายปลายทางคือเขตป่าทางตะวันออกหลังจากผ่านเนินเขาที่เปลี่ยว เหงา ซึ่งเขาก็ไม่มั่นใจว่ามันจะต้องเดินทางไกลแค่ไหน 

"โดยปกติแล้ว พื้นที่ของภูเขาไฟไม่กว้างมากนัก แต่พุ่มไม้ที่นี่หนาแน่นเกิน ไป ผมขาดเครื่องมือที่เหมาะสม แต่ก็พอใช้งานทดแทนได้เพียงพอสำหรับการเดิน ทางเป็นเวลาครึ่งวัน" ลู่ลี่หรานคำนวณคร่าวๆ 

เส้นทางข้างหน้าเป็นทางลาดสูง เขาวางแผนที่จะปีนขึ้นที่สูงเพื่อดูเส้นทาง 

ด้วยความลาดชันประมาณ 60 องศา แต่ลู่ลี่หรานก็ปีนขึ้นได้โดยใช้เพียงมือ เปล่าและเท้าของตัวเอง 

บนเนินนี้มีต้นไม้สูงประมาณสามเมตรที่ขึ้นหนาแน่น ลำต้นของมันเพียวแหลม ตัวใบของมันมีสีน้ำตาลปนดำ  

ลู่ลี่หรานพยายามหลบหลีกไม่เข้าใจ พร้อมกับหันไปเตือนเคอจี่ว่า "อย่าไป โดนใบของมัน ใบที่คล้ายกับเข็มมีแบคทีเรียปกคลุมอยู่ หากถูกบาดจะทำให้ติดเชื้อ ได้ง่าย" 

"ต้นไม้นี้มีเติบโตบนเคราะห์บ้านเกิดของผม ภาษาชาวบ้านเรียกว่า 'ต้นผี เข็ม' ราวกับสื่อว่ามีวิญญาณชั่วร้ายอาศัยอยู่ต้นไม้ชนิดนี้มันจะโจมตีเพื่อนำพา ความเจ็บปวดและสุดท้ายก็นำความตายมาสู่พวกเขา" ลู่ลี่หรานเล่าตำนานท้องถิ่น เพื่อเพิ่มอรรถรสไปด้วย  

เคอจี่ที่ได้ยินแบบนั้น เขาก็หายใจเข้าลึกตอบสนองด้วยความระวังมากขึ้น 

ในแง่ของความเข้าใจเกี่ยวกับพืชและสัตว์ลู่ลี่หรานก็ถือเป็นหนึ่งใน บุคลากรคนแรกที่มีคนรู้มากมาย ยากที่จะจินตนาการว่าอีกฝ่ายจะบรรลุสารานุกรม ดังกล่าวได้อย่างไร 

หลังจากปีนถึงยอดเนินแล้ว ลู่ลี่หรานก็หันหน้าไปทางทิศตะวันออก เขาจ้อง มองทุ่งลาวาที่พวยพุ่งขึ้นเหนือเนินเขาที่โดดเดี่ยว หลังจากข้ามทุ่งลาวาไปแล้ว เขาจึง มองเห็นแนวป่าได้ลางๆ 

[แม่เจ้า! เจอทุ่งลาวาอีกแล้วเหรอ] 

[ทุ่งลาวาตรงหน้า...มันน่ากลัวกว่าที่ผ่านมา] 

[เห็นด้วย รู้สึกว่ามันพร้อมจะปะทุออกมาได้ทุกเมื่อ..] 

[ไม่ต้องกลัวนะเพื่อน ฉันตรวจสอบแล้ว! ภูเขาไฟโรแซนน์เพิ่งมีการปะทุ เมื่อไม่นานนี้มันอาจจะนิ่งสงบไปอย่างน้อยสิบปีหรือยี่สิบปีปลอดภัยแน่นอน!] 

[ถ้าแบบนั้นก็ดีสิ...โชคของพี่ใหญ่ลู่นั้น เอ่อ..พูดได้ยาก] 

[ฟังเหมือนว่าสตรีมเมอร์จะมีประสบการณ์มาก ดังนั้นอย่าลืมตั้งใจฟังนะ ครับ] 

[สีแดงกับสีเหลืองมันเข้ากันไม่ได้ไม่รู้จะทำให้วิทยาศาสตร์แพร่หลายยังไง!] [พูดเหมือนกำลังนับอยู่ (เอ่อ...)] 

ผู้ชมกาแล็กซี K-158 กัดฟันแน่น นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขารู้สึกว่ากำแพง กาแล็กซีเป็นสิ่งน่ารังเกียจ การไล่ตามดวงดาวข้ามกาแล็กซีเป็นเรื่องยากเกินไปหรือ หากพวกเขาอยากรู้เรื่องอะไร พวกเขาต้องปีนข้ามกำแพงขนาดใหญ่ 

ลู่ลี่หรานมองไปบริเวณรอบๆ เนินจากนั้นก็ลงมาจากเนินเขาอย่างรวด เร็ว "เมฆที่นั่นหนาแน่นมากแถมยังลอยต่ำ ในตอนกลางคืนสภาพอากาศอาจจะแย่ แต่ผมก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก ดังนั้นพวกเราจะเดินทางต่อ" 

เมฆมีความหนาแน่นสูง ซึ่งหมายความว่ามีเมฆคิวมูโลนิมบัส ฝนตกเกือบ 200 วันต่อปีบนดาวพายุสำหรับชาวดาวพายุแล้ว นี่เป็นเพียงข่าวที่ไม่สำคัญอะไร 

แต่สำหรับลู่ลี่หรานแล้ว ทำให้เขาระวังตัวมากยิ่งขึ้น 

ภัยคุกคามและภัยคุกคามรองที่เกิดจากเมฆคิวมูโลนิมบัสในพื้นที่เปิดโล่ง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากภัยคุกคามในเมือง 

แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ต้องเดินทางต่อ และน่าจะเดินอีกสักพักในช่วงเวลา ที่ปลอดฝน  

หลังจากลงมาทางลาดและออกเดินไปทางทิศตะวันออก ลู่ลี่หรานก็เข้าไปใน ป่าอีกครั้ง  

มีต้นไม้กระจายอยู่ทั่วไปหมด ซึ่งส่วนมากเป็นต้นไม้ใบกว้างสูงประมาณ 6-7 เมตร ต้นไม้เหล่านี้เติบโตอย่างอิสระบนเนินเขาที่เงียบสงบปราศจากซึ่งมนุษย์ มารบกวน มีบางต้นมีขนาดใหญ่เท่ากับสองคนโอบเสียด้วยซ้ำ 

[ใครจะไปคิดว่าจะมีภาพแบบนี้ในบริเวณภูเขาไฟ] 

[โอ้! นี่ใช่ภูเขาไฟจริงเหรอ?! ไม่ใช่ว่าทุกที่จะเป็นสีดำหรือสีเทาอย่างที่ใคร คิด แถมบางแห่งยังสวยงามมากเสียด้วยซ้ำ!] 

[โดยเฉพาะดินที่เคยเกิดการปะทุของภูเขาไฟจะมีความอุดมสมบูรณ์เป็น พิเศษและพืชพรรณต่างๆ จะเติบโตเขียวชอุ่มเป็นพิเศษ!] 

[พี่ใหญ่ลู่: พืชพรรณเขียวขจี = อาหาร] 

ลู่ลี่หรานหยุดเดินอย่างกะทันหัน เหมือนว่าเขาจะเจออะไรบางอย่าง เขาลด เสียงลงพร้อมกับชี้ไปที่ลำต้นของต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างตัว "ดูนี่สิ" 

เคอจี่หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาเห็นรอยบิ่นขนาดใหญ่แถมดูเหมือนว่ารอยนั้นยัง สดอยู่  

"มันคล้ายกับรอยเล็บของหมีมาก" ลู่ลี่หรานกระซิบเสียงเบา ก่อนจะเงยหน้า สบสายตากับเคอจี่ 

เคอจี่ยื่นมือไปวัดขนาดรอยเล็บ ขนาดของมันใหญ่กว่าฝ่ามือของเคอจี่ด้วย ซ้ำ 

เปลือกตาทั้งสองข้างกระตุก ก่อนจะหันไปหาลู่ลี่หราน "ดูเหมือนว่า ความ สูงของมันอย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าสองเมตร" 

ลู่ลี่หรานพยักหน้าเห็นด้วย การคาดเดาของเคอจี่ไม่ต่างจากที่เขาคิดมาก นัก "มีหมีอยู่บนเกาะภูเขาไฟโรแซนน์หมีดำร็อกแซนที่โตเต็มวัยจะมีน้ำหนักไม่น้อย กว่า 400 กิโลกรัม และโดยทั่วไปแล้วหมีดำสามารถยืนได้สูงถึงสามเมตร หากคุณ เจอหมีดำสักตัว มันจะสร้างความลำบากใจเป็นอย่างมาก" 

"จากรอยแล้วมันยังสดใหม่ คาดว่ามันน่าจะอยู่ใกล้ๆ ผมว่าพวกเราควรจะ ออกเดินทางให้เร็วที่สุด" เมื่อพูดจบลู่ลี่หรานก็หันมองรอบตัว การเคลื่อนไหวของ เขานั้นเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

จากรอยเล็บของหมีที่สดใหม่ ทำให้ลู่ลี่หรานใส่ใจสภาพแวดล้อมรอบตัว มากยิ่งขึ้น ไม่นานหลังจากเดินไปข้างหน้า เขาก็พบรอยเท้าสัตว์ขนาดใหญ่ที่เหมือน จะเพิ่งเดินผ่านไป 

ลู่ลี่หรานขมวดคิ้วแน่นระหว่างจ้องมองไปทางเคอจี่  

"ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเส้นทางสัตว์ร้ายนะ" ลู่ลี่หรานพูด  

หากว่าป่ามีสัตว์ป่ามากกว่าหนึ่งชนิด ผู้ล่าที่อยู่จุดสูงสุดเหล่านั้นจะเรีย กว่า 'เส้นทางของสัตว์ร้าย' ในเส้นทางนี้จะมีทั้งเหยื่อและอันตรายอยู่ร่วมกัน และ ความถี่ที่จะปะทะกับสัตว์ในเส้นทางนี้ก็จะสูงกว่าที่อื่น 

ลู่ลี่หรานต้องการออกจากเนินเขาที่รกร้างแห่งนี้โดยเร็วที่สุด และเขาไม่มี เจตนาที่จะปะทะกับสัตว์ร้ายตัวใหญ่ที่นี่ ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเส้นทาง 

"หมีดำร็อกแซนมีขนาดใหญ่มากจนหลายคนคิดว่ามันมีขนาดเทอะทะและ เชื่องช้า แต่มันไม่ใช่เลย" ลู่ลี่หรานหันไปพูดกับลูกบอลโดรน "เหตุผลที่ผมไม่ต้อง การปะทะกับมันก็เพราะว่าโอกาสที่จะหลบหนีสำเร็จหลังจากเผชิญหน้ากับมันมีน้อย มาก" 

"มันสามารถวิ่งได้เร็วถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนภูเขา แม้ว่าผมจะ สามารถขี่เรือวิเศษล้อเดียวที่คล่องแคล่วและมีความเร็วที่สุด ผมก็อาจไม่จะสลัดมัน ทิ้ง" 

[คุณไม่ได้ตั้งใจจะนอนลงบนพื้นเมื่อเจอหมีเหรอ? คุณสามารถแกล้งตาย แล้วหลบหนีได้ไหม?] 

[ใช่! หรือปีนต้นไม้!] 

[แกมันโง่จริงๆ หมีปีนต้นไม้ได้นะ!] 

[ฮึ่ย แล้วเหลือแค่แกล้งตายเท่านั้น] 

"แนวคิดเรื่องการแกล้งตายนั้นอ้างอิงจากข่าวลือที่ว่าหมีจะไม่มีสิ่งที่ตาย แล้ว แต่ความจริงแล้วมันสามารถกินได้ทั้งพืชและสัตว์ซึ่งหมายความว่ามันกินทั้ง ซากสัตว์และเนื้อดิบ รวมถึงพืช ผลไม้และพวกมันชอบน้ำผึ้งเป็นพิเศษ" ลู่ลี่ หรานขมวดคิ้วเมื่อเห็นข้อความในห้องแชท เขาจึงโต้แย้งเรื่องข่าวลือดังกล่าว 

การแกล้งตายนั้นก็เหมือนกับการนอนนิ่งเป็นเหยื่อให้กับหมีดำแต่โดยดี แถมยังมีป้ายแขวนว่า 'ยินดีที่จะมอบกายให้กับมัน' 

"ประสาทรับกลิ่นของหมีไว้กว่าสุนัขล่าเนื้อถึง 700 เท่า แถมพวกมันจับกลิ่น ซากศพที่ห่างออกไปได้ถึง 50 กิโลเมตรใช้ลม  

การแกล้งตายนั้นเทียบเท่ากับการนอนอยู่ตรงหน้าหมีดำ พร้อมกับมีป้าย แขวนอยู่บนตัวพร้อมข้อความว่า คุณยินดีที่จะสนุกกับมันด้วยตัวเองดังนั้นหากต้อง การหลบหนีโดยแกล้งทำเป็นตาย เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน พวกมันรู้แล้วว่าคุณมี ตัวตนอยู่ และอาจใช้ลิ้นที่มีหนามเลียหน้าคุณอย่างไม่ลังเล" ลู่ลี่หรานหรี่ตาลง "นั่น คงเป็นฉากที่เลือดสาดเป็นอย่างดี" 

[…เฮ้ย นั่นมันทางตันไม่ใช่เหรอวะ?] 

[ไม่แปลกใจที่สตรีมเมอร์จะอยากหนีมันเป็นโชคร้ายจริงๆ สำหรับใครก็ ตามที่ไปต่อต้านใคร] 

[พี่ใหญ่ลู่ของเราเป็นคนที่ยอมถอยเมื่อถึงเวลาต้องยอม ฮ่าๆๆ] 

ลู่ลี่หรานไม่ได้สนใจการล้อเลียนในห้องถ่ายทอดสด เขาจะทำในสิ่งที่เขาแน่ ใจเสมอ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยอาวุธที่แทบจะไม่มีเลย เป็นไปไม่ได้เลยที่จะจัดการกับ หมีดำที่มีน้ำหนัก 400 กิโลกรัม 

ลู่ลี่หรานเร่งฝีเท้าแต่เขาก็ได้ยินเสียงฝูงผึ้งบินวนตรงหน้าเขาแผ่วเบา  

หากว่ามีอาณาจักรผึ้ง จะต้องมีรวงผึ้งและน้ำผึ้ง หากเขาสามารถขุดรังผึ้ง เล็กๆ ที่มีน้ำผึ้งในป่าได้มันจะเป็นกำไรอย่างแท้จริง 

แต่เมื่อคิดถึงเล็บหมีดำที่เขาเห็นก่อนหน้า ลู่ลี่หรานก็ชั่งน้ำหนักสุดท้ายเขาก็ ยอมแพ้อย่างไม่เต็มใจ  

"จะโชคร้ายจริงๆ หากวิ่งไปเจอหมีดำร็อกแซนที่กำลังโลภ" ลู่ลี่หรานพูด พร้อมกับเดินไปอีกทาง  

อย่างไรก็ตาม หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ดวงตาอันแหลมคมของลู่ลี่ หรานก็เห็นขนสีดำที่พลิ้วไสวระหว่างพุ่มไม้หนาทึบตรงหน้า ขนาดเส้นขนเล็กมาก ทำให้พุ่มไม้โดยรอบที่มีความสูงกว่าสองเมตรแกว่งไกวไปมา 

ดวงตาแหลมคมหดเกร็ง มือกำแน่นบนไม้ไผ่ยาวในมือทันที 

พุ่มไม้หนาทึบห่างออกไปสามสิบเมตรข้างหน้าเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงมาก ขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้พวกเขา  

ย่างก้าวของลู่ลี่หรานแผ่วเบาราวกับว่าเขากำลังลังเลว่าจะหันหลังกลับหรือว่า จะอยู่นิ่งเพื่อรอโจมตี  

[ยังไม่วิ่งอีกเหรอ! ถ้าเป็นหมีจริงๆ ล่ะ! ยังมีโอกาสวิ่งได้อีกนะ!] [ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวมากจนขาอ่อนแรงจนวิ่งหนีไม่ได้หรือไง?] 

[ไม่รู้ว่าหนุ่มหล่อข้างสมอจะตีได้ไหม สัตว์รูปร่างคล้ายเสือดาวตัวเล็กกว่า หมีดำมาก คงจะตีหมีดำได้ยาก] 

[ตื่นได้แล้ว หมีดำร็อกแซนเป็นสัตว์คุ้มครอง!] 

[พี่ใหญ่ลู่ไม่ได้พูดก่อนเหรอว่าถ้าเจอสัตว์ร้ายตัวฉกาจในระยะใกล้จริงๆ ห้ามเปิดเผยจุดอ่อนที่หลังให้คู่ต่อสู้รู้เด็ดขาด? เพราะงั้นตอนนี้จึงจะไม่วิ่งหนี] 

[อ๋อ อย่างนั้นเหรอ แต่ถึงไม่วิ่งก็เอาชนะไม่ได้] 

ด้วยระยะกระชั้น ลู่ลี่หรานจึงตัดสินใจไม่หนี  

ในระยะ 30 เมตร เขาเกรงว่าหมีดำจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการโจมตี ทันที 

หากหลบหนีในระยะกระชั้นแบบนี้สำหรับหมีดำร็อกแซนนั่นก็คืออาหารชั้น ดี  

ลู่ลี่หรานมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเขาก็มุ่งความสนใจไปที่ป่าที่อยู่ ด้านหลังของเขาที่มีเสียงหึ่งๆ ดังมาจากที่นั่น 

เขาเผชิญหน้ากับพุ่มไม้ที่หมีกำลังแกว่งไปมา และค่อยๆ ถอยหลังไปทีละ ก้าว 

เขาเตือนเคอจี่ด้วยเสียงต่ำ "ตามผมมานะครับ อย่าทำอะไรหุนหัน" 

เสียงหึ่งๆ ดังเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน พุ่มไม้ข้างหน้าพวกเขา ก็ถูกสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างหลังพวกเขายกขึ้นในที่สุด 

หมีดำร็อกแซนสูงสี่เมตรปรากฏตัวขึ้นในสายตาของลู่ลี่หราน 

ตัวของมันทั้งตัวเป็นสีดำสนิท ยกเว้นขนสีขาวยาวๆ ชิ้นใหญ่ที่ดูเหมือนผูก โบไว้ที่หน้าอก อย่างไรก็ตาม ขนสีขาวยาวๆ ชิ้นนี้เดิมทีมีคราบสีแดงเลือดแห้งในระดับต่างๆ กัน 

เลือดของสัตว์ร้ายทำให้ขนอันสวยงามบนหน้าอกของมันแตกเป็นเส้น 

มันพบลู่ลี่หรานและเคอจี่แล้ว แถมมันยังไม่รู้สึกถึงแรงกดดันเลย มันจึงส่ง เสียงคำรามต่ำอย่างรวดเร็วและพุ่งตรงไปหาลู่ลี่หรานและเคอจี่อย่างไม่ลังเลเลยสักนิด!



ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม